แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 11

เบาะแสจากอดีต

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
แฟ้มคดีสีน้ำเงินเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะสแตนเลสในห้องชันสูตร ดูราวกับหีบศพขนาดจิ๋วที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยกาลเวลา ตัวอักษรพิมพ์ดีดบนป้ายกระดาษไขที่ซีดเหลืองตามอายุขัย บ่งบอกตัวเลขปี พ.ศ. ที่นายแพทย์ศตวรรษไม่อยากแม้แต่จะปรายตามอง แต่วันนี้... มันถูกเปิดออกแล้ว กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์โบราณลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ภายในห้องชันสูตรที่เงียบสงัดยามวิกาล มีเพียงแสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างของนายแพทย์นิติเวชมือหนึ่ง ผู้กำลังใช้ปลายคีบสแตนเลสพลิกกระดาษรายงานการชันสูตรพลิกศพเมื่อห้าปีก่อนอย่างเชื่องช้า ทว่าปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางกลับสั่นเทาเล็กน้อย—เป็นความสั่นเทาที่เขาเกลียดชังที่สุดในชีวิต เพราะมันทรยศต่อตรรกะและความเยือกเย็นที่เขายึดถือมาตลอด "คุณกำลังเปิดแผลที่พยายามเย็บปิดมันมาตลอดห้าปีด้วยมือตัวเองนะ หมอเต้" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตูกระจกฝ้า สารวัตรปกรณ์ก้าวออกมาจากเงาสลัว เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ และกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลัง แววตาคมกริบของนายตำรวจมือปราบคู่นั้นไม่ได้ดุดันอย่างเคย หากแต่เจือด้วยความนุ่มลึกบางเบาที่สงวนไว้สำหรับคนตรงหน้าเพียงคนเดียว ศตวรรษไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขาŴยังคงจดจ้องอยู่กับภาพถ่ายรอยแผลในสำนวนคดีเก่า ภาพที่เขาจำได้ติดตา ภาพของเด็กสาวผู้มีศักดิ์เป็น ‘น้องสาวต่างสายเลือด’ คนเดียวที่เขาไม่สามารถปกป้องเธอไว้ได้ด้วยมีดผ่าศพบนโต๊ะนี้ "ความจริงไม่มีวันหมดอายุ สารวัตร... แม้ว่ากาลเวลาจะพยายามกลบฝังมันไว้ใต้ดินสักแค่ไหนก็ตาม" เสียงของศตวรรษแหบพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงความราบเรียบเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง "คุณก็น่าจะรู้ดีกว่าใครนี่ครับ ว่าคดีฆาตกรรมอำพรางคดีนั้น... มีรอยต่อของความผิดพลาดที่พวกคุณมองข้ามไป" ปกรณ์สาวเท้าเข้ามาใกล้ หยุดยืนอยู่ห่างเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกของศตวรรษ สารวัตรหนุ่มโน้มตัวลงใช้มือหนาวางทับลงบนแฟ้มคดีเก่า, เป็นการหยุดการเคลื่อนไหวของแพทย์นิติเวชโดยปริยาย แรงกดจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านความอบอุ่นเข้ามาในห้องที่หนาวเหน็บนี้อย่างจงใจ "คดีนั้นมันถูกปิดไปแล้วโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเป็นการฆ่าตัวตายจากอาการซึมเศร้า" ปกรณ์เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนศตวรรษรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่น "การที่คุณรื้อฟื้นมันขึ้นมาตอนนี้ โดยไม่มีพยานหลักฐานชิ้นใหม่ที่หนักแน่นพอ... คุณกำลังเอาชื่อเสียงและจิตวิญญาณของตัวเองไปเดิมพันกับผีในอดีตนะ หมอเต้" ศตวรรษเงยหน้าขึ้นสบตา สบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกระด้างของสารวัตรกองปราบ รอยยิ้มเยือกแข็งที่มักจะปรากฏบนริมฝีปากของหมอเต้อยามเผชิญหน้ากับศพ ถูกบดบังด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน "ถ้ามันเป็นการฆ่าตัวตายจริง... ทำไมรอยแผลฉีกขาดที่กะโหลกศีรษะถึงมีลักษณะของแรงกระแทกจากวัตถุทู่ที่มีมุมโค้งสอดคล้องกับด้ามปืนพกขนาด .38 ล่ะครับ สารวัตรปกรณ์?" ศตวรรษย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด ดวงตาสดใสแต่เย็นชาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตานายตำรวจหนุ่ม "ตอนนั้น... คุณเป็นคนเซ็นสำนวนปิดคดีนี้ไม่ใช่หรือครับ?" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางห้องราวกับค้อนเหล็ก ปกรณ์ชะงักไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่น ร่องรอยความรู้สึกผิดที่เคยถูกฝังกลบไว้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเช่นกัน ในเวลานั้นเขายังเป็นสารวัตรหนุ่มที่ต้องยอมจำนนต่อคำสั่งเบื้องบนและหลักฐานแวดล้อมที่ถูกจัดฉากอย่างแนบเนียน เขาทำผิดพลาดไปครั้งหนึ่งแล้ว... และเขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง โดยเฉพาะกับคนตรงหน้า ปกรณ์ไม่ได้ถอยหนี แต่กลับขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน มือข้างหนึ่งที่ไม่ได้ทับบนแฟ้ม เลื่อนขึ้นมาแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าคมคายของแพทย์นิติเวช ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านแก้มนวลเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่ขัดแย้งกับบรรยากาศตึงเครียดทำให้หัวใจของศตวรรษกระตุกวูบ "ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวด... และผมรู้ว่าผมติดค้างคำตอบคุณมานานเท่าไหร่" ปกรณ์กระซิบเสียงต่ำ ทุ้มนุ่มและเร่าร้อนจนน่ากลัว "แต่วันนี้ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยคุณรื้อฟื้นอดีตด้วยทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียวหรอกนะ... หมอเต้" ศตวรรษขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะภายใต้เสื้อกาวน์สีขาว "แล้วคุณมาที่นี่เพื่ออะไร?" "ผมมาเพื่อปกป้องคุณ... จากความจริงที่อาจจะพรากคุณไปจากผมอีกครั้ง" ปกรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง ดวงตาคู่นั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ถ้าเราจะขุดหลุมศพนั้นขึ้นมาอีกครั้ง เราจะทำมันด้วยกัน... ทั้งหลักฐานของคุณ และกระสุนปืนของผม" ก่อนที่ศตวรรษจะได้เอ่ยคำปฏิเสธหรือโต้แย้งใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอกห้องชันสูตร ตามด้วยเสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งรัวเร็ว—สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากผู้กองมินตรา ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต ใบหน้าคมเข้มของนายตำรวจหญิงมีหยาดเหงื่อซึมและสีหน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัดในยามวิกาลแบบนี้ "สารวัตร! หมอเต้!" เสียงของมินตราหอบสะท้านเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ระMงับไม่อยู่ "เราเพิ่งได้รับรายงานด่วนจากนิติวิทยาศาสตร์กลาง... ตู้เซฟนิรภัยในบ้านพักของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เสียชีวิตไปเมื่อสัปดาห์ก่อน... ถูกเปิดออกแล้ว" ศตวรรษและปกรณ์หันขวับไปมองหน้ากันทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องชันสูตรชั่วขณะ ก่อนที่มินตราจะกลืนน้ำลายแล้วกล่าวประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ "และในนั้น... มีแฟ้มต้นฉบับสำนวนคดีของน้องสาวหมอเต้... พร้อมด้วยกระสุนปืนปริศนาอีกหนึ่งนัด ที่ระบุหมายเลขทะเบียนตรงกับปืนประจำกายของสารวัตร... ในคืนเกิดเหตุเมื่อห้าปีก่อนพอดีครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%