ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ•ตอนที่ 13

เกมไล่ล่า

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
กลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันราคาแพงยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของแบรนด์ *L’Aura* แต่สิ่งที่เข้มข้นยิ่งกว่าคือบรรยากาศตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนกันได้ด้วยอากาศ รินรดากำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาวที่ทำจากไม้วอลนุทนำเข้า นิ้วเรียวยาวภายใต้เสื้อเชิร์ตผ้าไหมสีดำสนิทกำลังคีบปากกาหมึกซึมราคาแพงอย่างใช้ความคิด เอกสารปรับแก้แพทเทิร์นชุดราตรีสำหรับงานแฟชั่นวีกระดับประเทศวางกองอยู่ตรงหน้า แต่สมาธิของเธอกลับถูกรบกวนอย่างสิ้นเชิงโดยบุคคลที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีมรกตตัวโปรดของเธอเอง พาย... นางแบบสาวตัวแสบที่ควรจะกลับไปพักผ่อนตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนตามตารางงาน แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะทิ้งกระเป๋าแบรนด์ดังไว้บนโต๊ะแล้วนั่งจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาจากดวงตากลมโตคู่นั้น "คุณยังไม่กลับอีกเหรอคะ พาย" รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และจงใจเว้นระยะห่างเพื่อสร้างกำแพงกั้นความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "กลับได้เหรอคะ? ในเมื่อดีไซเนอร์คนเก่งยังนั่งหน้าเครียดเป็นยักษ์อยู่ในห้องนี้คนเดียว" พายลุกขึ้นยืน ช้าๆ และจงใจเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นไม้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะที่คล้ายกับนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง "อีกอย่าง... ฉันยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการเลยค่ะ" "คำตอบอะไรคะ งาน Fitting ของคุณจบไปตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว และชุดของคุณก็ไม่ต้องแก้เพิ่มอะไรทั้งนั้น" รินรดาตวัดสายตาขึ้นมอง ปะทะเข้ากับนัยน์ตาพราวระยับที่ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลยสักนิด "ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องงานค่ะ ริน" พายจงใจเรียกชื่ออีกฝ่ายห้วนๆ โดยไม่ใส่คำว่า 'คุณ' นำหน้าเหมือนเคย น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความดุดันและท้าทายในแบบที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ "ฉันหมายถึงเรื่องที่เราคุยกันค้างไว้ที่สตูดิโอถ่ายแบบ... เรื่องที่คุณพยายามจะหนีหน้าฉัน" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในแววตา พายในยามนี้ไม่ใช่แค่นางแบบในสังกัดที่เธอต้องควบคุมอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังกลายเป็นผู้ล่าที่เดินเกมรุกคืบเข้ามาในอาณาเขตของเธออย่างเปิดเผย ไม่มีฟิลเตอร์ ไม่มีหน้ากาก มีเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มกวนประสาทนั้น "ฉันไม่ได้หนีค่ะ ฉันแค่... มีงานที่ต้องสะสาง" "โกหกไม่เนียนเลยนะคะ ดีไซเนอร์คนสวย" พายโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะทำงานของรินรดาไว้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น รินรดาผงะถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับพนักเก้าอี้หนังอย่างจัง กลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังถูกกักตัวไว้ในวงแขนของเด็กสาวตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ "ถ้าคุณไม่ได้หนี ทำไมเวลาฉันมองตา คุณถึงต้องหลบสายตาตลอดล่ะคะ?" "พาย... ถอยไปเดี๋ยวนี้ค่ะ นี่มันที่ทำงาน" รินรดาเตือนเสียงแข็ง พยายามบังคับให้เสียงของตัวเองมั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อปลายนิ้วเรียวของพายเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของเธอเบาๆ อย่างถือวิสาสะ "แล้วถ้าไม่ใช่ที่ทำงานล่ะคะ... เราคุยกันได้หรือยัง?" พายกระซิบชิดริมหูด้านขวา น้ำเสียงทุ้มนุ่มพร่ามัวจนทำให้ขนลุกซู่ รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง ความทรงจำเกี่ยวกับแผลใจในอดีตที่เคยถูกคนรักเก่าหักหลังและทิ้งให้จมอยู่กับความเย็นชาเริ่มพร่าเลือน หลงเหลือเพียงสัมผัสอุ่นร้อนจากคนตรงหน้าที่กำลังพังทลายกำแพงน้ำแข็งที่เธอใช้เวลาสร้างมานานหลายปีทีละน้อย "คุณกล้ามากนะคะที่มาเล่นเกมนี้กับฉัน..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา ปลดปล่อยความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีเพื่อสู้กับประกายไฟในแววตาของอีกฝ่าย มือบางเอื้อมขึ้นไปจับข้อมือของพายที่แตะอยู่บนคางของตนเองไว้แน่น "รู้ไหมว่าคนที่เล่นกับไฟ... มักจะโดนเผาจนไม่เหลือซาก" "ฉันยอมโดนเผาค่ะ... ถ้าคนที่กุมไฟนั้นคือคุณ ริน" พายยิ้มรับคำขู่ด้วยความท้าทาย ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเขินอาย) อย่างหลงใหล บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างแนบแน่น รินรดารู้สึกว่าตัวเองกำลังเพลี่ยงพล้ำ พายไม่เพียงแต่รุกคืบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว แต่กำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์ที่เธอขีดไว้ได้อย่างง่ายดาย และในเสี้ยววินาทีที่รินรดาตัดสินใจจะเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายให้ออกไปให้พ้นหน้าเพื่อรักษาความตั้งมั่นครั้งสุดท้าย— *กริ๊งงงง!* เสียงโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นห้อง ทำลายภวังค์สีชมพูแกมอันตรายนั้นลงทันที รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากสถานการณ์ชวนใจเต้นแรงแล้วเอื้อมมือไปคว้าหูโทรศัพท์ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "ค่ะ... รินรดาพูดค่ะ" เธอกรอเสียงลงไปโดยพยายามปรับให้เป็นปกติที่สุด ("คุณรินคะ! แย่แล้วค่ะ!") เสียงปลายสายคือนิต้า ผู้จัดการส่วนตัวของเธอที่ดังลั่นด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ("ตอนนี้มีภาพหลุดของคุณกับคุณพายตอนอยู่ที่สตูดิโอหลุดว่อนลงโซเชียลแล้วค่ะ! แถมแฮชแท็ก #ดีไซเนอร์กับนางแบบ กำลังติดเทรนด์อันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ตอนนี้เลยค่ะ!") รินรดาเบิกตากว้าง สีหน้าเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจอย่างขีดสุด เธอนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะหันขวับกลับไปมองพายที่ยืนยิ้มมุมปากด้วยท่าทีสบายใจเฉิบราวกับรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว ดวงตากลมโตของนางแบบสาวทอประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด ก่อนที่พายจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ใบหูของเธออีกครั้ง กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "เกมไล่ล่าเพิ่งเริ่มต้นจริงๆ ต่างหากล่ะคะ... คุณริน" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงรอยร้าวนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%