ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ•ตอนที่ 12

คนนอกที่พยายามแทรก

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
กลิ่นอายของชาดำเอิร์ลเกรย์ผสมความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดนี้น้อยลงเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาสีเงินในมือเรียวเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงพอจะทำให้คนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังกำมะหยี่สีมรกตเริ่มขยับตัวด้วยความอึดอัด “คุณคิดว่าวิธีนี้มันจะเวิร์กเหรอคะ ริน” น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เจือความเย่อหยิ่งของ ‘มีนตรา’ นางแบบแถวหน้าคู่แข่งร่วมวงการของพายดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเคลือบยาพิษที่ส่งตรงมาให้เจ้าของห้อง รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่คมใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉียบสะท้อนความว่างเปล่า เธอยังจำภาพเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ดี ภาพที่ผู้หญิงคนนี้พยายามเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับพายในงานปาร์ตี้เปิดตัวคอลเลกชันล่าสุด “ถ้ามันเวิร์ก ฉันคงไม่เรียกคุณมานั่งตรงนี้เพื่อฟังข้อเสนอที่คุณพยายามยัดเยียดให้หรอกค่ะ มีนตรา” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ ปรารถนาจะรักษาระยะห่างให้มากที่สุด “แต่ฉันว่าคุณสนใจนะ… ข้อเสนอที่ว่า ฉันสามารถทำให้ ‘พาย’ ถอนตัวจากการเป็นมิวส์หลักในโชว์หน้าได้ง่ายๆ โดยที่คุณไม่ต้องเปลืองตัวไล่เด็กดื้อคนนั้นออกเอง” มีนตราลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิงแนบเนื้อขยับตามท่วงท่าเย้ายวน เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของดีไซโน่สาวมือหนึ่ง มือเรียวยาวทาบลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวเข้าไปกระซิบ “เด็กนั่นมันก็แค่แมวขโมยที่เข้ามาฉวยโอกาสบนความสำเร็จของคุณ ริน… คุณก็รู้ดีว่าคนอย่างพายไม่ได้รักใครจริงหรอกค่ะ” ประโยคสุดท้ายจงใจลอยลมเข้าโสตประสาทของใครบางคนที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องเข้ามาพอดี แกร๊ก! เสียงเปิดประตูที่ไม่ได้เบาและไม่ได้ดังจนเกินไป ทำให้ทั้งรินรดาและมีนตราต้องหันขวับไปมอง พายยืนอยู่ตรงนั้น ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์กางเกงยีนส์เซอร์ๆ แต่กลับดูโดดเด่นสะดุดตา ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายความกวนประสาทตามสไตล์เจ้าตัว รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นอย่างท้าทาย ทั้งที่ในอกข้างซ้ายกำลังกระหน่ำเต้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ถูก “อุ๊ย… ขัดจังหวะความสัมพันธ์อันลึกซึ้งหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีฉันแค่จะเอาแฟ้มดีไซน์ที่พี่รินลืมไว้ที่สตูดิโอมาคืน แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินคนบางคนกำลัง ‘ขายตรง’ ตัวเองให้คนอื่นฟรีๆ ซะอีก” พายก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้ามั่นคง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกรินรดา ทันทีที่เด็กสาวเดินมาหยุดอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน รัศมีบางอย่างก็พุ่งเข้าประทะกันจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ มีนตราหันกลับมามองตัวแสบประจำวงการด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด “ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ น้องพาย… ระวังเถอะค่ะ ความมั่นใจแบบนี้มันจะพาตัวเองตกลงมาจากรันเวย์โดยที่ไม่มีใครมารับเอา” “อ๋อเหรอคะ? ดีกว่าคนที่ต้องคอยวิ่งตามก้นคนอื่นแล้วพยายามเอาชนะด้วยวิธีสกปรกก็แล้วกันค่ะ” พายตอบกลับทันควัน ไร้ความเกรงกลัว ดวงตาคู่สวยตวัดมองมีนตราหัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามแบบไม่คิดจะปิดบัง “พี่รินคะ คนนอกที่มารยาททรามแบบนี้ เข้ามาในเขตหวงห้ามได้ยังไงคะเนี่ย เหม็นกลิ่นความอิจฉาจนแสบจมูกไปหมดแล้ว” รินรดายังคงนั่งนิ่งอยู่ในความเงียบ สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย เธอมองเด็กสาวที่กำลังยืนจังก้าปกป้องอาณาเขตของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิงในอก ความหึงหวงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งเริ่มสั่นคลอน แต่ภายนอกเธอยังคงรักษาฟอร์มความเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน “มีนตรา… ข้อเสนอของคุณ ฉันปฏิเสธค่ะ” รินรดาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดจนคนฟังถึงกับหน้าชา “และกรุณาออกไปจากห้องของฉันด้วยค่ะ ฉันมีงานต้องเคลียร์กับ ‘คนใน’ ของฉันต่อ” คำว่า ‘คนใน’ จากปากของดีไซเนอร์สาวผู้เยือกเย็น ทำให้มีนตราถึงกับกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ เธอกวาดตามองทั้งสองคนด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นสูงออกจากห้องไป ปิดประตูเสียงดังปังเป็นการระบายอารมณ์ ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงบนโต๊ะ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางแบบสาวที่ยังคงลอยหน้าลอยตาถือแฟ้มเอกสารอยู่ในมือ “ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนคะ พาย” รินรดาเอ่ยถาม เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่กดดันจนพายต้องกลืนน้ำลายลงคอ “ก็… ฉันกลัวว่าพี่จะโดนยัยงูพิษนั่นฉกเอาไปกินก่อนน่ะสิคะ” พายเงยหน้าขึ้นสบตา ดีไซเนอร์สาวอยู่ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นชาเอิร์ลเกรย์จางๆ จากลมหายใจอีกฝ่าย “หึงเหรอคะ ถึงทำหน้ายุ่งขนาดนี้” “ฉันไม่ได้หึง…” รินรดายืนยันเสียงแข็ง แม้ใบหน้าสวยจะเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความรู้ทัน “ฉันแค่รำคาญเสียงน่ารำคาญของคุณต่างหาก” “ปากแข็งจังนะคะ…” พายยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน มือเรียวของนางแบบสาวเอื้อมไปแตะที่ปกเสื้อสูทของรินรดาแผ่วเบา ปลายนิ้วปัดเบาๆ เหมือนจงใจยั่วเย้า “แต่เมื่อกี้พูดยังไงนะคะ… ‘คนใน’ เหรอคะ? ว้าว… เพิ่งรู้ตัวเหรอคะว่าฉันเป็นคนของพี่” รินรดาชะงัก ลลมหายใจติดขัดเมื่อปลายนิ้วเรียวนั้นลูบไล้อยู่ใกล้กรอบหน้า เธอกำมือแน่นเพื่อควบคุมหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากต่อปากกับเด็กเจ้าเล่ห์ตรงหน้า เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัว รินรดาเบนสายตาไปมองหน้าจอเพียงแวบเดียว แต่แค่เสี้ยววินาทีนั้นเอง… โลกทั้งใบของเธอก็เหมือนหยุดหมุน บนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความจากเบอร์แปลก พร้อมกับภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินก้อนโตเข้าบัญชีของบุคคลปริศนา และข้อความสั้นๆ ที่สั่นคลอนความเชื่อใจทั้งหมดที่เธอเคยมี: *[ระวังเด็กที่คุณเลี้ยงไว้ให้ดี… คนที่ส่งข้อมูลดีไซน์ทั้งหมดให้คู่แข่ง ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ‘พาย’ คนนี้นี่เอง]* รินรดาตัวชาดิ่ง ดวงตาคู่คมตวัดกลับมามองหน้าพายทันที ความอบอุ่นเมื่อครูมลายหายไปในพริบตา เหลือไว้เพียงความเยือกเย็นและแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม พายที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของรินรดา ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “พี่ริน… เป็นอะไรไปคะ ทำไมมองฉันแบบนั้น?” รินรดายื่นโทรศัพท์หน้าจอติดภาพหลักฐานให้พายดูช้าๆ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกจนคนฟังใจหายวาบ “อธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังหน่อยสิคะ… ว่ามันหมายความว่ายังไง?” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงรอยร้าวนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%