กลิ่นคาวเลือดจางๆ บนชิ้นเนื้อเยื่อใต้เล็บ กับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มข้นในห้องชันสูตรยามวิกาล คือสองสิ่งที่นายแพทย์ศตวรรษคุ้นชินเสียยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตัวเอง แต่วันนี้ กลิ่นที่อบอวลอยู่รอบตัวเขากลับไม่ใช่ทั้งสองอย่างนั้น... มันคือกลิ่นของความตึงเครียดที่เจือจางอยู่ในอากาศ บดบังความเงียบสงัดของโรงพยาบาลจนแทบหายใจไม่ออก
แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างของหมอเต้ที่ยืนกอดอกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บนหน้าจอคือภาพสแกนสามมิติของรอยกระสุนปืนและคราบสารเคมีในที่เกิดเหตุคดีล่าสุด ทว่าสติสัมปชัญญะของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของสารพิษเหล่านั้น สายตาคมกราบใต้กรอบแว่นสายตากลับเหลือบมองไปยังเงาสะท้อนบนกระจกใส เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดนอกเครื่องแบบที่กำลังยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ... สารวัตรปกรณ์
"คุณกำลังทำให้สถิติความเงียบสงบในห้องทำงานของผมพังทลายลงนะ, สารวัตร" หมอเต้เอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความระaุร้อนไว้ภายใน
"ความเงียบสงบไม่เคยช่วยให้เรากระชากหน้ากากคนทรยศออกมาได้หรอกครับ, คุณหมอ" ปกรณ์ยิ้มเยือกเย็น รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งมักทำให้ผู้ต้องสงสัยเสียศูนย์มานักต่อนักแล้ว เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มจงใจลดระยะห่างระหว่างกันจนหมอเต้ต้องหันกลับมาเผชิญหน้า
พื้นที่ในห้องชันสูตรแคบลงทันตาเห็นเมื่อผู้ชายสองคนที่มีอุดมการณ์ต่างขั้วแต่ดึงดูดกันอย่างประหลาดมายืนประจันหน้ากัน ความเงียบที่คั่นกลางไม่ได้แปลว่าความสงบ แต่เป็นแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่ามันคือเดิมพันด้วยชีวิต
"คุณแน่ใจแล้วหรือกับการเอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อครั้งนี้" ศตวรรษหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะสแตนเลส "หนอนบ่อนไส้ในกรมตำรวจไม่ได้โง่ขนาดที่จะเดินเข้ามาติดกับที่คุณวางไว้โดยไม่มีแผนสำรอง และที่สำคัญ... คุณกำลังเล่นกับไฟที่พร้อมจะเผาคุณให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน"
"ถ้าไฟกองนั้นมันทำให้ผมได้ตัวคนที่ขายเพื่อนร่วมทีมมาลงโทษ..." ปกรณ์ก้าวเข้ามาอีกก้าว จนหน้าอกแทบจะชนกับไหล่ของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของนิติเวชแพทย์หนุ่ม "ผมก็ยอมถูกเผาครับ... แต่ก่อนหน้านั้น ผมอยากให้มั่นใจว่า คุณจะยังยืนอยู่ตรงนี้เพื่อชันสูตรศพของไอ้ทรยศคนนั้นให้ผม"
คำพูดสองแง่สองง่ามที่แฝงความดิบเถื่อนและจริงจังในคราวเดียวกัน ทำให้ลมหายใจของศตวรรษสะดุดไปชั่วขณะ เขาเกลียดความบ้าระห่ำของสารวัตรหนุ่มผู้นี้ แต่วินาทีเดียวกันนั้น หัวใจที่ถูกห่อหุ้มด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์มาตลอดกลับเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อในสถานที่ทำงานของผม, สารวัตร" ศตวรรษเบือนหน้าหนี เลี่ยงการสบตาที่ร้อนแรงเกินความจำเป็นเพื่อดึงสติกลับสู่ความเป็นจริง "ว่ามา... แผนของคุณคืออะไร มินตราเตรียมกำลังไว้พร้อมแล้วใช่ไหม"
ปกรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ ยอมถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาบรรยากาศการทำงานให้กลับมาเป็นมืออาชีพ แม้รอยยิ้มที่มุมปากจะยังคงเยือกเย็นอยู่ก็ตาม
"ทุกอย่างถูกเซ็ตไว้หมดแล้วครับ... คืนนี้ เที่ยงคืนตรง ผมจะปล่อยข่าวลับเรื่องผลการตรวจDNAชิ้นสำคัญที่ชี้ตัวคนร้ายตัวจริง ออกไปในระบบภายในของกองปราบ และคนที่เข้าถึงข้อมูลนี้ได้ มีเพียงแค่ 'หนอน' คนเดียวเท่านั้น" ปกรณ์หรี่ตาลง วิเคราะห์แผนการด้วยสัญชาตญาณนักล่า "มันจะรีบติดต่อผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง และพยายามปิดปากผมก่อนที่รุ่งสางจะมาถึง"
"แล้วคุณคิดว่ามันจะลงมือด้วยวิธีไหน" ศตวรรษถามต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้นเมื่อสมองเริ่มประมวลผลตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ "ลอบยิง? อุบัติเหตุอำพราง? หรือสารพิษที่ออกฤทธิ์เร็วแบบที่คุณเคยเจอในคดีก่อนหน้านี้"
"นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมต้องมาหาคุณถึงที่นี่" ปกรณ์เดินไปหยิบขวดน้ำยาเคมีบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ก่อนจะวางลง "ผมต้องการให้คุณทำ 'บาเรีย' ป้องกันตัวให้ผม... ไม่ใช่ด้วยอาวุธ แต่ด้วยความรู้ทางนิติเวชของคุณ หมอเต้... ทำให้ผมมั่นใจว่า ถ้าผมโดนพิษหรือสารเคมีชนิดใดในคืนนี้ คุณจะสามารถระบุชนิดและช่วยชีวิตผมได้ทันท่วงที"
ศตวรรษมองหน้าสารวัตรหนุ่มนิ่งนาน แววตาของแพทย์นิติเวชฉายแววซับซ้อน เขาเห็นความเด็ดเดี่ยว ความบ้าบิ่น และบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
"คุณมันบ้า, ปกรณ์" ศตวรรษถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อเหตุผลที่อีกฝ่ายหยิบยกขึ้นมา "แต่ตราบใดที่คุณยังยืนยันจะเอาชีวิตไปเสี่ยง ผมในฐานะแพทย์นิติเวช... ก็คงต้องเตรียมชุดตรวจสารพิษที่ไวที่สุดเท่าที่มีในห้องแล็บนี้ไว้รอคุณ"
ปกรณ์ยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่ได้เยือกเย็นเหมือนทุกที แต่มีความอบอุ่นและจริงใจเจืออยู่จางๆ "ขอบคุณครับ, หมอ... ผมรู้ว่าผมคิดไม่ผิดที่เลือกคุณ"
---
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงตีสอง บรรยากาศภายในห้องสืบสวนภาคสนามและห้องแล็บนิติเวชเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ทำงานเบาๆ และแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างวาบ
มินตราส่งสัญญาณเตือนผ่านระบบสื่อสารลับเข้ามาว่า มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเกิดขึ้นในระบบเครือข่าย IP Address ของห้องทำงานสารวัตรปกรณ์ มีการพยายามเข้าถึงไฟล์ข้อมูลลับเกี่ยวกับผลตรวจดีเอ็นเอที่ถูกปล่อยเป็นเหยื่อล่อเมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ สัญญาณนั้นถูกส่งมาจาก 'ภายใน' อาคารกองปราบปรามชั้นสาม... ชั้นเดียวกับห้องทำงานของหน่วยสืบสวนพิเศษ
ปกรณ์ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้ม ก้าวเดินไปตามทางเดินมืดสลัวในอาคารร้างข้างเคียง ซึ่งเป็นจุดอับสัญญาณที่เขาจงใจเดินเข้ามาเพื่อล่อให้เหยื่อตายใจ มือหนากำด้ามปืนพกในกระเป๋าเสื้อแน่น สัญชาตญาณนักล่าพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเบาหวิวสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า
"รู้ตัวสักทีนะไอ้หนู..." ปกรณ์พึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มเยือกเย็น
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปดักซุ่มมุมตึก เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ปกรณ์หยิบขึ้นมาดูด้วยความแปลกใจ หน้าจอแสดงผลข้อความสั้นจากนายแพทย์ศตวรรษที่ถูกส่งเข้ามาเมื่อสามวินาทีที่แล้ว
*['สารวัตร! หยุด! อย่าเข้าไปในโกดังนั้น... ผลตรวจดีเอ็นเอชิ้นล่าสุดที่เราเพิ่งได้จากศพนิรนามเมื่อหัวค่ำยืนยันแล้วว่า DNA ของหนอนบ่อนไส้... ไม่ใช่คนในกองปราบ... และคนที่อยู่กับคุณตอนนี้... ไม่ใช่เป้าหมาย!']*
หัวใจของปกรณ์กระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากสันหลังขึ้นสู่ท้ายทอยในเสี้ยววินาที
ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผลเสร็จสิ้น เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็หยุดชะงักลงสนิทตรงด้านหลังของเขาพอดี พร้อมกับปลายกระบอกโลหะเย็นเฉียบที่กดแนบสนิทอยู่ตรงรอยต่อของต้นคอ และเสียงกระซิบกระซาบแหบพร่าที่ดังขึ้นชิดใบหู
"เกมพลิกแล้วครับ, สารวัตร... น่าเสียดายที่คุณฉลาดเกินไปหน่อย... เลยต้องรีบตายเร็วกว่ากำหนด"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญมาจนถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 14
ตามล่าคนทรยศ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!