แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 22

ชิ้นส่วนสุดท้ายของจิ๊กซอว์

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นอับชื้นของสารเคมีผสมฟอร์มาลีนในห้องปฏิบัติการนิติเวชยามวิกาล ไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดโปร่งเลยสักครั้ง ยิ่งในยามที่เข็มนาฬิกาบนผนังเคลื่อนผ่านเลยเที่ยงคืน บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งกดทับราวกับออกซิเจนในห้องนี้กำลังถูกสูบหายไปทีละน้อย แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบลงบนโต๊ะสแตนเลสขัดมัน ที่ซึ่งภาพถ่ายแผ่นหนึ่งกำลังนอนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า นายแพทย์ศตวรรษ หรือหมอเต้ ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิมมาเกือบห้านาที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองตัวอักษรและลายเซ็นบนเอกสารนั้นราวกับมันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลุดมาจากต่างมิติ ชื่อที่ปรากฏอยู่บนเอกสารแนบ—บุคคลที่ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้หลุมศพในสุสานร้างเมื่อสามปีก่อน กลับกำลังทิ้งรอยนิ้วมือแฝงไว้อย่างสมบูรณ์บนชิ้นส่วนวงจรระเบิดที่เก็บกู้ได้จากที่เกิดเหตุ "คุณกำลังคิดอะไรอยู่, หมอ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตูทางเข้า สารวัตรปกรณ์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยจังหวะที่เงียบเชียบ เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ และกล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งจากภารกิจอันยาวนานตลอดทั้งวัน ดวงตาคมดุคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เอกสาร แต่กลับพุ่งเป้ามาที่ใบหน้าซีดเผือดของแพทย์นิติเวชหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น หมอเต้ไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางขยับพลิกภาพถ่ายแผ่นนั้นช้าๆ สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้ว "ผมกำลังคิดว่า... บางทีความตายในทางนิติเวช อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความลับอย่างที่ตำราเรียนบอกเราไว้เสมอไปหรอกครับ, สารวัตร" เสียงของหมอเต้แหบพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงความราบเรียบเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด แม้ว่าภายในอกด้านซ้าย หัวใจกำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกกดทับไว้ใต้สำนึก ปกรณ์สาวเท้าเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ปะปนเข้ากับกลิ่นฝนและควันปืนจางๆ ปกรณ์โน้มตัวลงมองเอกสารบนโต๊ะ ดวงตาคมกวาดอ่านบรรทัดสำคัญอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กรามของเขาจะขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน "ไอ้สารเลว..." ปกรณ์พึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง "มันจัดฉากความตายของตัวเองเมื่อสามปีก่อน เพื่อหลบหนีคดีฟอกเงินระดับชาติ แล้วใช้ชื่อปลอมสร้างเครือข่ายใหม่ขึ้นมาใต้หน้ากากของนักการเมืองผู้ใจบุญ... คนที่บริจาคเงินสร้างตึกผู้ป่วยให้โรงพยาบาลที่คุณทำงานอยู่ทุกปีเนี่ยนะ" "ตรรกะของฆาตกรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความแค้นอย่างเดียวหรอกครับ" หมอเต้เงยหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจหนุ่ม ระยะห่างเพียงคืบทำให้ลมหายใจของทั้งคู่เจือปนกัน "แต่มันขับเคลื่อนด้วยความกลัว... ความกลัวที่จะสูญเสียอำนาจ และความกลัวที่ความจริงจะถูกเปิดเผย" ปกรณ์เอื้อมมือมาทาบลงบนหลังมือของหมอเต้ที่วางอยู่บนขอบโต๊ะสแตนเลส สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของนายฝ่ายตรงข้ามตัดกับความเย็นของสแตนเลสอย่างสิ้นเชิง แรงบีบกระชับเบาๆ นั้นไม่ใช่การคุกคาม แต่เป็นการส่งผ่านพลังงานบางอย่างท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น "คุณกำลังกลัวหรือเปล่า, เต้" ปกรณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างผิดคาด นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าวมาตลอด "ผมเป็นแพทย์นิติเวชครับ, สารวัตร" หมอเต้หลุบตาลงมองมือของอีกฝ่ายที่กุมมือตนเองไว้ "หน้าที่ของผมคือการพูดแทนคนตาย ไม่ใช่การหวาดกลัวคนเป็น... แต่ยอมรับเถอะว่า หลักฐานชิ้นนี้มันสมบูรณ์แบบเกินไป เกินกว่าที่คนระดับนั้นจะปล่อยให้เราสาวมาถึงตัวได้ง่ายๆ" "หมายความว่ายังไง" ปกรณ์ขมวดคิ้ว "หมายความว่า... มันจงใจทิ้งร่องรอยนี้ไว้ให้เราเห็น" หมอเต้ดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบซองพลาสติกใสบรรจุเส้นใยผ้าขนาดเล็กที่เก็บได้จากจุดเกิดเหตุมาวางเทียบเคียง "หลักฐานชิ้นสุดท้ายของจิ๊กซอว์ชิ้นนี้ไม่ได้ถูกซ่อนไว้ แต่มันถูก 'วาง' เอาไว้ เพื่อรอให้เราเดินเข้าไปติดกับดัก" ในจังหวะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ทั้งปกรณ์และหมอเต้ชะงัก นัยน์ตาของนายตำรวจหนุ่มหันขวับไปมองเงาสลัวหลังกระจกทันที มือขวาเลื่อนลงไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวตามสัญชาตญาณนักล่า "ผู้กองมินตรากลับมาแล้วเหรอ?" ปกรณ์เอ่ยถามเสียงเบา "ไม่ใช่ครับ..." หมอเต้กระซิบตอบ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองลอดผ่านกระจกฝ้าออกไป "มินตราจะเคาะสองครั้งเสมอ... นั่นไม่ใช่จังหวะของเธอ" ไฟนีออนบนเพดานกะพริบวบวาบอยู่สองครั้งก่อนจะดับลงสนิท ความมืดมิดกลืนกินห้องปฏิบัติการนิติเวชในชั่วพริบตา เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่ติดอยู่เหนือทางออกฉุกเฉิน ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เสียงบานประตูห้องแล็บค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า พร้อมกับร่างของบุคคลในเงาสมมติที่ก้าวเข้ามา พร้อมรอยยิ้มเยือกแข็งที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากภายใต้เงาสลัว "ขอโทษที่มารบกวนดึกดื่นแบบนี้นะครับ... คุณหมอ, สารวัตร" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากวัตถุในมือของแขกยามวิกาล—วัตถุที่ทำให้ลมหายใจของทั้งสองคนต้องสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันมืดมิดนี้มาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%