"หมอเต้... อธิบายหน่อยสิครับว่า ทำไมคุณถึงไปยืนอยู่บนดาดฟ้านี้... ตั้งแต่หกชั่วโมงก่อนที่เราจะได้รับแจ้งเหตุ?"
คำถามนั้นแขวนอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางลมหนาวบนดาดฟ้าตึกร้างย่านสาทร กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เก่าและสนิมเหล็กผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่สารวัตรปกรณ์เพิ่งพ่นออกมา แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าละแวกนั้นสาดส่องลงมากระทบไหล่กว้างของนายตำรวจหนุ่มผู้ดุดัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้ละไปจากใบหน้าเรียุบนิ่งของแพทย์นิติเวชมือหนึ่งเลยแม้แต่วินาทีเดียว
นายแพทย์ศตวรรษ หรือหมอเต้ ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอก แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงไฟเบื้องล่าง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นความเย้ยหยันในตรรกะอันเปราะบางของฝ่ายตรงข้าม
"สารวัตรปกรณ์ครับ..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น ราวกับอาจารย์กำลังอธิบายบทเรียนให้เด็กนักเรียนฟัง "ก่อนที่คุณจะตั้งข้อสงสัยในตารางเวลาของผม ผมคิดว่าคุณควรใช้เวลาสั้นๆ นั้นทบทวนหลักการสืบสวนเบื้องต้นเสียก่อน... ผมเป็นแพทย์นิติเวชครับ หน้าที่ของผมคือการไขปริศนาจากร่างที่ไร้ลมหายใจ ไม่ใช่การวิ่งตามเงาของฆาตกรแบบที่คุณกำลังทำอยู่"
ปกรณ์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยแรงกดดัน เขาขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับศตวรรษเหลือเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นฝนจางๆ ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัส
"ตรรกะสวยหรูดีนี่ครับหมอ..." ปกรณ์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงกระซิบนั้นแหบพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ปัญหาคือ กล้องวงจรปิดของตึกนี้บันทึกภาพคุณเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าตอนตีสอง โดยไม่มีศพ... และเดินลงไปตอนตีสาม โดยมีคราบเลือดติดอยู่ที่ปลายรองเท้า... คุณจะอธิบายทางวิทยาศาสตร์ยังไงครับหมอเต้ ว่าเลือดบนรองเท้าคุณมันกระโดดขึ้นไปติดเอง หรือว่าคุณแค่แวะขึ้นมาชมวิว?"
ศตวรรษนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาหลังเลนส์แว่นไหววับเป็นประกายก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม เขาไม่ถอยหนี แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนประชิดกลับสร้างสนามพลังประหลาดระหว่างพวกเขาทั้งสอง คนหนึ่งคือความมืดมิดของสัญชาตญาณดิบ อีกคนคือความเย็นชาของตรรกะทางวิทยาศาสตร์ ทั้งคู่ดึงดูดและห้ำหั่นกันในคราวเดียว
"ถ้าคุณอยากรู้คำตอบนัก... เชิญที่ห้องผ่าตัดของผมสิครับ สารวัตร" ศตวรรษเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบแล้วก้าวเดินผ่านออกไป ทิ้งให้ปกรณ์มองตามแผ่นหลังนั้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย
***
ภายในห้องแล็บนิติเวชที่เย็นเยียบและอบอวลด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แสงไฟสีขาวนวลจากโคมไฟผ่าตัดสาดส่องลงบนร่างไร้ชีวิตของเหยื่อบนเตียงสแตนเลส ศตวรรษสวมถุงมือยางสีขาว ปลายมีดผ่าตัดสเตนเลสในมือคมกริบสะท้อนแสงวับวาม บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน
ปกรณ์และผู้กองมินตราก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หลังกระจกใส บรรยากาศตึงเครียดระอุขึ้นทันทีที่สารวัตรหนุ่มกวาดสายตามองการเคลื่อนไหวอันแม่นยำและเยือกเย็นของแพทย์หนุ่ม
"หมอเต้... ผลวิเคราะห์ชิ้นเนื้อรอบบาดแผลออกหรือยังครับ?" มินตราเอ่ยถามทำลายความเงียบผ่านอินเตอร์คอม
ศตวรรษหยุดมือ เงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจก แววตาคมปลาบ "นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมเรียกคุณมาดู... ผู้กองมินตรา และโดยเฉพาะคุณ... สารวัตรปกรณ์"
เขากวักมือเรียกให้ทั้งสองเข้ามาใกล้เตียงผ่าตัด บนถาดเครื่องมือข้างตัว มีชิ้นส่วนกระดูกซี่โครงท่อนเล็กๆ วางอยู่ภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง
"จากรายงานการสืบสวนเบื้องต้นของคุณ สารวัตรบอกว่าเหยื่อเสียชีวิตจากการตกจากที่สูง กระดูกหักหลายแห่งตามแรงกระแทก... ใช่ไหมครับ?" ศตวรรษเริ่มอธิบาย น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง
"ถูกต้องครับ สภาพศพที่พบบนฟุตบาทหน้าร้านสะดวกซื้อยืนยันแบบนั้น" ปกรณ์ตอบเสียงเข้ม สายจ้องมองชิ้นส่วนกระดูกบนถาด
"นั่นคือความสะดุดทางความคิดที่คุณและทีมงานมองข้ามไปครับ" ศตวรรษหยิบคีมปลายแหลมขึ้นมาคีบชิ้นกระดูกซี่โครงชิ้นนั้นขึ้น "ถ้าเรามองด้วยตาเปล่า หรือแม้แต่เอกซเรย์ทั่วไป เราจะเห็นรอยร้าวแบบคอมมิชชันจากการตกกระทบ แต่ถ้าเราใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนส่องดูโครงสร้างภายในระดับไมครอน..."
เขาปรับโฟกัสกล้องแล้วผายมือให้ปกรณ์ก้มลงมองผ่านเลนส์
ปกรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวลงมอง ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ทำให้ดวงตาคมของนายตำรวจหนุ่มหรี่แคบลงทันที บนพื้นผิวของกระดูกสีขาวนวล มีร่องรอยการบากลึกด้วยคมมีดขนาดเล็กที่ถูกลับจนคมกริบ รอยบากนั้นมีความเรียบเนียนและแม่นยำอย่างยิ่งยวด ราวกับฝีมือของช่างแกะสลักมืออาชีพ ไม่ใช่รอยแตกจากการกระแทกของอุบัติเหตุหรือการตกตึก
"รอยมีดบนกระดูก..." ปกรณ์พึมพำออกมาเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที "นี่ไม่ใช่รอยจากการตกจากที่สูง... แต่เป็นรอยที่เกิดจากการเฉือนเนื้อเยื่อและเลาะกระดูก *ก่อน* ที่เหยื่อจะถูกโยนลงมาจากดาดฟ้า"
"แม่นยำมากครับสารวัตร" ศตวรรษถอดถุงมือออก วางลงบนถาด เสียงยางดีดกระทบข้อมือเบาๆ "เหยื่อไม่ได้ตายเพราะตกตึก แต่ถูกฆาตกรรมอย่างเลือดเย็นด้วยอาวุธมีคมภายในห้องปิดตาย ก่อนที่ร่างจะถูกนำไปอำพรางคดีบนดาดฟ้า... และที่สำคัญที่สุด รอยมีดลักษณะนี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผมเคยเจอมาแล้วครั้งหนึ่ง... เมื่อห้าปีก่อน"
บรรยากาศในห้องแล็บดิ่งวูบลงทันที อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดต่ำลงไปอีกหลายองศา ปกรณ์เงยหน้าขึ้นสบตากับแพทย์นิติเวชหนุ่ม ดวงตาทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความดุดันของสารวัตรหนุ่มปะทะเข้ากับความเจ็บปวดลึกล้ำที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็นของหมอเต้
"คดีแฟ้มสีดำ... คดีที่ปิดไม่ลงเมื่อห้าปีก่อนเหรอครับหมอ?" ปกรณ์เอ่ยถามเสียงต่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อตระหนักว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับอะไร
ศตวรรษไม่ตอบทันที เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ รอยยิ้มเยือกแข็งบนใบหน้าเลือนหายไป เหลือเพียงความมืดมนที่ฉายชัดในแววตา
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงกะพริบวาบไปทั่วทางเดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่กำลังวิ่งตรงมายังห้องนิติเวชด้วยความเร่งรีบ!
มินตราเบิกตากว้าง หันไปมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล ก่อนจะร้องอุทานออกมาเสียงหลง
"สารวัตรคะ! ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดถูกแฮก... และ... และมีคนกำลังเปิดล็อกประตูห้องแช่ศพโซน B!"
ปกรณ์หันขวับไปมองหน้าจอทันที ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นร่างในชุดกราวน์สีขาวสวมฮู้ดปิดบังใบหน้ากำลังยืนอยู่หน้าตู้แช่ศพที่เก็บร่างของพยานปากสำคัญในคดีนี้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนหน้าจอมอนิเตอร์นั้น ปรากฏภาพใบหน้าของฆาตกรที่หันมามองกล้องโดยตรง พร้อมกับชูนิ้วขึ้นแนบริมฝีปากส่งเสียง "ชจุ" เป็นสัญญาณเตือนภัยอันเยือกเย็น
ศตวรรษก้มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น เมื่อตระหนักได้ทันทีว่าเป้าหมายที่แท้จริงของคนร้ายในคืนนี้ไม่ใช่การทำลายหลักฐาน... แต่มันคือการกลับมาทวงคืน "ชิ้นส่วน" ที่หายไปจากศพ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 2
รอยมีดบนกระดูก
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!