"เอ่อ... ขอโทษครับ ดูเหมือนผมจะมา... ขัดจังหวะสำคัญสินะครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มเจือความกระอักกระอ่วนของมินท์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบอันเปราะบางในห้องนั่งเล่น ร่างโปร่งของเจ้าของคาเฟ่เพื่อนสนิทถอยหลังกรูดไปครึ่งก้าว ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างคินน์ที่ยืนตัวเกร็งอยู่กลางห้องกับเรย์ที่กำลังสะบัดหน้าหนีด้วยใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจของทั้งคู่ยังคงหอบกระชั้นจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ เรย์ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวก ๆ ดวงตาคมกริบฉายแววฮึดฮัดด้วยความขัดใจที่ถูกมารผจญเข้ามาขัดจังหวะในวินาทีที่เส้นกั้นความอดทนกำลังจะขาดผึ่ง
"มินท์! นายเคาะประตูก่อนเข้าไหมวะ" คินน์สบถลอดไรฟัน พยายามดึงสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติทั้งที่หัวใจยังเต้นโครมครามเหมือนกลองเพล เขายกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ขณะที่สายตายังเหลือบมองเชฟหนุ่มจอมเนี้ยบที่ตอนนี้เดินหนีหายเข้าไปในโซนห้องครัวอย่างไร้เยื่อใย
"ฉันเคาะแล้วโว้ย! เคาะจนมือจะหัก แถมประตูมันก็ไม่ได้ล็อกด้วยซ้ำ" มินท์ทำหน้าเหวอ รีบยกมือขึ้นป้องกันตัวก่อนจะเดินเข้ามาในห้องพร้อมถุงพลาสติกใส่ของสด "แล้วนี่พวกนายทำอะไรกัน หน้าแดงกันทั้งคู่... หรือว่ากำลังจะ..."
"ไม่มีอะไรทั้งนั้น เลิกมโนแล้วไสหัวไปเก็บของในครัวโน่นไป" คินน์ตัดบทเสียงห้วนเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่เผลอหลุดออกมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา ก่อนจะเดินตามร่างบางที่หายลับไปหลังเคาน์เตอร์ครัว
ภายในห้องครัวสไตล์โมเดิร์นของเรย์ตอนนี้คุกกรุ่นไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดปนความกรุ่นโกรธ เชฟหนุ่มเจ้าของพื้นที่กำลังกระแทกขวดเครื่องเทศลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนเรียวที่กำลังขยับหยิบจับอุปกรณ์ทำครัวด้วยความรวดเร็วและแม่นยำอย่างคนทำงานมืออาชีพ แต่ทว่าจังหวะการหั่นผักนั้นหนักหน่วงเสียจนเสียงมีดกระทบเขียงไม้ดัง *ปึก ปึก ปึก* สะท้อนความหงุดหงิดในใจออกมาอย่างชัดเจน
"หั่นแรงขนาดนั้น เขียงนายพังพอดีเชฟ" คินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนพิงขอบเคาน์เตอร์ กอดอกมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นบางเบาอย่างนึกสนุก เมื่อเห็นว่าคนเก่งปากดีกำลังหัวเสียจนหูแดง
เรย์หยุดชะงักมือที่กำลังถือมีด หันขวับมามองหน้าวิศวกรหนุ่มขวานผ่าซากด้วยแววตาคมกริบที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าว่างมากนักก็ออกไปนั่งรอข้างนอกกับเพื่อนนาทีนี้เลยนะคินน์ นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งหรือวิจารณ์การทำงานในพื้นที่ของฉัน"
"อ้าว เร็ว ๆ นี้ใครบอกว่าฝีมือการทำอาหารของฉันห่วยแตกจนกินไม่ได้กันล่ะครับคุณเชฟ" คินน์เลิกคิ้วกวนประสาท ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดของเรย์ลอยมาแตะจมูก "ผมแค่อยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่า คนที่ซ่อมเครื่องจักรเก่งอย่างผม ก็ไม่ได้ซุ่มซ่ามในครัวอย่างที่นายปรามาสไว้หรอกนะ"
"เหอะ! งั้นก็พิสูจน์ให้ดูหน่อยสิ นายคิดว่าการยืนกอดอกแล้วพ่นคำพูดกวนประสาทใส่ฉัน มันจะทำให้ข้าวต้มรอบดึกนี่รสชาติมันดีขึ้นมาได้รึไง" เรย์ย้อนถามเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นท้าทายอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง "เอาสิ นายบอกว่าตัวเองเป็นคนหัวรั้นนักไม่ใช่เหรอ งั้นก็ลองทำอาหารสักจานให้ฉันชิมหน่อยสิ... ถ้ามันห่วยแตกเหมือนหน้าตาของนาย ฉันจะไล่นายออกจากห้องนี้ทันที"
คำท้าทายนั้นทรงพลังพอที่จะจุดประกายความท้าทายในตัววิศวกรหนุ่ม คินน์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ฉายชัดแววเจ้าเล่ห์ เขาถอดนาฬิกาข้อมือออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนได้รูปตามประสาผู้ชายที่ทำงานใช้แรงงาน ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดร่างบางที่ยืนขวางหน้าเตาอยู่จนเรย์ต้องผถอยหลังก้นชนขอบเคาน์เตอร์
"ท้าทายผิดคนแล้วล่ะเชฟ..." คินน์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูขาวเนียน สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สะดุดไปชั่วขณะของคนตรงข้าม "ถ้าอาหารที่ผมทำมันอร่อยจนทำให้นายติดใจ... นายต้องมีรางวัลให้ผมนะ"
เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับเครื่องจักรพัง ๆ เสียอีก กลิ่นอายความเป็นชายฉกรรจ์ที่โอบล้อมรอบตัวทำให้ความมั่นใจที่สะสมมานานเริ่มสั่นคลอน แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เขาต้องกัดฟันสู้ต่อ "ฝันไปเถอะ! ทำให้อร่อยได้ก่อนเถอะพ่อรูปหล่อ"
บรรยากาศในครัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบงันที่มีกระแสไฟฟ้าสถิตพุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา คินน์ลงมือหยิบจับวัตถุดิบในตู้เย็นอย่างคล่องแคล่วเกินคาด แม้จะไม่ได้มีท่วงSท่าพลิ้วไหวสง่างามเหมือนเชฟมืออาชีพ แต่ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและแม่นยำตามสัญชาตญาณของคนที่เป็นช่างซ่อมบำรุงผู้คุ้นเคยกับการควบคุมกลไกซับซ้อน เรย์ยืนกอดอกมองดูการกระทำนั้นด้วยความประหลาดใจแกแกมทึ่งลึก ๆ ดวงตากลมโตคอยจับจ้องทุกอิริยาบถของร่างสูงอย่างไม่วางตา
ผ่านไปยี่สิบนาที กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มร้อน ๆ ที่ปรุงรสด้วยเทคนิคเฉพาะตัวก็ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว คินน์ปิดเตา ตักอาหารสีสันน่ารับประทานใส่ชามเซรามิกอย่างประณีต ก่อนจะยกมาวางตรงหน้าเรย์ที่ยืนรออยู่
"เชิญครับคุณเชฟ... เมนูพิเศษจากวิศวกรปากร้ายคนนี้" คินน์ผายมือด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เรย์มองชามข้าวต้มตรงหน้าสลับกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มท้าทาย เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักน้ำซุปขึ้นเป่าเบา ๆ ก่อนจะส่งเข้าปากเพื่อชิมรสชาติ ทันทีที่รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นกระจายไปทั่วโพรงปาก ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง รสชาติมันทั้งเผ็ดร้อน หอมกลิ่นขิงและพริกไทยอ่อน ๆ และมีความเค็มหวานกำลังพอดีอย่างลงตัว... มันอร่อยกว่าที่เขาคิดไว้มากเสียด้วยซ้ำ
"เป็นไงครับ? ฝีมือคนหัวรั้นคนนี้พอจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานของเชฟจอมเนี้ยบอย่างนายไหม?" คินน์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาพราวระยับจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว
เรย์ชะงักค้าง ปลายช้อนสั่นเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้มขาวเนียน สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงถนัดตา สติสัมปชัญญะทั้งหมดถูกดึงดูดให้จดจ่ออยู่กับดึงดูดของนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น
"ก็... พอกินได้..." เรย์กระซิบเสียงแผ่วเบา เปลือกตาหลุบต่ำลงมองริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว ความดื้อรั้นที่มีเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
คินน์หัวเราะในลำคอเบา ๆ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปร็อกแก้มใสของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ปลายนิ้วทำให้เรย์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี
"ปากแข็งชะมัด..." คินน์พึมพำเสียงนุ่ม แววตาซึน ๆ ที่เคยฉายความกระด้างแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่เปี่ยมไปด้วยความคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด "งั้นถือว่านายยอมรับแล้วนะ ว่าฉันไม่ได้ห่วยอย่างที่คิด..."
ยังไม่ทันที่เรย์จะได้เอ่ยปากเถียงกลับ ประตูห้องครัวที่ถูกปิดไว้ก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของมินท์ที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพู
"เฮ้ย คินน์ เรย์! ฉันลืมถามว่า... อุ๊ย!" มินท์ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า สองมือปิดตาตัวเองทันควันแต่ยังแอบแยกนิ้วออกมอง "โอ๊ะ ขอโทษ ๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะรอบสองนะเว้ย แต่พอดีว่า... มีคนมารอพบพวกนายอยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่าง..."
คินน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย หันไปถลึงตาใส่มินท์ที่ส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับมา ส่วนเรย์รีบผละถอยหลังออกจากวงแขนของร่างสูงทันที ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย
"ใคร?" คินน์ถามลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด
มินท์กลืนน้ำลายเอื้อมมือเกาหัวแกรก ๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "แม่ของนายเองคินน์... และดูเหมือนว่าท่านจะไม่ได้มาคนเดียวซะด้วยสิ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะครับ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 12
มื้อดึกในห้องครัว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!