แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 17

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินกองบังคับการปราบปรามในยามวิกาล คละคลุ้งไปด้วยไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนักหน่วง แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบลงบนแผ่นกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยผังความเชื่อมโยง เส้นด้ายสีแดงโยงใยระหว่างภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ ประวัติบุคคล และร่องรอยคราบเลือดที่ถูกถอดรหัสออกมาจากห้องผ่าศพของผมเอง "คุณแน่ใจหรือครับสารวัตร ว่าเหยื่อปลอมชิ้นนี้จะคมพอที่จะล่อให้ปลาตัวใหญ่ยอมตบะแตก" ผมเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย มือสวมถุงมือยางสีขาวกำลังจัดวางชิ้นส่วนตัวอย่างเนื้อเยื่อเทียม ลงในภาชนะจัดเก็บหลักฐานอย่างประณีต แสงไฟสะท้อนบนกรอบแว่นสายตาของผมวับวาม ขณะเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ สารวัตรปกรณ์ไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาคมกราบดุจพญาอินทรีของนายตำรวจหนุ่มกวาดมองเอกสารรายงานการสืบสวนบนโต๊ะด้วยความครุ่นคิด ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ผมคุ้นเคยดี มันเป็นรอยยิ้มของนักล่าผู้กระหายชัยชนะ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด "ปลาตัวนี้มันฉลาด หมอเต้..." สารวัตรปกรณ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โนนตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะทำงานของผม ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ผสมผสานกับความดุดันเฉพาะตัวของเขา "มันไม่ใช่แค่ฆาตกรต่อเนื่องธรรมดา แต่มันคือพวกโรคจิตที่เสพติดการควบคุม มันชอบความรู้สึกของการเป็นผู้ชี้ชะตาชีวิตคนอื่น... และที่สำคัญที่สุด มันเกลียดความพ่ายแพ้ ยิ่งกว่าความตาย" ผมเบือนสายตาหลบประกบตาคู่นั้นชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งยามที่เรายืนอยู่ใกล้กันในระยะประชิด ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างวิทยาศาสตร์อันเย็นชา กับสัญชาตญาณอันร้อนรุ่มของเขานี่แหละ ที่ขับเคลื่อนให้เกมล่ามนุษย์ครั้งนี้เดินทางมาถึงจุดแตกหัก "ถ้าข้อมูลการชันสูตรพลิกศพรอบล่าสุด ที่เราจงใจปล่อยรั่วให้สื่อมวลชนรู้ว่า 'พบบันทึกปริศนาในกระเพาะอาหารของเหยื่อ' ไปถึงมือมัน..." ผมเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของสารวัตรหนุ่ม "มันจะต้องร้อนรนจนทนไม่ไหว และส่งตัวแทน หรือแม้กระทั่ง... ออกมาเก็บกวาดหลักฐานด้วยตัวเอง" "ถูกต้องครับ" เสียงทุ้มต่ำของปกรณ์ตอบรับทันที มือหนาเอื้อมมาแตะข้อศอกผมเบาๆ ผ่านเสื้อกาวน์สีขาว แรงกดจากปลายนิ้วนั้นหนักแน่นและเต็มไปด้วยความหมายที่ไม่ได้พูดออกมา "นั่นคือเหตุผลที่เราต้องเล่นละครฉากใหญ่ให้เนียนที่สุด ผู้กองมินตรากำลังเตรียมกำลังซุ่มโป่งอยู่รอบจุดอับสัญญาณที่เราระบุไว้ในข่าวกรองปลอมแล้ว เหลือแค่... เหยื่อล่อของเรา" ผมถอนหายใจยาว ชำเลืองมองไปยังแฟ้มคดีบนโต๊ะ "ในทางนิติเวช การสร้างหลักฐานเท็จเพื่อล่อซื้อความจริง เป็นสิ่งที่เราถูกสอนมาว่า 'ผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง' ครับสารวัตร" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "แต่ในโลกบิดเบี้ยวที่คุณยืนอยู่... บางที กฎหมายอาจต้องยอมแปดเปื้อนสักนิด เพื่อแลกกับการหยุดยั้งศพต่อไปไม่ให้ถูกส่งมานอนบนเตียงผ่าศพของผม" ปกรณ์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์จนน่าประณามในความรู้สึกของผมเอง "คุณนี่มัน... ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะครับหมอ ทั้งที่ในใจลึกๆ คุณก็อยากกระชากหน้ากากมันไม่แพ้ผมแท้ๆ" สารวัตรหนุ่มยืดตัวขึ้นเต็มความสูง สายตาคมกวาดมองไปทั่วห้อง "เตรียมตัวให้พร้อมครับ แผนกำลังจะเริ่มแล้ว" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในวินาทีต่อมา หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของกองสืบสวนส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ข้อความจากระบบดักสัญญาณภาคสนามปรากฏขึ้นบนหน้าจอ *ตรวจพบการเคลื่อนไหวผิดปกติ... จุดพิกัดโกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7... มีการใช้งานสัญญาณวิทยุสื่อสารเข้ารหัสระดับสูงในรัศมีใกล้เคียง...* ดวงตาของสารวัตรปกรณ์เปลี่ยนเป็นประกายคมกริบททันที เขากระชากวิทยุสื่อสารออกจากเอว กดปุ่มสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและทรงพลัง "มินตรา... ทีมบีเคลื่อนพลได้ ปิดล้อมทุกทางเข้าออก อย่าให้มันหนีรอดไปได้แม้แต่เงาเดียว... ส่วนผมกับหมอเต้ จะเข้าไปดู 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' ด้วยตัวเอง" ผมดึงหน้ากากอนามัยขึ้นสวมปิดใบหน้า หยิบกระเป๋าเครื่องมือเก็บหลักฐานภาคสนามมากระชับไว้ในมือ หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นตัว ภายใต้ความเยือกเย็นของแพทย์นิติเวช ร่างกายของผมกำลังตอบสนองต่อสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและแรงขับเคลื่อนอันเร่าร้อนของคดีนี้อย่างเต็มที่ เราก้าวเดินออกจากห้องใต้ดิน มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของราตรีที่รอคอยอยู่เบื้องนอก โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... แผนซ้อนแผนที่เรากำลังดำเนินอยู่นั้น แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า และใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อที่เดินเข้าสู่กรงขัง เสียงฝีเท้าของเราก้าวประสานกันไปบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหยุดหายใจ เมื่อรถกระบะนอกเครื่องแบบพุ่งทะยานออกจากกองปราบปราม มุ่งตรงสู่ท่าเรือร้างที่ซ่อนความจริงอันมืดมิดเอาไว้ และในขณะที่รถกำลังแล่นผ่านทางโค้งมืดสนิทหน้าโกดังเป้าหมาย หน้าจอมือถือบนคอนโซลหน้ารถของสารวัตรปกรณ์ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงข้อความเข้า... ภาพถ่ายหน้าจอแสดงพิกัดแบบเรียลไทม์จากกล้องวงจรปิดภายในห้องเก็บศพของผมเอง... ภาพของศพรายล่าสุดที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงสแตนเลส กลับว่างเปล่า! พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ทำเอาลมหายใจของสารวัตรหนุ่มและผมสะดุดกึกในทันที: *"ขอบคุณสำหรับเหยื่อล่อ... แต่คนที่พวกคุณกำลังตามหา ยืนอยู่ข้างหลังพวกคุณนานแล้วครับ สารวัตร"* ขอขอบพระคุณที่ร่วมติดตามและดำดิ่งไปกับเกมจิตวิทยานี้ด้วยกันนะครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%