แสงนีออนสีขาวนวลจากจอคอมพิวเตอร์ความละเอียดสูงสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของนายแพทย์ศตวรรษ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางกำลังลากเส้นจำลองวิถีโค้งของกระสุนปืนผ่านซอฟต์แวร์สามมิติอย่างแม่นยำ บนโต๊ะทำงานในห้องสืบสวนชั่วคราวของกองปราบปรามคราคร่ำไปด้วยแฟ้มคดี กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นที่เย็นชืดผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่า บ่งบอกถึงช่วงเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาลที่โลกภายนอกหลับใหล แต่โลกภายในห้องนี้กลับกำลังเดือดดาลด้วยแรงกดดันจากเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที
"ถ้าเรายังมองหาแค่ตัวรถ เราจะไม่มีวันเจอตัวคนขับครับ สารวัตร"
เสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ศตวรรษไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอภาพ ดวงตาหลังเลนส์แว่นยังคงจับจ้องที่จุดตัดของพิกัดจีพีเอสบนแผนที่ดิจิทัล เขากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าตรรกะทางวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร ต่างจากพยานบุคคลที่มักบิดเบือนด้วยความกลัวหรือผลประโยชน์
สารวัตรปกรณ์ที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่เงียบๆ ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและรอยแผลเป็นจางๆ จากสนามรบ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงมาที่แพทย์นิติเวชหนุ่มด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มเยือกแข็งอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนายตำรวจหนุ่มอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ จนกระทั่งกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายเจือจางอยู่ในอากาศรอบตัวศตวรรษ
"คุณหมอกำลังใช้คอมพิวเตอร์คุยกับศพในจินตนาการอีกแล้วนะครับ" ปกรณ์โน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มอยู่ห่างจากศตวรรษเพียงแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าด้านข้างของแพทย์หนุ่ม "สัญชาตญาณโจร ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลอาชญากรรมของโรงพยาบาลศิริราชหรือสถาบันนิติเวชหรอกนะ หมอเต้"
ศตวรรษชะงักมือที่กำลังเค้นแป้นพิมพ์ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามนี้สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่นายแพทย์หนุ่มเลือกที่จะซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยอันเย็นชา
"ความตายทิ้งร่องรอยเสมอครับสารวัตร และกล้องวงจรปิดพวกนี้ก็คือดวงตาที่ไม่เคยกระพริบตาโกหกเหมือนมนุษย์" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ผู้กองมินตรา ดึงภาพจากกล้องตัวที่สามของสี่แยกถนนทรงวาดมาขยายสิครับตรงความเร็วเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์"
ผู้กองมินตราที่นั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าจออีกเครื่องรีดเร้นพลังสมาธิเฮือกสุดท้าย เคาะแป้นพิมพ์รัวเร็ว ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดความคมชัดสูงปรากฏขึ้นบนจอหลัก รถกระบะสีดำทึบติดฟิล์มมืดสนิทเคลื่อนผ่านมุมกล้องอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาตีสองสิบห้านาทีของคืนเกิดเหตุ
ปกรณ์ละสายตาจากใบหน้าของศตวรรษ หันไปเพ่งมองหน้าจอด้วยสัญชาตญาณนักล่า "นั่นไง... ทะเบียนปลอม เห็นได้ชัดว่าเตรียมการมาอย่างดี"
"ไม่ใช่แค่ทะเบียนปลอมครับสารวัตร" ศตวรรษลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างของเขาสูงโปร่งไม่แพ้ตำรวจหนุ่ม แต่วิธีการยืนสง่างามและเปี่ยมด้วยระเบียบวินัยแบบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ "ดูองศาการเลี้ยวของล้อหน้าซ้ายสครับ มันไม่ได้เลี้ยวตามแรงเหวี่ยงปกติ แต่มันเป็นการหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางที่ไม่มีอยู่ในแผนที่จราจร... สิ่งกีดขวางที่คนขับรู้ว่ามันตั้งอยู่ตรงนั้น"
ปกรณ์หรี่ตาลง วิเคราะห์ตามคำพูดของแพทย์หนุ่ม "หมายความว่า... คนขับต้องคุ้นเคยกับเส้นทางนี้อย่างดี"
"ถูกต้องครับ" ศตวรรษพยักหน้ารับ มือเรียวขยับเมาส์คลิกย้อนเส้นทางของรถคันดังกล่าวผ่านเครือข่ายกล้องวงจรปิดอัจฉริยะทั่วเมืองหลวง ภาพบนจอตัดสลับย้อนถอยหลังจากจุดเกิดเหตุ ผ่านตรอกซอกซอย มุดเข้าสู่เขตชุมชนเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนที่รถคันนั้นจะเลี้ยวหายเข้าไปในอาคารพาณิชย์ร้างแห่งหนึ่ง
มินตราอุทานเบาๆ "นั่นมัน... เขตพื้นที่รับผิดชอบเก่าของกองปราบฯ นี่คะ ที่เคยมีคดีสะเทือนขวัญเมื่อห้าปีก่อน..."
บรรยากาศในห้องสืบสวนพลันเย็นเยียบลงทันที ปกรณ์หันขวับมามองหน้าศตวรรษทันทีเมื่อตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง ขณะที่ดวงตาคู่คมของแพทย์นิติเวชกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายชะงักค้าง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก
บนหน้าจอแสดงภาพพิกัดปัจจุบันของอาคารพาณิชย์ร้างหลังนั้น ชื่อถนนและหมายเลขซอยปรากฏเด่นชัด... มันคือเส้นทางเดียวกันกับสถานที่ที่เคยเกิด "คดีผ่าศพอำพราง" เมื่อห้าปีก่อน คดีที่พรากชีวิต "คนใกล้ชิด" ที่สุดคนหนึ่งของนายแพทย์ศตวรรษไปตลอดกาล และเป็นแผลเป็นในใจที่เขาไม่เคยลบเลือน
ปกรณ์สังเกตเห็นความผิดปกติทางกาย ริมฝีปากของศตวรรษเม้มเข้าหากันแน่นจนซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม แม้ใบหน้าจะยังคงพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ แต่มือที่กำขอบโต๊ะทำงานกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
"หมอเต้..." เสียงของปกรณ์เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด มือหนาเอื้อมไปแตะลงบนไหล่กว้างของแพทย์หนุ่ม ออกแรงบีบเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความมั่นคง "คุณไหวไหม?"
ศตวรรษสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก เขากัดฟันกรอด สายตาจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพอาคารหลังนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับวิญญาณในอดีตกำลังกวักมือเรียกเขาให้กลับไปเผชิญหน้า
"ผมสบายดีครับสารวัตร" ศตวรรษตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด แม้จะแหบพร่าเล็กน้อย "แค่ไม่คิดว่า... คนร้ายรายนี้จะเลือกใช้เส้นทางที่จงใจขุดคุ้ยอดีตของผมขึ้นมา"
ปกรณ์ขยับเข้าไปชิดอีกขั้น ความใกล้ชิดที่เต็มไปด้วยพลังงานทางจิตวิญญาณอันร้อนรุ่มแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง สารวัตรหนุ่มโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของแพทย์นิติเวชด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยคำสัญญาที่ไม่มีวันปริปากบอกตรงๆ
"ถ้าอดีตมันน่ากลัวนัก... ให้ผมเป็นคนเดินนำทางคุณเข้าไปเองครับ หมอเต้"
ก่อนที่ศตวรรษจะทันได้ตอบคำอยู่นั้น เสียงเตือนข้อความฉุกเฉินจากวิทยุสื่อสารบนโต๊ะของผู้กองมินตราก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศที่กำลังตึงเครียด
"สารวัตรคะ! ทีมสายตรวจภาคสนามรายงานด่วน... เพิ่งพบศพปริศนาถูกทิ้งไว้ที่ชั้นใต้ดินของอาคารพาณิชย์ร้างเป้าหมาย สภาพศพถูกจัดท่าทางอย่างจงใจ และที่สำคัญ..." มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองสารวัตรและแพทย์นิติเวชด้วยแววตาตื่นตระหนก "รอยแผลผ่าตัดบนหน้าอกของผู้ตาย... ใช้วิธีการเดียวกับคดีเมื่อห้าปีที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยนค่ะ!"
ศตวรรษนิ่งงันไปชั่วขณะ ข้อมูลในหัวประมวลผลด้วยความเร็วสูง ความจริงอันมืดหม่นกำลังรอให้พวกเขาไปผ่าพิสูจน์ที่ปลายทาง ปกรณ์หันมาสบตากับเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการไล่ล่า ขณะที่ศตวรรษค่อยๆ ดึงถุงมือยางคู่ใหม่ออกมาจากกล่อง สวมมันลงบนมือทั้งสองข้างอย่างช้าๆ ความกลัวในอดีตถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณแห่งนักวิทยาศาสตร์ผู้แสวงหาความจริง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 4
เบาะแสจากกล้องวงจรปิด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!