ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ•ตอนที่ 4

พื้นที่ส่วนตัว

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
"ถ้าคุณคิดว่าการเอาหน้ามาใกล้ฉันขนาดนี้ จะช่วยให้ชุดราตรีผ้าไหมอิตาลีตัวนี้มันเย็บตะเข็บเนียนขึ้นได้... คุณกำลังเข้าใจผิดถนัดค่ะ, คุณพาย" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้น โดยไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่รินรดาจะเงยหน้าขึ้นจากกระดาษสเกตช์ในมือ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสีดำสนิทจับดินสอไฮไลต์ขีดเส้นเน้นย้ำสัดส่วนโครงสร้างชุดอย่างแม่นยำ ราวกับไม่ได้ใส่ใจเลยว่า ปลายจมูกโด่งรั้นของนางแบบสาวเบอร์หนึ่งแห่งยุคกำลังห่างจากแก้มเนียนของเธอไม่ถึงคืบ พายส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงท้าทาย ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความซุกซน เธอยังคงรักษาระยะประชิดนั้นไว้ ไม่ยอมถอยหลังกลับไปแม้แต่น้อย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบป่าลอยวนอยู่รอบตัว ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของสตูดิโอ haute couture แห่งนี้อบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด "ใครว่าฉันมาดูงานเย็บผ้ากันล่ะคะ... ริน" พายจงใจลากเสียงยาว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ของดีไซเนอร์สาวจนคนตัวเล็กกว่าต้องชะงักมือที่กำลังวาดภาพ "ฉันกำลังศึกษา 'แรงบันดาลใจ' ต่างหากค่ะ ดีไซเนอร์คนเก่งบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่า คอลเลกชันนี้ต้องการอินเนอร์แบบผู้หญิงที่พร้อมจะพังทลายทุกกฎเกณฑ์... ฉันก็แค่อยู่ในโหมด 'ทำงาน' อย่างเต็มที่ เพื่อให้สมกับค่าตัวแพงหูฉี่ที่คุณจ่ายให้ต่างหาก" รินรดาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของอีกฝ่าย นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอัจฉริยะ ความเย่อหยิ่ง และกำแพงน้ำแข็งสูงชันที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจจากอดีตอันเจ็บปวด แต่แปลก... ทุกครั้งที่พายพังทลายกำแพงเหล่านั้นด้วยความหน้าด้านหน้าทนและรอยยิ้มกวนประสาท กำแพงของเธอกลับสั่นคลอนอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว "คุณไม่ได้กำลังทำงานค่ะ, คุณพาย" รินรดาวางดินสอลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น เธอขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย แต่การกระทำนั้นกลับทำให้หลังของเธอชนเข้ากับพนักพิงเก้าอี้หนังอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลายเป็นว่าตอนนี้พายยิ่งโน้มตัวกักขังเธอไว้ในวงแขนเรียวโดยสมบูรณ์ "คุณกำลังเล่นเกม... เกมที่คุณก็รู้ดีว่าไม่มีวันชนะฉันได้" "แน่ใจเหรอคะว่าไม่มีวันชนะ?" พายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนเกือบจะชิดริมฝีปากหยักได้รูปที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง รอยยิ้มมุมปากของนางแบบสาวเต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจที่ทำเอาคนมองแทบลืมหายใจ "ถ้าฉันไม่มีวันชนะ... ทำไมมือของคุณถึงได้สั่นตอนที่จับดินสอเมื่อกี้ล่ะคะ, รินรดา?" คำถามนั้นพุ่งตรงเข้าเป้าอย่างจัง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสำรวจใบหน้าเนียนใสไร้ที่ติของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ ดวงตาคู่นี้มีความดื้อรั้น ความอยากเอาชนะ และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอจะกล้าตีความ พายไม่ใช่แค่นางแบบที่เดินตามคำสั่งบนรันเวย์ ผู้หญิงคนนี้คือพายุลูกใหญ่ที่จงใจพัดเข้ามาปั่นป่วนชีวิตอันแสนสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอโดยเฉพาะ "ฉันไม่ได้สั่น... ฉันแค่รำคาญ" รินรดาเลือกใช้เสียงที่เรียบที่สุด แข็งกระด้างที่สุดเพื่อปกปิดความปั่นป่วนในอก "และกรุณาถอยออกไปให้ห่างจากโต๊ะทำงานของฉันด้วยค่ะ พื้นที่ตรงนี้คือโซนส่วนตัว ไม่อนุญาตให้คนนอกล้ำเส้นเข้ามา" "พื้นที่ส่วนตัวเหรอคะ?" พายทวนคำ เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอย่างไม่ยี่หาระต่อคำประกาศิตนั้น มือเรียวเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะทำงานของรินรดา ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ไปตามกระดาษสเกตช์ภาพชุดราตรีสีดำสนิทที่มีรอยดินสอขีดฆ่าแก้แล้วแก้อีก "แปลกจัง... ฉันเห็นชุดพวกนี้ถูกแก้มาเป็นสบรอบแล้วนะ ทั้งๆ ที่มันควรจะเสร็จตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่คุณกลับรื้อทำใหม่หมด... เพราะอะไรล่ะคะ? เพราะนางแบบคนนี้ไม่สวยพอ หรือเพราะว่า... คุณกำลังพยายามซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ในลายเส้นพวกนี้กันแน่?" รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ ภาพในอดีตแวบเข้ามาในหัว—คำสัญญาหวานหู การหักหลังอย่างไร้เยื่อใยจากคนที่เธอเคยรักและไว้ใจที่สุดในวงการแฟชั่น รอยแผลเป็นที่เธอกลบฝังมันไว้ใต้ความเยือกเย็นและมาดมั่น "อย่ามาทำเป็นรู้ดีในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ, พาย" สรรพนามเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ความโกรธผสมผสานกับความเปราะบางตีรวนขึ้นมาในอก "คุณเป็นแค่นางแบบ... ทำหน้าที่เดินโชว์เสื้อผ้าตามที่ฉันออกแบบก็พอ ไม่ต้องมาทำตัวเป็นนักจิตanalyzeชีวิตฉัน!" พายหุบยิ้มทันที แววตาซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังวูบหนึ่งที่ทรงพลังอย่างประหลาด นางแบบสาวผละตัวออกถอยหลังไปหนึ่งก้าว ยอมคืนพื้นที่อากาศหายใจให้ดีไซเนอร์สาวได้เป็นอิสระ แต่สายตาที่เธอมองกลับเต็มไปด้วยความลุ่มลึกที่อ่านไม่ออก "ฉันไม่ได้อยากเป็นนักจิตวิทยาหรอกค่ะ..." พายกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงจริงจังจนรินรดาต้องขมวดคิ้ว "แต่ที่ฉันต้องก้าวก่าย... เพราะฉันเบื่อที่จะเห็นคุณใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพงน้ำแข็งพวกนั้นเต็มทีแล้ว รินรดา คนเราไม่อาจซ่อนตัวอยู่หลังความเยือกเย็นได้ตลอดไปหรอกนะคะ โดยเฉพาะเวลาที่คุณ... กำลังร้องไห้ข้างใน" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว ราวกับทุกสิ่งหยุดนิ่ง รินรดานิ่งค้าง เธอมองหน้าพายด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ ทั้งหวาดกลัวที่ถูกมองทะลุปรุโปร่ง และ... ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่กำลังละลายน้ำแข็งในใจเธออย่างช้าๆ ก่อนที่รินรดาจะทันได้เรียบเรียงคำพูดใดมาโต้แย้งเพื่อรักษาฟอร์มของดีไซเนอร์เลือดเย็น เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยการผลักบานประตูไม้สักทองเข้ามาอย่างไร้การอนุญาต "อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย พอดีฉันมีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณรินรดาเรื่องชุดฟินاليของคอลเลกชันนี้พอดี" ร่างระหงของ 'มีน' อดีตคนรักเก่าที่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารการตลาดและคู่แข่งคนสำคัญในวงการ ยืนยันตัวตนอยู่ตรงกรอบประตู รอยยิ้มเยาะหยันที่เคลือบด้วยความเสแสร้งปรากฏบนใบหน้าโฉบเฉี่ยว ดวงตาคู่คมกวาดตามองรินรดาและพายที่ยืนประชิดกันเมื่อครู่ด้วยแววตาสสมเพชแกมเยาะเย้ย รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นชาทั้งหมดกลับคืนสู่ร่างในเสี้ยววินาที แต่ก่อนที่รินรดาจะทันได้ขยับปากเอ่ยไล่แขกไม่ได้รับเชิญ พายที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ กลับก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ครึ่งหนึ่งอย่างปกป้อง พายหันไปส่งยิ้มหวานหยดให้มีนด้วยแววตาที่คมกริบไม่แพ้กัน "อ้าว... คุณมีน ประตูห้องผู้บริหารไม่ได้สอนเรื่องมารยาทการเคาะขออนุญาตก่อนเข้าเหรอคะ? หรือว่าสมองส่วนนั้นถูกลบไปพร้อมกับตอนที่คุณ... เดินออกจากชีวิตของคุณรินรดาไปแล้วล่ะคะ?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินแซ่บและลุ้นไปกับเคมีเดือดๆ ในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%