แสงไฟสีขาวนวลจากโปรเจก터สาดกระทบลงบนผนังห้องประชุมยุทธการ ศูนย์สืบสวนกองปราบปราม เงาร่างของนายแพทย์ศตวรรษทอดยาวทับซ้อนกับแผนผังที่เกิดเหตุราวกับภูตผีที่กำลังกัดเซาะความน่าเชื่อถือของคดีทั้งหมด
"รอยกรีดที่กระดูกซี่โครงซี่ที่เจ็ดไม่ได้เกิดจากมีดพับอเนกประสงค์ของคนร้ายตามที่สารวัตรสันนิษฐานไว้นะครับ... มันคมกริบเกินไป และมีองศาการแทงเฉียงขึ้นสี่สิบหองศา ซึ่งสอดคล้องกับมีดผ่าตัดเบอร์สิบเอ็ดที่ใช้ในห้องปลอดเชื้อ มากกว่าการลงมือด้วยอารมณ์ชั่ววูบของฆาตกรต่อเนื่องทั่วไป"
น้ำเสียงของหมอเต้ราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับปลายมีดสเกลเพลลที่เพิ่งผ่านการฆ่าเชื้อ ศตวรรษยืนกอดอกอยู่หน้าจอภาพ ร่างกายโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยรัศมีแห่งอำนาจทางวิชาการที่ไม่อาจโต้แย้งได้ง่ายๆ
สารวัตรปกรณ์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ปลายโต๊ะประชุมขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของคำพูดแต่ละคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้น กลิ่นอายความเป็นชายชาติทหารและสัญชาตญาณดิบเถื่อนของสารวัตรหนุ่มปะทะเข้ากับความเยือกเย็นอันเป็นระเบียบเรียบร้อยของแพทย์นิติเวชอย่างดุเดือดในอากาศที่แทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง
"ทฤษฎีห้องผ่าตัดของคุณมันสวยหรูดีนะ หมอเต้..." ปกรณ์เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน "แต่ในโลกความเป็นจริงบนถนนเปียกฝนและกลิ่นคาวเลือด ไม่มีฆาตกรโรคจิตคนไหนใส่ถุงมือยางสเตียไรด์คอยคำนวณองศาการแทงหรอกครับ มันลงมือเพราะความหิวกระหาย มันฆ่าเพราะสัญชาตญาณดิบ และศพนั้น... มันกำลังท้าทายผม ไม่ใช่กำลังสอนหนังสือคุณ"
ปกรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุม ร่างกายทั้งสองร่างอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขาสองคนแผ่ซ่านจนผู้กองมินตราที่นั่งอยู่มุมห้องต้องเบนสายตาหนีไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างอึดอัด
"สัญชาตญาณของคุณมันใช้ได้ผลกับพวกโจรปล้นร้านสะดวกซื้อนะครับสารวัตร..." ศตวรรษหันมาสบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง แววตาหลังกรอบแว่นสายตาสะท้อนความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ "แต่นี่คือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเชิงสัญลักษณ์ หากคุณยังใช้ความรู้สึกนำทางเหมือนหมาล่าเนื้อที่ขาดการควบคุม เราจะไม่มีวันตามทันคนที่อยู่เบื้องหลังความตายครั้งนี้ และที่สำคัญที่สุด... คนร้ายไม่ได้แค่ต้องการฆ่า แต่มันกำลังกลับมาเอา 'ชิ้นส่วน' ที่คุณบอกว่าไร้ค่ายังไงล่ะครับ"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ปกรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความก้าวร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมที่น่ากลัว เขารู้ดีว่าหมอเต้ไม่ได้พูดเล่น และหลักฐานดิจิทัลที่ศตวรรษเพิ่งค้นพบเมื่อคืนนี้กำลังยืนยันสมมติฐานที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
"คุณหมายความว่ายังไง..." ปกรณ์ถามเสียงต่ำ มือหนาวางลงบนขอบโต๊ะจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ชิ้นส่วนอะไรที่มันอยากได้คืน ในเมื่อของกลางทั้งหมดอยู่ในห้องเก็บหลักฐานของนิติเวชแล้ว"
"นั่นแหละครับคือปัญหา..." ศตวรรษถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขากดรีโมทเปลี่ยนภาพบนจอให้แสดงภาพเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ของศพรายล่าสุด "เมื่อคืนนี้ มีการพยายามเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลแม่ข่ายของห้องผ่าตัดศพ และเป้าหมายไม่ใช่การลบไฟล์บันทึกภาพ... แต่เป็นการเข้าถึง 'ทะเบียนประวัติทางพันธุกรรมและชิ้นเนื้อตัวอย่าง' ของศพโครงกระดูกเมื่อสามปีก่อน คดีที่คุณเคยทำพลาดไปเมื่ออดีตยังไงล่ะครับ สารวัตร"
ชื่อของคดีในอดีตถูกโยนลงกลางวงประชุมราวกับระเบียบเวลาที่ถูกจุดชนวน ปกรณ์ชะงักไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนนูนขึ้น แววตาของสารวัตรหนุ่มวูบไหวด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างจงใจ
"อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับคดีนี้ หมอเต้!" ปกรณ์คำรามเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าเรียบนิ่งของศตวรรษที่ยืนอยู่ใกล้เกินกว่าระยะปลอดภัยทางสังคม
"ผมไม่ได้เอาเรื่องส่วนตัวมาพูดครับ ผมกำลังพูดถึงความจริงที่วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร..." ศตวรรษโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นโคโลญจ์จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะตัวของแพทย์นิติเวชลอยเข้าจมูกของปกรณ์ มันไม่ใช่กลิ่นที่น่ารังเกียจ... แต่เป็นกลิ่นที่กระตุ้นความเร่าร้อนบางอย่างในตัวสารวัตรหนุ่มอย่างประหลาด "หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่าความจริงที่ว่าคนร้ายคนนั้นยังลอยนวลอยู่ จะพิสูจน์ว่าสัญชาตญาณที่คุณภาคภูมิใจนักหนามันผิดพลาดตั้งแต่แรก"
บทสนทนาถูกตัดฉับด้วยเสียงเคาะประตูกระดิ่งดังขึ้นสามครั้ง ผู้กองมินตราชะوкตัวลุกขึ้นยืนด้วยใบซีดเผือด เธอก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสั่นเทา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาทั้งสองคนด้วยความตื่นตระหนก
"สารวัตรคะ... หมอเต้... มีรายงานด่วนจากโรงพยาบาลตำรวจครับ" มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ศพโครงกระดูกจากคดีเมื่อสามปีก่อนที่เก็บไว้ในห้องนิรภัยใต้ดิน... ถูกคนร้ายแอบสับเปลี่ยนตัวอย่างกระดูกออกไปแล้ว และสิ่งที่ทิ้งไว้แทนที่ในโหลบรรจุสารเคมี... คือรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดที่เพิ่งแห้งสนิทเมื่อไม่ถึงสิบนาทีที่แล้วนี่เองครับ!"
ปกรณ์หันขวับกลับไปมองหน้าจอทันที ดวงตาของสารวัตรหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักว่า เกมนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่กำลังไล่ล่า... แต่คนร้ายกำลังเดินเข้ามาเหยียบย่ำถึงถิ่นของพวกเขาแล้ว
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 3
ความเห็นที่ไม่ลงรอย
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!