แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 7

กับดักในตรอกมืด

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและอับชื้นของน้ำครอด้านหลังตึกแถวร้างย่านฝั่งธนบุรี ไม่ใช่กลิ่นที่น่ารื่นรมย์นักสำหรับคนทั่วไป แต่มันคือกลิ่นที่นายแพทย์ศตวรรษคุ้นเคยดี ยามที่ความตายทิ้งร่องรอยไว้เบื้องหลัง "ตรรกะของหมอมันสะอาดเกินไป ศตวรรษ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันเล็กน้อยดังขึ้นจากความมืด สารวัตรปกรณ์ก้าวเท้าออกมาจากเงาของเสาปูนเปลือย มือขวาจับด้ามปืนพกประจำกายในซองพกนอกอย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบทิศทางด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ถูกปลุกเร้าเต็มพิกัด นายแพทย์ศตวรรษ หรือที่ใครต่อใครเรียกติดปากว่าหมอเต้ ยืนนิ่งอยู่กลางตรอกแคบ ร่างโปร่งในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับเบือนสายตาจากคราบเลือดบนพื้นปูนขึ้นมองนายตำรวจหนุ่ม แววตาหลังกรอบแว่นโลหะฉายความเย็นชา "ความสะอาดของตรรกะคือสิ่งที่ทำให้ผมแยกแยะระหว่าง 'ร่องรอยการฆาตกรรม' กับ 'อุบัติเหตุ' ได้ต่างหากล่ะครับสารวัตร... ซึ่งดูเหมือนว่าสัญชาตญาณดิบเถื่อนของคุณ กำลังจะพาเราเดินเข้าไปติดกับดักที่คนร้ายขุดไว้เสียมากกว่า" ปกรณ์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบต่ำและทรงเสน่ห์ในแบบที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด เขาก้าวเข้าไปประชิดร่างของแพทย์นิติเวชจนระยะห่างแทบไม่เหลือ พื้นที่ระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายและลมหายใจที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ "ถ้าผมไม่บุกเข้ามาลากคอพวกมันในดงกระสุน หมอก็คงได้แต่นั่งกอดแฟ้มชันสูตรแล้ววิเคราะห์รอยกระสุนอยู่แต่ในห้องแอร์เย็นๆ... จริงไหมครับ ด็อกเตอร์?" ปกรณ์กระซิบชิดใบหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มพร่าแฝงความท้าทายที่ร้อนแรงจนศตวรรษต้องขยับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่างทางวิชาชีพ แต่ปกรณ์กลับคว้าข้อศอกเขาไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว แรงบิดนั้นหนักแน่นแต่ไม่ถึงกับเจ็บ เป็นการเตือนกลายๆ ว่าอย่าริอ่านขัดคำสั่งในพื้นที่อันตราย "ข้อมูลจากคราบเขม่าดินปืนและรอยรองเท้าบู๊ตทหารยี่ห้อเฉพาะที่ผมให้ไป มันแม่นยำกว่าการเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปในรังโจรนะครับปกรณ์" ศตวรรษกดเสียงต่ำลง ดวงตาสีนิลจ้องลึกลงไปในดวงตาของสารวัตรหนุ่ม "คุณกำลังประมาท" "และคุณก็กำลังระมัดระวังตัวมากเกินไปจนขาดความเด็ดขาด" ปกรณ์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบวับวาวด้วยความดุดัน "จำไว้ศตวรรษ คนร้ายไม่ได้อ่านตำรานิติวิทยาศาสตร์ก่อนลงมือ แต่มันใช้สันชาตญาณ... เหมือนอย่างที่ผมกำลังใช้ตอนนี้" ฉับพลัน! เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากชั้นลอยของตึกร้างเหนือหัวทำลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองลงในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของนายตำรวจกองปราบทำงานเร็วกว่าความคิด ปกรณ์กระชากตัวนายแพทย์หนุ่มให้ล้มลงหลบหลังแนวกำแพงอิฐบล็อกที่ผุกร่อนพร้อมๆ กับที่กระสุนปืนนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างตึกฝั่งตรงข้ามเสียงดังสนั่นหวั่นไหว *เปรี้ยง!* เศษปูนแตกกระจายร่วงกราวลงมาคลุมไหล่ของทั้งคู่ ศตวรรษถูกกดทับอยู่ใต้ร่างหนาของสารวัตรปกรณ์ น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาทำให้ลมหายใจสะดุด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของแพทย์หนุ่มเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความกลัวตาย หากแต่เป็นสัมผัสแนบชิดและกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้ "หมอเจ็บตรงไหนไหม" เสียงของปกรณ์เปลี่ยนเป็นจริงจังและเข้มข้นขึ้นในยามวิกฤต ดวงตาคู่นั้นกวาดสำรวจใบหน้าของศตวรรษอย่างรวดเร็วเพื่อหาบาดแผล "ผมไม่ใช่เด็กๆ ที่ต้องให้คุณมาปกป้องนะครับสารวัตร" ศตวรรษกัดฟันตอบ แม้เสียงจะนิ่งเรียบแต่หัวใจกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ "เงยหัวขึ้น... วิถีกระสุนเมื่อครู่มาจากมุมยิงร้อยสิบองศา ชั้นสามของอาคารฝั่งตะวันออก แรงปะทะของหัวกระสุนปืน .45 ACP แสดงว่าเป็นปืนพกแบบกึ่งอัตโนมัติที่มีการปรับแต่งลำกล้อง คนร้ายมีไม่ต่ำกว่าสองคน และพวกมันกำลังต้อนเราให้จนมุมในทางตันนี้" ปกรณ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเยือกแข็งที่มักปรากฏยามเผชิญหน้ากับความตาย "สมเป็นหมอเต้จริงๆ... ในสถานการณ์เป็นตายร้ายดี ยังมีเวลาวิเคราะห์วิถีกระสุนได้ละเอียดขนาดนี้" สารวัตรหนุ่มไม่รอช้า เขาชักปืนออกจากซองพร้อมกับพลิตัวออกไปจากที่กำบัง ยิงกดดันขึ้นไปชั้นบนสามนัดซ้อน เสียงปืนคำรามก้องไปทั่วตรอกแคบๆ เรียกเสียงสบถหยาบคายและเสียงฝีเท้าที่วิ่งอลหม่านจากด้านบน "หมอรออยู่ตรงนี้" ปกรณ์สั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ "ถ้าผม นับหนึ่งถึงสามแล้วไม่มีเสียงปืนแตกออก... ถอยหลังออกไปที่ปากซอกตึกแล้วเรียกกำลังเสริมทันที เข้าใจไหม?" "ปกรณ์!" ศตวรรษเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อสูทร của สารวัตรหนุ่มไว้โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ชั้นตรรกะอันเย็นชาผุดวาบขึ้นมาในอก "อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาด" ปกรณ์ชะงัก เขาก้มลงมองมือเรียวที่กำเสื้อเขาแน่น แววตาดุดันอ่อนแสงลงชั่วขณะ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและเร่าร้อนจนน่ากลัวในสถานการณ์เช่นนี้ "เป็นห่วงผมเหรอครับ... คุณหมอ?" "ผมแค่ไม่อยากชันสูตรศพเพื่อนร่วมงาน... โดยเฉพาะศพที่ตายเพราะความโง่เขลาของตัวเอง" ศตวรรษเชิดหน้าขึ้น ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม แม้ใบหูจะขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ปกรณ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผละตัวออกไปพุ่งทะยานเข้าสู่ความมืดของบันไดตึกร้าง ทิ้งให้แพทย์นิติเวชยืนพิงผนังปูนด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนเกินกว่าจะอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ใดๆ เสียงฝีเท้าและเสียงปืนปะทะกันดังระรัวเป็นระยะจากด้านบน ศตวรรษกำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อกาวน์ สายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณเพื่อหาทางช่วยสนับสนุนตามหน้าที่ ทว่า ท่ามกลางความเงียบงัดที่แทรกตัวเข้ามาหลังเสียงปืนชุดสุดท้ายสงบลง สายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังกองลังไม้เก่าๆ ใกล้จุดที่เขายืนอยู่ มันคือกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างดี รอยเทปกาวที่ยังใหม่เอี่ยมตัดกับความสกปรกมอมแมมของโกดังร้างอย่างสิ้นเชิง ศตวรรษขมวดคิ้วเดินเข้าไปใกล้ ใช้ปลายปากกาเหล็กเขี่ยฝากล่องให้เปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในกล่องนั้นไม่มีระเบิด หรือยาเสพติดอย่างที่คาดคิด มีเพียงร่างไร้ลมหายใจของตุ๊กตากระดาษเปื้อนเลือด ที่ถูกตัดแต่งใบหน้าให้คล้ายคลึงกับ... ผู้กองมินตรา นายตำรวจมือขวาของสารวัตรปกรณ์ พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ด้วยหมึกสีแดงสด *['เกมเพิ่งเริ่มต้น... สารวัตรปกรณ์เลือกช่วยผิดคนเสียแล้ว']* ศตวรรษชะงักค้าง ร่างกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อเงาร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นทาบทับด้านหลัง พร้อมกับปลายกระบอกโลหะเย็นเฉียบที่กดแนบท้ายทอยของเขาอย่างแม่นยำ! --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%