"บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาประแจเบอร์สิบสองมาวางไว้ตรงข้ามฟากของโต๊ะเตรียมอาหาร มันเกะกะสายตาผม!"
เสียงกริ๊งของช้อนสแตนเลสที่กระทบกับขอบอ่างล้างจานดังขึ้นตามมาด้วยความหงุดหงิดที่ระบายออกมาทางสีหน้า เรย์ยืนกอดอก ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมเสื้อช็อปสีเข้มที่กำลังก้มหน้าก้มตาขันน็อตใต้เคาน์เตอร์บาร์น้ำ
คินน์ชะงักมือเล็กน้อย เขายืดตัวขึ้นอย่างช้าๆ ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมจนเส้นผมสีดำยุ่งเหยิงตกลงมาปรกหน้าผาก ภาพนั้นทำให้คนที่กำลังยืนบ่นอยู่เมื่อครู่เผลอชะงักไปชั่วขณะ...
ให้ตายสิ ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงมีพลังงานบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวมันน่าหงุดหงิดและน่ามองในเวลาเดียวกันวะ
"ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่มาขันเองล่ะครับคุณเชฟ" คินน์ย้อนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ ดวงตาคมกริบมองลอดแพขนตาหนาขึ้นมาสบตากับคนตัวเล็กกว่าที่ยืนค้ำหัวอยู่ "งานช่างระบบประปามันไม่ใช่เรื่องที่จะมาสั่งกันได้ด้วยความเป๊ะแบบเมนูสเต็กหรอกนะครับ"
"แต่นี่มันร้านผม! และผมมีสิทธิ์ที่จะจัดระเบียบทุกอย่างในพื้นที่ของผมให้มันเข้าที่เข้าทาง" เรย์สวนกลับทันควัน ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ "ถ้าคุณทำงานชุ่ยๆ แบบนี้ ลูกค้าเดินสะดุดขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ"
"ผมรับผิดชอบเอง... หมายถึง รับผิดชอบในส่วนของงานซ่อมนะ" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเรย์ต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันจากส่วนสูงที่ต่างกันทำให้พื้นที่แคบๆ ในครัวเปิดดูแคบลงไปถนัดตา "แล้วอีกอย่าง... ที่ผมต้องรีบซ่อมให้เสร็จเร็วๆ ก็เพราะอยากให้คุณเปิดร้านได้ทันเวลาไม่ใช่เหรอครับ หรือว่าคุณกลัวว่าตัวเองจะไม่มีเวลามานั่งจับผิดผมกันแน่"
คำพูดนั้นจี้ใจดำจนเรย์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เขาไม่ได้กลัวว่าร้านจะเปิดไม่ทันหรอก แต่สิ่งที่เรย์กลัวจริงๆ คือการที่หัวใจเจ้ากรรมมันดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ไอ้ช่างซ่อมบำรุงปากหมาคนนี้ขยับเข้ามาใกล้ในระยะประชิดแบบนี้ต่างหาก
บรรยากาศในห้องครัวเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเพลงเบาๆ จากเครื่องทำความเย็นที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เรย์เบือนหน้าหนีสายตาคู่นคมที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน เขาแสร้งทำเป็นหยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดเคาน์เตอร์ทั้งที่มันสะอาดเอี่ยมอยู่แล้ว
"ใครเขากลัวคุณ... เพ้อเจ้อ" เรย์พึมพำลอดไรฟัน "รีบๆ ซ่อมให้เสร็จแล้วก็ไสหัวออกไปจากร้านผมได้แล้ว มินท์บอกผมว่าคุณมีคิวต้องไปตรวจงานที่อื่นต่อไม่ใช่เหรอ"
คินน์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขากวาดสายตามองแผ่นหลังบางที่กำลังขยับตัวทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างกระวนกระวาย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ... ความจริงแล้ว งานซ่อมตรงนี้มันเสร็จไปตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว แต่เขากลับเลือกที่จะถ่วงเวลาอยู่ต่อ เพียงเพราะอยากฟังเสียงบ่นแจ๋วๆ ของคนปากแข็งคนนี้แค่นั้นเอง
ใครจะไปรู้ว่าภายใต้ท่าทางเจ้าระเบียบ เย่อหยิ่ง และปากจัดจนน่าตีของเชฟเรย์ กลับมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย... อย่างเช่น การที่เจ้าตัวแอบเตรียมกาแฟดำเข้มข้นวางไว้บนมุมโต๊ะพร้อมแก้วโปรดทุกครั้งที่รู้ว่าเขาต้องทำงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือการที่เรย์คอยแอบมองผลงานการซ่อมของเขาด้วยแววตาพึงพอใจเงียบๆ เมื่อไม่มีใครมอง
"มองอะไรเล่า หน้าผมมีอะไรติดอยู่รึไง" เรย์หันขวับกลับมาเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องนานเกินไป ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนใส่ด้วยความหมั่นไส้
"เปล่าครับ... แค่กำลังคิดว่า..." คินน์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนเรย์ต้องเผลอกลั้นหายใจ "ปากเก่งๆ แบบนี้ เวลาพูดเรื่องอาหารมันดูเท่ดีเหมือนกันนะครับ"
"ฮะ...?" เรย์อ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำชมที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาอย่างไร้ปี่มีขลุ่ย "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย"
"ผมพูดความจริง" คินน์ยิ้มมุมปาก ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรงๆ "เวลาที่คุณตั้งใจทำอาหาร... มันเป็นภาพที่ละสายตาไม่ได้เลยสักนิด"
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจจนน่าตกใจนั้นทำให้ความร้อนพุ่งขึ้นมารวมกันที่ใบหน้าของเรย์ในเสี้ยววินาที หัวใจในอกเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความวูบไหวแปลกประหลาดที่กัดกินพื้นที่ในช่องอก
นี่มันไม่ใช่การปะทะฝีปากแบบทุกที... แต่มันคือจังหวะการโจมตีที่ทำเอาคนคุมเกมอย่างเรย์ถึงกับไปไม่เป็น
"คุณ... คุณนี่มัน..." เรย์อ้าปากพะงาบๆ หาคำพูดมาเถียงไม่ออก มือเรียวยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างสั่นเทา "ถะ... ถอยไปเลยนะ! อย่ามาหยอดคำหวานเลี่ยนๆ ในครัวของผมนะเว้ย!"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางลนลานที่หาดูได้ยากนั้น เขายอมถอยหลังออกไปตามคำสั่งแต่โดยดี แต่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ใบเนียนที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างนึกเอ็นดู
"ผมไม่ได้หยอดสักหน่อย ผมพูดจากใจจริงต่างหากล่ะครับ... เชฟเรย์"
เรย์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา บัดนี้มันชัดเจนเสียจนเขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปแล้วว่า... เขากำลังเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กับวิศวกรขวานผ่าซากคนนี้เข้าให้แล้วจริงๆ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะกระจกหน้าร้านดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่กำลังอบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาด ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางประตูทางเข้าพร้อมกัน
ร่างสูงโปรดของใครบางคนกำลังยืนโบกมือทักทายอยู่หลังบานกระจกใส ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกว้างที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือ
เรย์ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือนในเวลาวิกาลแบบนี้ ขณะที่คินน์หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญ
"เวรกรรม..." คินน์พึมพำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด "ไอ้หมอนี่โผล่มาถูกจังหวะชะมัด"
เรย์หันกลับมามองหน้าคินน์ที่ตอนนี้กลับมาบึ้งตึงอีกครั้ง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นซ้ำอีกครั้งพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของเขาจากด้านนอก
"เรย์! เปิดประตูให้ผมหน่อยสิ ผมซื้อของโปรดมาฝาก!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความฟินและแอบลุ้นไปกับความซึนของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 22
ความประทับใจที่ไม่กล้าบอก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!