เสียงปรบมือสนั่นฮอลล์ดังก้องจนแก้วหูแทบอื้อ แต่สำหรับรินรดาแล้ว เสียงเหล่านั้นเป็นเพียงคลื่นความถี่ว่างเปล่า เธอยืนนิ่งอยู่หลังฉากผ้าไหมสีดำสนิท แว่นตากรอบทองทรงเหลี่ยมสะท้อนแสงไฟแฟลชจากฟร้อนต์โรว์ที่สาดส่องเข้ามาเป็นระลอก ความสำเร็จของคอลเลกชัน 'Frozen Blood' การันตีด้วยยอดพรีออเดอร์ถล่มทลายและเสียงวิจารณ์เชิงบวกจากนิตยสารแฟชั่นระดับโลก แต่มันไม่ได้ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอกระดิกขึ้นมาเลยสักนิด... จนกระทั่งประตูห้องแต่งตัวถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
พายก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของดีไซเนอร์ใหญ่โดยไม่เคาะสักแวะ ชุดเดรสผ้าซาตินสีแดงเพลิงผ่าสูงถึงโคนขาที่เพิ่งใช้สะกดทุกสายตาบนรันเวย์แนบไปกับเรือนร่างระหง หยดเหงื่อบางเบาเกาะพราวอยู่บนลาดไหล่เนียน ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายในอากาศที่อบอวลไปด้วยความเย้ายวนอันตราย
"โชว์เมื่อครู่น่าเบื่อเป็นบ้าเลยนะคะ, คุณดีไซเนอร์"
น้ำเสียงใสระรื่นเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทาย พายแกล้งเอามือไขว้หลังแล้วเดินเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างจงใจ กลิ่นกายหอมหวานปะปนกับกลิ่นอายความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานหนักยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวที่แคบอยู่แล้วดูอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น
รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอปรายตามองนางแบบตัวแสบตั้งแต่หัวจรดเท้า นิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือหนังสีดำขยับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็น
"ถ้าโชว์ของฉันมันน่าเบื่อนัก ทำไมตอนเดินฟินาเล่เธอถึงต้องจ้องหน้าฉันจนแขกแถวหน้าแทบจะลุกฮือด้วยความสงสัยล่ะคะ, คุณพาย"
"อ้าว... จับได้ด้วยเหรอคะ?" พายแกล้งทำเป็นกะพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสา ทั้งที่ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความซุกซน "ก็นึกว่าคุณรินรดาเอาแต่มองตัวเลขยอดขายในไอแพดจนไม่ทันสังเกตซะอีกค่ะ ว่าฉันตั้งใจ 'ส่งสาร' อะไรไปให้"
"สารไร้สาระน่ะสิคะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันจากส่วนสูงและรัศมีอำนาจของดีไซเนอร์ชื่อดังทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นทันที "งานเลี้ยงฉลองหลังโชว์กำลังจะเริ่ม กรุณาไปเปลี่ยนชุดแล้วทำหน้าที่แขกรับเชิญให้เรียบร้อย อย่ามาสร้างปัญหาในอาณาจักรของฉัน"
"อาณาจักรเหรอคะ?" พายหัวroะเบาๆ ในลำคอ เธอไม่เพียงไม่ถอยหลัง แต่กลับก้าวเข้าไปอีกก้าวเดียวจนหน้าอกเกือบจะชนกับปกเสื้อสูทสั่งตัดพิเศษของรินรดา "แต่เมื่อกี้... ฉันเพิ่งทำลายกฎทุกข้อในอาณาจักรของคุณกลางรันเวย์มาหมาดๆ เลยนะคะ จำรอยยิ้มตอนหยุดโพสท่าสุดท้ายไม่ได้เหรอ? ทุกคนในฮอลล์คิดว่าฉันกำลังยิ้มให้สปอนเซอร์ แต่จริงๆ แล้ว..."
พายโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของร่างสูงกว่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดคอขาวผ่องจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"...ฉันกำลังยิ้มเยาะความหยิ่งผยองของคุณต่างหากล่ะคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรูปชัดเจน ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาผสมปนเปกับบางสิ่งที่เธอไม่อยากยอมรับ—หัวใจที่เคยสงบราบเรียบกลับเต้นรัวผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด มือเรียวคว้าเข้าที่ข้อมือเล็กของพายอย่างรวดเร็ว บีบกระชับไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"เธอชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ, พาย" รินรดากดเสียงต่ำจนชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่สวยที่กำลังท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้ารู้สึกว่าล้ำเส้น... ทำไมคุณไม่ลองผลักฉันออกดูล่ะคะ?" พายท้าทายกลับ สายตาคู่สวยมองตรงไปยังริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของคนตรงหน้าอย่างจงใจยั่วเย้า "หรือจริงๆ แล้ว... คุณเองก็ชอบเวลาที่ฉันกล้าต่อกรกับคุณกันแน่?"
คำพูดนั้นราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้ากลางใจ รินรดาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความสับสนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น พายหัวเราะคิกคักในลำคอด้วยความสะใจที่ได้เห็นคนเจ้าระเบียบหลุดอาการ แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีก็ตามที
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ทว่าทำลายบรรยากาศที่กำลังคุกรุ่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองลงอย่างไม่ถูกจังหวะ
"คุณรินรดาคะ บอสใหญ่จากปารีสโทรมาหาค่ะ แจ้งว่าต้องการพบคุณเป็นการด่วนที่ห้องรับรอง VIP ตอนนี้เลยค่ะ" เสียงของผู้จัดการส่วนตัวดังทะลุบานประตูเข้ามา
รินรดากะพริบตาเรียกสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอยอมปล่อยข้อมือของพายช้าๆ ปรับสีหน้าและแววตาให้กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่
"ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวตามไปค่ะ" รินรดาตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะหันมามองนางแบบสาวที่ยังคงยืนยิ้มกริ่มพิงขอบโต๊ะเครื่องแป้งอย่างสบายอารมณ์ "ส่วนเธอ... เปลี่ยนชุดซะ แล้วไปรอที่งานเลี้ยง ห้ามเดินไปไหนจนกว่าฉันจะสั่ง เข้าใจไหมคะ?"
พายยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก ปั้นหน้าทะเล้นใส่ดีไซเนอร์เลือดเย็นก่อนจะหมุนตัวเดินฮัมเพลงเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างอารมณ์ดี
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ เธอจัดปกเสื้อสูทให้เรียบร้อยแล้วหมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องแต่งตัวเพื่อไปเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนใหญ่จากปารีสที่ห้องรับรอง VIP ตามคำสั่ง
บรรยากาศในห้องรับรองเงียบสงบและหรูหราสมฐานะแขกคนสำคัญ ไฟสลัวสีส้มอมเหลืองขับให้ห้องดูกว้างและเป็นส่วนตัว รินรดาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมืออาชีพที่ประดับบนใบหน้าสวยเฉี่ยวเพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องธุรกิจ แต่ทว่า... ทันทีที่เธอก้าวพ้นขอบประตูและเงยหน้าขึ้นสบตากับชายวัยกลางคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างทันที
ร่างสูงบางของดีไซเนอร์สาวชะงักกึก หัวใจที่เคยเต้นรัวจากความเร่าร้อนเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเย็นเฉียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงไขสันหลังในเสี้ยววินาที
ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าชายคนที่นั่งจิบไวน์รอเธออยู่ ไม่ใช่ตัวแทนจากบริษัทแม่ที่ปารีส...
แต่เป็น 'คริส' อดีตคนรักเก่าผู้เคยหักหลังและขโมยทุกผลงานชิ้นเอกของเธอไปอย่างไร้ความปรานีเมื่อสามปีก่อน
"เซอร์ไพรส์ไหมครับ, รินรดา... ไม่คิดใช่ไหมล่ะครับว่าเราจะได้ร่วมงานกันอีกครั้งในฐานะ 'เจ้าของร่วม' คนใหม่ของแบรนด์นี้"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมดื่มด่ำความแซ่บและลุ้นไปกับเคมีสุดเดือดในค่ำคืนนี้นะคะ!
ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ•ตอนที่ 3
รันเวย์เดือด
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!