"ถ้าคุณยังใช้อารมณ์ตัดสินคดีเหมือนที่ทำอยู่ ผมแนะนำให้คุณกลับไปนั่งโต๊ะทำงานแล้วเขียนรายงานแบบเด็กฝึกงานดีกว่าครับสารวัตร อย่าเอาความเร่งรีบของคุณมาทำให้หลักฐานปนเปื้อนในห้องปฏิบัติการของผมอีกเลย"
เสียงของนายแพทย์ศตวรรษดังแทรกความเงียบงันภายในห้องแล็บนิติเวช แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับพื้นสเตนเลสเย็นเฉียบ เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากกล้องจุลทรรศน์ แว่นสายตากรอบบางขยับเล็กน้อยตามจังหวะการโฟกัสภาพ มือที่สวมถุงมือยางขยับเขยื้อนอย่างมั่นคงราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมาเพื่อความสมบูรณ์แบบ
สารวัตรปกรณ์ยืนกอดอกพิงขอบประตู ร่างสูงใหญ่ของเขาดูอึดอัดกับบรรยากาศสะอาดสะอ้านที่ไร้ชีวิตชีวา เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่หมอศตวรรษนิยามว่า 'เยือกแข็ง'—ก่อนจะก้าวเท้าหนักๆ เข้ามาประชิดโต๊ะปฏิบัติงาน กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลินและกลิ่นอายความตายจางๆ บนเสื้อกาวน์ของหมอเต้ทำให้อะดรีนาลีนในกายเขาพลุ่งพล่าน
"หมอ... ความแม่นยำของคุณมันดี แต่มันกินเวลานานเกินไป" ปกรณ์โน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับหมอศตวรรษลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ "คนร้ายไม่ได้รอให้เราพิสูจน์ดีเอ็นเอเสร็จถึงจะลงมืออีกครั้งนะ ถ้าไอ้ฆาตกรนั่นเป็นคนเดียวกับที่ผมล่าอยู่ มันกำลังหัวเราะเยาะเราทั้งคู่ในตอนนี้"
หมอศตวรรษถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง เขาถอดถุงมือออกช้าๆ สายตาคมกริบภายใต้แว่นนั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสารวัตร "แล้วถ้าผมบอกว่า หลักฐานชิ้นที่สารวัตรมองข้ามไปเพราะความรีบร้อน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เราไม่ต้องเดาสุ่มอีกล่ะครับ?"
นิ้วเรียวยาวของหมอชี้ไปที่สไลด์แก้วใต้กล้อง รอยคราบเลือดจางๆ ขนาดเท่าหัวไม้ขีดที่ติดอยู่บนเศษผ้าเส้นใยสังเคราะห์สีเข้มถูกขยายภาพขึ้นบนจอภาพขนาดใหญ่ที่ติดผนัง
"บนเสื้อตัวนั้น... นอกจากเลือดของเหยื่อแล้ว ยังมี 'บางอย่าง' ปนเปื้อนอยู่" หมอศตวรรษกดคีย์บอร์ดเพียงไม่กี่ครั้ง ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นโครงสร้างทางเคมีที่ซับซ้อน "อนุภาคของสารประกอบโพลิเมอร์ชนิดพิเศษ มันไม่ใช่สารเคมีทั่วไปที่พบได้ตามครัวเรือน แต่มันเป็นน้ำยาเคลือบผิวโลหะเกรดอุตสาหกรรมที่ใช้ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน"
ปกรณ์ขมวดคิ้ว "โรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน? ในย่านนี้ไม่มีโรงงานแบบนั้นเลยนะ"
"นั่นสิครับ" หมอศตวรรษหรี่ตาลง "และที่น่าสนใจกว่านั้น คราบเลือดที่เปื้อนน้ำยานี้ มันเป็นเลือดที่ถูกทำให้เจือจางด้วยสารกันเลือดแข็งตัวทางการแพทย์... ไม่ใช่เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลสดๆ แต่มันถูก 'ตวง' มาเพื่อการทดลอง"
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที ความตึงเครียดเปลี่ยนจากอารมณ์ส่วนตัวกลายเป็นความกดดันของปริศนาที่ซับซ้อน ปกรณ์สูดหายใจลึก สัญชาตญาณนักล่าของเขาทำงานทันที ภาพในหัวของเขาเริ่มปะติดปะต่อชิ้นส่วนที่ขาดหายไป
"หมายความว่าฆาตกรไม่ได้แค่ฆ่าเพื่อความสะใจ แต่มันกำลัง 'เตรียมการ' บางอย่าง" ปกรณ์พึมพำ ก่อนจะหันไปหาหมอเต้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "หมอ... คุณกำลังจะบอกว่าเหยื่อพวกนั้นเป็นแค่หนูทดลอง?"
"ผมไม่ได้บอกว่าใช่ แต่วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกครับสารวัตร" หมอศตวรรษเดินไปที่ตู้แช่เย็นนิรภัย กดรหัสผ่านแล้วหยิบซองพลาสติกที่มีคราบเลือดนั้นออกมา "เราต้องรีบสกัดดีเอ็นเอส่วนที่เหลือ ถ้ามันไม่ปนเปื้อนไปมากกว่านี้ เราอาจจะระบุได้ว่าเลือดก้อนนี้เป็นของใคร... หรืออาจจะเป็นของคนร้ายเองที่ทำพลาดทิ้งไว้"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจดจ่ออยู่กับการเตรียมสารเคมี เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทก็ดังแทรกเข้ามาจากทางเดินหน้าห้องแล็บ ประตูเหล็กบานหนาถูกเปิดออกโดยผู้กองมินตรา เธอหน้าตาตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตในมือแน่น
"สารวัตรคะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ!" มินตราหอบหายใจรุนแรง "เพิ่งได้รับรายงานว่ามีศพถูกทิ้งไว้ที่โกดังร้างเขตท่าเรือ รูปแบบการตายเหมือนกับเคสที่คุณหมอกำลังตรวจอยู่ไม่มีผิดเพี้ยนเลยค่ะ!"
ปกรณ์หันขวับมามองหมอศตวรรษทันที "ไปกับผม"
"ผมยังทำไม่เสร็จ..." หมอศตวรรษค้าน แต่ถูกปกรณ์คว้าข้อมือไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักแน่นและทรงพลังจนหมอหนุ่มชะงัก
"โลกข้างนอกนั่นกำลังจะตายเพิ่มอีกคน ถ้าคุณไม่ไปกับผมตอนนี้ เราอาจจะสูญเสียโอกาสที่จะจับมันได้ตลอดกาล... ผมขอร้อง" ปกรณ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย ทว่าแฝงไปด้วยความเว้าวอนอย่างที่หมอศตวรรษไม่เคยเห็นมาก่อน
หมอศตวรรษมองมือของสารวัตรที่จับข้อมือตนเองไว้ แล้วมองไปที่จอภาพที่แสดงหลักฐานสำคัญ ก่อนจะตัดสินใจคว้าเสื้อกาวน์ตัวนอกมาสวม
"ถ้าคนร้ายยังอยู่ที่นั่น... สารวัตรต้องรับรองความปลอดภัยให้ผมด้วยนะ" หมอเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นเหมือนเช่นเคย แต่แววตากลับวูบไหว
ทว่าในวินาทีที่ทั้งสามกำลังจะก้าวออกจากห้องแล็บ เสียงกริ่งเตือนภัยของระบบวิเคราะห์ดีเอ็นเออัตโนมัติกลับดังขึ้น 'ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด...' รัวเร็วและรุนแรง
ทั้งสามชะงัก หมอศตวรรษหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากคราบเลือดนั้นอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นทำเอาเขาทรุดตัวลงกับเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง
"หมอ? เป็นอะไรไป?" ปกรณ์รีบพุ่งเข้าไปประคอง
หมอศตวรรษชี้ไปที่ชื่อเจ้าของดีเอ็นเอที่ปรากฏบนจออย่างชัดเจน "เป็นไปไม่ได้... ดีเอ็นเอนี้... มันตรงกับคนในทะเบียนประวัติของกองปราบปราม... และคนคนนั้นตายไปเมื่อสามปีก่อนในคดีที่คุณเป็นคนทำสำนวนเองนะสารวัตร!"
ปกรณ์หน้าถอดสีทันที เมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอที่ระบุตัวตนเจ้าของคราบเลือดปริศนา... มันคือชื่อของ 'คู่หูคนเก่า' ของเขาที่จบชีวิตลงในกองเพลิงวันนั้น
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ปมปริศนาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตอนนี้ด้วยกันนะครับ ดร.นิติเวช
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 16
ร่องรอยดีเอ็นเอปริศนา
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!