เสียงหึ่งต่ำของเครื่องปั่นเหวี่ยงสารเคมี (Centrifuge) ในห้องปฏิบัติการพันธุศาสตร์นิติเวชดังระคนกับเสียงพัดลมระบายอากาศ เป็นจังหวะเดียวกับที่เข็มวินิจฉัยบนหน้าปัดดิจิทัลไต่ระดับขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง
นายแพทย์ศตวรรษยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแสงไฟนีออนสีขาวโพลน สองมือสวมถุงมือยางนีโอพรีนหนาพิเศษ นิ้วเรียวยาวกำลังคีบชิ้นเนื้อเยื่อขนาดเท่าเล็บนิ้วก้อย ซึ่งถูกดึงออกมาจากชั้นไขมันใต้ผิวหนังของศพนิรนามในเคสด่วนพิเศษ แสงจากกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอส่องกระทบเศษเนื้อเยื่อชื้นแฉะ เผยให้เห็นเส้นใยสีเทาปนดำที่ฝังตัวอยู่ลึกเกินกว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันคือสิ่งแปลกปลอม—ร่องรอยแห่งความเจ็บปวดที่ฆาตกรจงใจฝังไว้ใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อส่งสารบางอย่างท้าทายกระบวนการยุติธรรม
เต้หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อเพ่งพินิจโครงสร้างระดับจุลภาค ปลายปากกาเหล็กสเตนเลสในมืออีกข้างเคาะกับขอบโต๊ะสเตนเลสเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับความคิดที่กำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ตรรกะทางวิทยาศาสตร์บอกเขาว่าไม่มีหลักฐานชิ้นใดไร้ที่มา แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับกระซิบบอกว่า ชิ้นเนื้อชิ้นนี้ไม่ได้ถูกทิ้งไว้เพื่ออำพรางคดี หากแต่มันคือ "ลายเซ็น"
แกร๊ก...
เสียงก้านประตูห้องผ่าศพด้านนอกถูกผลักเปิดออกแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาลที่ล่วงเลยมาจนถึงตีสอง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง เต้สัมผัสได้ถึงกระแสอากาศที่เคลื่อนไหวและการกดทับของมวลกายที่คุ้นเคย กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นบุหรี่มวนบางลอยเหนือกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
สารวัตรปกรณ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หลังแนวเส้นกั้นสีเหลือง ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักจางๆ ที่ท่อนแขนและกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวจากการทำงานหนัก ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่แผ่นหลังของแพทย์นิติเวชผู้เคร่งขรึม
"ดึกป่านนี้แล้ว ศพในห้องเย็นยังไม่น่ากลัวเท่าคนที่ยืนจ้องชิ้นเนื้อด้วยสายตาเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อหรอกนะครับ หมอเต้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ทว่าแววตาไม่ได้ยิ้มตามเลยสักนิด
เต้ไม่ได้หันกลับไปทันที เขาวางเครื่องมือลงบนถาดสเตนเลสอย่างประณีต ถอดถุงมือยางออกทีละข้างด้วยความใจเย็น ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองแก้วกาแฟกระดาษในมืออีกฝ่าย
"ถ้าสารวัตรใช้เวลาว่างตอนตีสองมาเดินตรวจความเรียบร้อยในเขตกองนิติเวช ผมเกรงว่ากองปราบปรามคงกำลังขาดแคลนงานให้ทำ หรือไม่ก็... สารวัตรกำลังหนีความจริงบางอย่างจากคดีข้างนอกมาพักพิงในสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนตาย" เต้สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมพอที่จะบาดลึกถึงความตั้งใจของอีกฝ่าย
ปกรณ์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว วางแก้วกาแฟอุ่นๆ ลงบนโต๊ะทำงานใกล้กับกองแฟ้มคดี
"ผมไม่ได้หนีใครมาหรอกครับ แค่คิดว่าหมอคงไม่ได้นอนมาสองคืนติดกันแล้ว และกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลแก้วนี้ อาจจะช่วยให้สมองส่วนหน้าของแพทย์นิติเวชผู้ปราดเปรื่องทำงานได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องเผลวินิจฉัยหลักฐานผิดพลาดเพราะความเหนื่อยล้า" ปกรณ์เลิกคิ้วเล็กน้อย สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าด้านข้างของเต้ที่มีร่องรอยความอ่อนล้าปรากฏชัดเจน แม้เจ้าตัวจะพยายามซ่อนมันไว้ใต้มาดนิ่งสนิทก็ตาม
เต้เหลือบมองแก้วกาแฟบนโต๊ะครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาสบตากับนายตำรวจหนุ่ม ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ในยามวิกาลเช่นนี้แคบลงจนรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ออกจากร่างกายของอีกฝ่าย ความแตกต่างระหว่างสองขั้ว—ระหว่างความเย็นชาของห้องผ่าศพกับความเร่าร้อนดุดันของสนามอาชญากรรม—กำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบในพื้นที่จำกัดนี้
"ผมไม่เคยผิดพลาดเรื่องการวินิจฉัย สารวัตรก็รู้ดี" เต้พูดเสียงต่ำ ขยับตัวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอีกนิดเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายต้องเผชิญหน้ากับข้อเท็จจริง "และชิ้นเนื้อที่ผมกำลังตรวจสอบอยู่ตอนนี้ ก็กำลังบอกผมว่า ฆาตกรไม่ได้เป็นแค่อาชญากรโรคจิตธรรมดา แต่มันมีความรู้เรื่องกายวิภาคศาสตร์ในระดับเดียวกับผม... หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ"
ปกรณ์หุบยิ้มลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักล่าของสารวัตรหนุ่มตื่นตัวเต็มที่ เขาก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะอีกฝั่ง จนแทบจะไร้ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ กลิ่นกายเฉพาะตัวของปกรณ์เจือด้วยกลิ่นอายยามค่ำคืนปะทะเข้ากับโสตประสาทของเต้
"หมายความว่ายังไงครับหมอ?" ปกรณ์ถามเสียงเข้ม ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของแพทย์นิติเวช "ฆาตกรคนนี้... เป็นคนในเครื่องมือแพทย์ของพวกเราเองอย่างนั้นเหรอ?"
เต้เงียบไปชั่วขณะ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันบรรยากาศระหว่างกัน เขารู้ดีว่าข้อสันนิษฐานนี้มีความหมายอย่างไร มันคือการเปิดประตูสู่นรกขุมใหม่ที่จะสั่นคลอนความเชื่อมั่นทั้งหมดในวงการแพทย์และตำรวจ
"ผมยังไม่ได้สรุปแบบนั้นครับสารวัตร" เต้ตอบเสียงเรียบ ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่เจือจางอยู่ในอากาศเย็นเยียบของห้องผ่าศพ "แต่ถ้าสารวัตรอยากรู้คำตอบที่แท้จริง..."
เต้เอื้อมมือไปหยิบรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะ กดเปิดจอภาพโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่บนผนังกระจกใส ภาพถ่ายทางจุลพยาธิวิทยา (Histopathology) ขยายใหญ่ขึ้นนับร้อยเท่า ปรากฏเป็นภาพเซลล์เนื้อเยื่อที่ถูกย้อมสี แต่วิถีการเรียงตัวของมันกลับผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง
ไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้... แต่มันคือ "รอยเย็บ" ภายในที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนด้วยไหมละลายชนิดพิเศษที่ใช้ในการผ่าตัดหัวใจ
ปกรณ์ขมวดคิ้วแน่น จ้องมองภาพบนจอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความเยือกเย็นในดวงตาของสารวัตรหนุ่มถูกแทนที่ด้วยประกายความกรุ่นโกรธและตื่นตะลึงระคนกัน "รอยเย็บนี่... มันไม่ใช่ฝีมือของคนทั่วไปแน่ๆ"
"ถูกต้องครับ" เต้หันกลับมามองหน้าปกรณ์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขายามนี้ใกล้ชิดเสียจนเต้สามารถมองเห็นแพขนตาดกหนาและประกายความดุดันในดวงตาคู่นั้นได้อย่างชัดเจน "และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ปมไหมแบบนี้ มีใช้แค่ในโรงพยาบาลเอกชนเครือข่ายเดียวในประเทศ... และหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงพยาบาลนั้น ก็เพิ่งเซ็นชื่ออนุมัติงบประมาณสนับสนุนงานวิจัยนิติเวชศาสตร์... ของอาจารย์ผมเอง"
ดวงตาของปกรณ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งจะดังขึ้นอย่างรีบร้อนจากทางเดินด้านนอกห้องผ่าศพ—เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้นัดหมาย และไม่ควรมีใครอยู่ที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ก่อนที่ร่างระหงของผู้กองมินตราจะพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด ลมหายใจหอบสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนแทบไม่มีสติ
"สารวัตรคะ! หมอเต้!" เสียงของมินตราสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ เธอยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอแตกยับให้ปกรณ์ดูภาพข่าวสดจากสำนักข่าวท้องถิ่น "ทางกองปราบเพิ่งได้รับแจ้งเหตุ... ศพที่สองถูกพบแล้วครับ... และสภาพของเหยื่อรายนี้ ถูกผ่าตัดเอาหัวใจออกไปสดๆ โดยทิ้งรอยเย็บแบบเดียวกันเป๊ะไว้บนหน้าอก... ที่สำคัญที่สุด... รถพยาบาลที่ขนย้ายศพชุดแรกเมื่อตอนหัวค่ำ เพิ่งถูกพบว่าประสบอุบัติเหตุตกหน้าผา... และในรถคันนั้น..."
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปรายตามองชิ้นเนื้อบนโต๊ะของหมอเต้ด้วยความหวาดผวา
"...ไม่มีร่างของเหยื่อเหลืออยู่เลยสักศพเดียว"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 5
ห้องผ่าศพยามวิกาล
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!