"รอยกรีดบนกระดูกซี่โครงที่สาม... มันไม่ได้เกิดจากใบมีดผ่าตัดของผม หรือแม้แต่มีดพกสเตนเลสทั่วไป"
เสียงทุ้มต่ำของนายแพทย์ศตวรรษดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องชันสูตรศพยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสาดส่องลงบนร่างไร้ลมหายใจบนเตียงสแตนเลส เงาทอดยาวไปตามผนังกระเบื้องสีขาวราวกับภาพวาดนูนต่ำ หมอเต้ถอดถุงมือยางออกด้วยความเบื่อหน่าย ดวงตาคมกวาดมองคราบเลือดจางๆ ที่ยังคงติดอยู่ใต้เล็บของผู้ตาย ก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่
สารวัตรปกรณ์ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนนิ่งในความมืดสลัวของทางเดินด้านนอก แสงไฟสีส้มอ่อนจากหลอดไฟฟิวส์ขาดๆ หายๆ ขับให้โครงหน้าคมเข้มของนายตำรวจหนุ่มดูดุดันและลึกลับขึ้นเป็นเท่าตัว ดวงตาคมกริบของสารวัตรกองปราบคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ศพเลยแม้แต่น้อย มันจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของแพทย์นิติเวชผู้เยือกเย็นด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก
"คุณกำลังจะบอกผมว่า ฆาตกรใช้เครื่องมือแพทย์ระดับสูง หรือไม่ก็... มีความรู้ทางกายวิภาคเทียบเท่าคุณสินะครับ หมอเต้" ปกรณ์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องดังสะท้อนก้องกังวาน บรรยากาศรอบตัวบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ผมกำลังบอกว่า คดีนี้ไม่ใช่ฝีมือของพวกโจรสมองกลวงที่คุณไล่ล่าตามสัญชาตญาณดิบของคุณหรอกครับสารวัตร" ศตวรรษสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเฉียบคมดุจใบมีดผ่าตัด "มันคืออาชญากรรมที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ ทุกรอยแผล ทุกองศาของการแทง... มันถูกเขียนขึ้นด้วยตรรกะ ไม่ใช่แค่อารมณ์โกรธแค้น"
ปกรณ์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะชันสูตรจนระยะห่างระหว่างเขากับศตวรรษเหลือเพียงคืบ กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความดุดันของสนามรบปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้อง
"ตรรกะงั้นเหรอครับ..." ปกรณ์โน้มตัวลงกระซิบ เสียงของเขาต่ำจนแทบจะเป็นเสียงคำรามในลำคอ "คุณใช้ตรรกะวิเคราะห์ศพพวกนี้ทุกวัน แต่คุณเคยใช้หัวใจสัมผัสความเจ็บปวดของเหยื่อจริงๆ สักครั้งไหมครับ หมอเต้ หรือว่าในหัวของคุณมีแต่ตัวเลข องศา และผลลัพธ์ทางเคมี จนลืมไปแล้วว่ามนุษย์เรามันเปราะบางแค่ไหน"
ศตวรรษชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาหลังกรอบแว่นไหววับ ปมในอดีตเกี่ยวกับคดีที่เขาเคยผ่าศพคนใกล้ชิดพุ่งวาบขึ้นมาในหัวราวกับรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดซ้ำ เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The muscle spasm ชั่ววินาทีนั้น ความเยือกเย็นที่เขาสวมใส่มาตลอดเริ่มมีรอยร้าว
"คุณไม่รู้หรอกสารวัตร... ว่าความจริงที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ มันช่วยปลดปล่อยคนตายได้มากกว่าคำพูดพล่อยๆ ของตำรวจที่ใช้แค่สัญชาตญาณ" ศตวรรษเชิดหน้าขึ้นเผชิญหน้า ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะปนกัน ความโกรธขึงและแรงดึงดูดประหลาดกำลังปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
ปกรณ์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของแพทย์นิติเวช ความโกรธในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกที่ยากจะควบคุม มือหนาเอื้อมออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว ปลาย นิ้วหยาบกร้านจากการจับปืนไล้เบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนของศตวรรษ
ศตวรรษสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบทะลุออกจากอก เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่ากลับไม่ถอยหลังหนี "สารวัตร... คุณกำลังทำอะไร"
"ผมแค่กำลังพิสูจน์ว่า..." เสียงของปกรณ์แผ่วเบาลงราวกับกระซิบ ทว่าทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "คุณไม่ได้เย็นชาอย่างที่ปากพูด... หมอเต้"
ปลายนิ้วที่ไล้ข้างแก้มเลื่อนต่ำลงมาสัมผัสกรอบคอระหง ความอบอุ่นจากร่างกายของนายตำรวจหนุ่มตัดกับความเย็นเฉียบของห้องชันสูตรอย่างสิ้นเชิง ศตวรรษรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ตรรกะ เหตุผล และหลักการทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดที่เขายึดถือพังทลายลงในพริบตา ภายใต้สัมผัสที่ทั้งดุดันและเรียร้องของอีกฝ่าย
ปกรณ์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนร่างของทั้งสองแนบชิดกัน ไหล่กว้างของสารวัตรกองปราบโอบประคองแผ่นหลังของแพทย์นิติเวชไว้โดยสัญชาตญาณ ความตึงเครียดจากคดีที่สะสมมาตลอดหลายวันถูกปลดปล่อยออกมาผ่านความใกล้ชิดที่เกินกว่าขอบ1เขตของเพื่อนร่วมงานทั่วไป
ศตวรรษหายใจติดขัด มือเรียวที่เคยถือมีดผ่าตัดอย่างมั่น 1คง ตอนนี้กลับยกขึ้นวางบนลาดไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาคู่คมของปกรณ์ที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้เครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
"ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะไขคดีนี้คนเดียว..." ปกรณ์กระซิบชิดริมฝีปากของศตวรรษ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้ม "คุณจะต้องเจ็บตัวอีก... และผมคงทนเห็นภาพนั้นไม่ได้"
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นคำสั่ง แต่มันคือการสารภาพความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานาน ศตวรรษเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในหัว แต่รส1สัมผัสและแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณกลับรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน ในความมืดสลัวของห้องชันสูตรที่มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบ ปกรณ์โน้มใบหน้าลงมา ปลายจมูกชนกัน ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะทาบทับลงบนเรียวปากนุ่มของแพทย์นิติเวชอย่างแผ่วเบาในทีแรก ก่อนจะทวีความเร่าร้อนและลึกซึ้งขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหยหา
มันไม่ใช่แค่ความหลงใหลชั่ววูบ แต่มันคือการปะทะกันของสองดวงวิญญาณที่โดดเดี่ยว ท่ามกลางความมืดมิดของคดีฆาตกรรมและความจริงอันโหดร้าย ศตวรรษหลับตาลง ยอมปล่อยให้ความรู้สึกที่อยู่นอกเหนือตำราแพทย์ครอบงำ สองมือเรียวขยำปกเสื้อสูทของสารวัตรหนุ่มแน่น ดึงรั้งให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้จนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังล้อมกรอบไปด้วยความวาบหวามและเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากทางเดินด้านนอก!
*ปัง!*
ประตูห้องชันสูตรถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ผู้กองมินตราก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือที่สั่นเทา
"สารวัตรคะ! หมอเต้! เราเจอหลักฐานใหม่แล้วค่ะ... ในที่เกิดเหตุรอบสอง... มันไม่ใช่รอยกรีด แต่เป็นรอยประทับของตราสัญลักษณ์บางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผิวหนังของเหยื่อ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 12
ค่ำคืนใต้แสงไฟสลัว
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!