แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 8

ศพที่สองปรากฏ

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บศพใต้ดินและกลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำยาฟอร์มาลินยังไม่น่ากลัวเท่าความเงียบงันที่กดทับอยู่ระหว่างเราทั้งสอง นายแพทย์ศตวรรษ (หมอเต้) วางมีดผ่าตัดสเตนเลสลงบนถาดโลหะเสียงดัง *กริ๊ง* สะท้อนก้องผ่านผนังกระเบื้องสีขาวหม่น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบจับจ้องร่างไร้วิญญาณบนเตียงชันสูตร ซึ่งมีลักษณะการจัดวางและร่องรอยบาดแผลจำลองแบบพิมพ์เขียวเดียวกันกับเหยื่อรายแรกอย่างไร้ที่ติ "ฆาตกรไม่ได้แค่ท้าทายกระบวนการยุติธรรม... มันกำลังเยาะเย้ยพวกเรา สารวัตร" น้ำเสียงของผมราบเรียบ เยือกเย็น แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลในอากาศ สารวัตรปกรณ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง แผ่นหลังกว้างนั้นแผ่ซ่านไอความดุดันและคุกรุ่นไปด้วยโทสะที่ถูกสะกดกลั้นไว้ สายตาคมดุของนายตำรวจมือปราบกวาดมองรอยกรีดบนผิวหนังของศพสลับกับใบหน้าของผมอย่างพินิจพพิเคราะห์ "อย่ามาพูดจาภาษาวิชาการเย็นชาใส่ผมตอนนี้ หมอเต้" ปกรณ์กัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามกระตุก "นี่คือมนุษย์จริงๆ ไม่ใช่เคสศึกษาในห้องเลคเชอร์ ศพที่สองในรอบสัปดาห์... เบื้องบนกำลังกดดันลงมาที่กองปราบจนหายใจไม่ออก ท่านผู้บัญชาการเรียกผมไปพบเมื่อเช้าและขีดเส้นตายให้จบเรื่องนี้ภายในเจ็ดวัน ไม่อย่างนั้นหัวผมได้หลุดจากบ่าแน่" ผมหันไปสบตากับเขา แววตาของเราปะทะกันราวกับมีประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปلم "เจ็ดวัน? ต่อให้คุณมีเวลาเจ็ดสัปดาห์ สารวัตร ถ้าเรายังมัวแต่ไล่ตามเงาของมันด้วยสัญชาตญาณดิบๆ โดยไม่ยอมอ่านรหัสทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มันจงใจทิ้งไว้ เราก็จะพบศพที่สามและที่สี่ตามมาอย่างแน่นอน" "บางครั้งสัญชาตญาณมันเห็นสิ่งที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มองไม่เห็นนะครับ หมอ" ปกรณ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวผมทีละน้อย จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายสายบูชาความดิบเถื่อนลอยเข้าปะทะจมูก แรงดึงดูดอันตรายที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งที่เราอยู่ลำพังเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตาย "คนร้ายรายนี้ไม่ได้ทำตามตำรา มันมีความแค้นส่วนตัว... และผมมั่นใจว่ามันจงใจส่งสาส์นนี้มาให้คุณโดยเฉพาะ" ผมชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความแม่นยำของคำพูดเขาที่จี้เข้าตรงรอยแผลเป็นในอดีตที่ผมพยายามปกปิดมาตลอด "คุณหมายความว่ายังไง" "รอยแผลรูปตัวเอสบนข้อมือซ้ายของเหยื่อรายนี้..." ปกรณ์ยื่นมือหนามาแตะขอบโต๊ะชันสูตร ใกล้กับมือของผมจนปลายนิ้วของเราเกือบสัมผัสกัน "มันคือสัญลักษณ์เดียวกันกับคดีเมื่อห้าปีก่อน คดีที่พี่ชายของคุณเคยทำ... และเป็นคดีที่เกือบทำลายชีวิตคุณทั้งชีวิต" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแข่งกับบรรยากาศอันน่าอึดอัด ผมขบกรามแน่นจนปวดกราม ความทรงจำสีเลือดเมื่ออดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองส่วนเหตุผลพยายามประมวลผลข้อมูล แต่หัวใจกลับถูกบีบอัดด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยร้าวทางจิตวิญญาณที่ยังไม่เคยประสานสนิท "อย่าก้าวล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามทางจิตใจของผม สารวัตรปกรณ์" ผมกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะกระชั้นชิด "หน้าที่ของคุณคือการออกไปล่าตัวมันมา ไม่ใช่มานั่งวิเคราะห์ปมด้อยของผม" ปกรณ์ยิ้มเยาะ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกแข็งที่ทรงเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน "เราต่างก็รู้ดีว่าคุณสลัดคดีนั้นไม่หลุดหรอก หมอเต้... คุณกับผมต่างก็ถูกดึงเข้ามาในเกมนี้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เราพบกันแล้ว" เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียด ผู้กองมินตราเปิดประตูผลុบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าเฉี่ยวคมเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อบางๆ แสดงให้เห็นว่าเธอเพิ่งวิ่งหน้าตั้งมาจากภาคสนาม "สารวัตรคะ หมอเต้คะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ" มินตรารีบรายงานโดยไม่รอให้ใครอนุญาต "ทีมพิสูจน์หลักฐานเพิ่งโทรศัพท์มารายงานสดจากจุดพบศพที่สอง... พวกเขาเจอวัตถุพยานชิ้นใหม่ที่คนร้ายจงใจซ่อนไว้ใต้ฐานลำตัวของเหยื่อ" ปกรณ์ผละออกจากผมช้าๆ สายตาคมกริบเปลี่ยนโหมดเป็นนักล่าทันที "มันคืออะไร" "ไม่ใช่รอยนิ้วมือ ไม่ใช่เส้นผมค่ะสารวัตร..." มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเอ่ยคำพูดถัดมา "แต่มันคือ 'ชิ้นส่วนอวัยวะ' ของเหยื่อรายแรก... ที่ควรจะถูกเผาทำลายไปในเตาเผาศพของนิติเวชเมื่อสามวันก่อน!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องผ่าตัด ร่างกายของผมชาวาบไปถึงกระดูกสันหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี อวัยวะชิ้นนั้นผ่านมือผมเอง เป็นผมที่ลงนามในเอกสารยืนยันการฌาปนกิจ... แล้วมันไปโผล่อยู่ในที่เกิดเหตุของศพที่สองได้อย่างไร? ปกรณ์หันขวับมามองผมทันที แววตาคู่นั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความสงสัย แต่เป็นประกายคมปลาบที่ตั้งคำถามถึงความลับดำมืดที่ผมอาจกำลังปกปิดไว้ "ดูท่าทาง..." สารวัตรหนุ่มกระซิบเสียงพร่า ทอดสายตามองผมด้วยความหมายลึกซึ้งที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง "ฆาตกรตัวจริง... อาจจะไม่ได้อยู่ข้างนอกนั่นคนเดียวเสียแล้วล่ะครับ หมอเต้" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%