ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ•ตอนที่ 20

จังหวะหัวใจที่ผิดปกติ

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นจนกระจกนิกรีนเพนต์เฮาส์สตูดิโอสั่นสะเทือน ตามด้วยกระแสไฟฟ้าที่ตัดขาดพรวดในเสี้ยววินาที ความมืดสนิทเข้ามากลืนกินทุกสิ่งทันที เหลือเพียงแสงแฟลชสีฟ้าจากสายฟ้าที่ฟาดผ่านท้องฟ้ายามวิกาล สะท้อนเงาของคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด “ไฟดับ... และดูท่าทางพายุลูกนี้คงไม่ยอมรามือใครง่ายๆเสียด้วยค่ะ คุณดีไซเนอร์เลือดเย็น” น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นในความมืด พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนที่ลอยแตะจมูก รินรดาขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับราวแขวนเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ในห้องตัดเย็บเข้าอย่างจัง ปลายจมูกของเธอเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกโด่งรั้นของนางแบบสาวตัวแสบที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “ถอยไปหน่อยค่ะ พาย คุณกำลังล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัวของฉันเกินไปแล้วนะ” รินรดาพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบและเยือกเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าในอกตอนนี้หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวผิดจังหวะราวกับกลองเพล ร่างสูงโปร่งในชุดสูทผ้าทวีตต์สีเทาเข้มพยายามดันไหล่บางของอีกฝ่ายให้ออกห่าง ทว่าพายกลับไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัว แถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ “พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันคะ? นี่มันห้องทำงานส่วนกลางของฉันด้วยซ้ำ แถมตอนนี้เรายังติดแหง็กอยู่ด้วยกันสองคนจนกว่าพายุจะสงบ... หรือว่าคุณรินกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่คะ? กลัวว่าตัวเองจะแพ้ใจให้ยัยนางแบบตัวแสบคนนี้เข้าสักวันหรือยังไง” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสวย แม้ในความมืดมิดรินรดาก็ยังสัมผัสได้ถึงแววตาระยิบระยับที่จ้องมองมาอย่างท้าทาย ความถือดีและมาดมั่นของดีไซเนอร์สาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครสั่นคลอนในชั่วพริบตา รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างนึกเคือง มือเรียวที่ถือแท็บเล็ตอยู่ถูกยกขึ้นมากั้นกลางระหว่างตัวเธอและนางแบบสาว “อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะ พาย ฉันแค่ไม่อยากเสียเวลากับคนไม่มีระเบียบวินัยอย่างคุณก็เท่านั้นเอง ถ้าไม่ใช่เพราะประตูนิรภัยระบบไฟฟ้าถูกล็อกอัตโนมัติเพราะพายุเข้า ฉันคงไล่คุณกลับคอนโดไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วแล้วค่ะ” “ปากแข็งจังเลยนะคะ...” พายกระซิบแผ่วเบa ชิดริมใบหูของอีกฝ่ายจนรินรดารู้สึกวูบวาบไปทั้ง0ร่าง มือเรียวสวยของนางแบบสาวเอื้อมไปฉวยแท็บเล็ตออกจากมือของรินรดาอย่างง่ายดาย ก่อนจะโยนมันลงบนโซฟาตัวยาวด้านหลัง “ปล่อยให้เทคโนโลยีมันพักผ่อนบ้างเถอะค่ะ คืนนี้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไม่มีโทรศัพท์ตามงาน และไม่มีใครมากวนใจเราสองคนหรอกนะ” บรรยากาศในห้องตัดเย็บอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง เสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกด้านนอก ยิ่งขับเน้นให้ความเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ ความรู้สึกคุ้นเคยและเจ็บปวดจากอดีตแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่นัยน์ตาคู่สวยของพายในยามนี้กลับไม่มีร่องรอยของการล้อเล่น มีเพียงความจริงจังบางอย่างที่สะท้อนออกมาจากประกายตาคู่นั้น “คุณมองอะไรคะ?” รินรดาเอ่ยถามเสียงสั่นเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ “มองคนที่เอาแต่สร้างกำแพงหนาเตอะเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองไงคะ” พายตอบเสียงนุ่ม แววตาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างกะทันหันจนคนฟังตั้งตัวไม่ติด มือเรียวเอื้อมขึ้นมาสัมผัสปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของดีไซเนอร์สาวแผ่วเบa ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยไล้กรอบหน้าเนียนอย่างทะนุถนอม “ฉันรู้ค่ะว่าคุณโดนอดีตคนรักหักหลังมาเจ็บแสบแค่ไหนในวงการนี้ แต่รินคะ... คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้แล้วนะ” สัมผัสอุ่นซ่านจากปลายนิ้วนั้นทำเอารินรดานิ่งงัน สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานแฟชั่นอย่างเฉียบคมกลับว่าง 0เปล่า หัวใจดวงที่เคยปิดตายมานานนับปีสั่นไหวรุนแรงจนเธอแทบจะควบคุมมันไม่ได้ รินรดาอยากจะปัดมือคู่นั้นออกแล้วเอาคำพูดเชือดเฉือนมากลบเกลื่อนความอ่อนแอเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้... ริมฝีปากเธอกลับหนักอึ้งเกินกว่าจะขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมา “พาย... หยุดเถอะค่ะ” รินรดาเอמהเสียงแผ่วเบaอย่างไร้เรี่ยวแรง เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่น้ำเสียงทรงอำนาจของเธอเจือแววเวทนาตัวเอง “ไม่หยุดค่ะ จนกว่าคุณจะเลิกโกหกความรู้สึกของตัวเอง” พายขยับเข้าไปชิดสนิทแนบยิ่งขึ้น จนหน้าอกนุ่มแนบชิดกับแผ่นอกของรินรดา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารด1ริมฝีปากของกันและกัน รินรดาหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อบรรยากาศและแรงดึงดูดมหาศาลที่เหนี่ยวรั้งพวกเธอไว้ด้วยกัน ริมฝีปากนุ่มหยุ่นของพายค่อยๆ 0ทาบทับกลีบปากอิ่มของรินรดาอย่างแผ่วเบาในความมืด เป็นจูบที่เริ่มต้นด้วยความลังเลก่อนจะลึกซึ้งและร้อนแรงขึ้นตามจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม รินรดาเผลอเผยอริมฝีปากรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อของนางแบบสาวแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระโหยโรยแรง ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามลั่นและสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดโลกภายนอก ราวกับเวลาหยุดเดินลงตรงนี้ ทว่า... ในวินาทีที่ความรู้สึกกำลังลึกซึ้งถึงขีดสุด เสียงกริ่งฉุกเฉินที่แผงควบคุมระบบไฟฟ้าสำรองก็ดังลั่น "ตี๊ด... ตี๊ด..." พร้อมกับแสงไฟนีออนในสตูดิโอที่สว่างวาบขึ้นทันทีอย่างไร้ความปรานี รินรดาสดุ้งเฮือก รีบผลักตัวพายออกห่างด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย นางแบบสาวยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ เลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ “น่าเสียดายจังนะคะ หมดเวลาส่วนตัวของเราซะแล้ว” พายกระซิบยิ้มๆ ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากต่อว่าอะไร เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงเคาะประตูก็ดังรัวขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงตะโกนด้วยความตกใจของเลขาฯ ส่วนตัวที่ไขกุญแจสำรองเปิดเข้ามา “คุณรินคะ! เป็นอะไรรึเปล่าคะ... เอ๊ะ! คุณพายก็อยู่ด้วยเหรอคะ พอดีเลยค่ะ มีเรื่องด่วนที่สุดจากกองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นระดับโลกติดต่อเข้ามา—” คำพูดของเลขาฯ สาวกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายสาวที่ริมฝีปากบวมเจ่อและเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยยืนอยู่กับนางแบบสาวตัวแสบ รินรดากัดฟันกรอดด้วยความฮึดฮัด เตรียมจะหันไปสั่งสอนเด็กดื้อเสียหน่อย แต่ทว่า... เมื่อสายตาคมกริบกวาดไปมองหน้าจอแท็บเล็ตบนโซฟาที่เพิ่งเปิดสว่างขึ้นอัตโนมัติ ร่างทั้งร่างของดีไซเนอร์สาวก็ต้องแข็งทื่อเป็นหิน ภาพข่าวหน้าหนึ่งของเว็บไซต์แฟชั่นชื่อดัง และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ฉบับล่าสุดที่แสดงอยู่บนหน้าจอ ปรากฏภาพถ่ายลับในมุมมืดของเธอกำลังกอดจูบอยู่กับ "อดีตคนรักเก่า" ที่เพิ่งกลับมาเมืองไทยเมื่อวานนี้ พร้อมพาดหัวข่าวตัวโตที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหัวใจที่สั่นคลอนนี้ไปกับควีนบีทูโกนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!*
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับยัยนางแบบตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%