"แกหมายความว่ายังไง มินท์... ไอ้เรื่องสัญญานั่นน่ะใครเป็นคนทำ!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธลอดไรฟันของเรย์ดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องครัวปิดสนิท เชฟหนุ่มเจ้าของร้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและมาดนิ่งสุขุม ตอนนี้กลับยืนกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาเรียวรีคมกริบฉายแววตื่นตระหนกและเดือดดาลระคนกัน
ปลายสายถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความร้อนใจไม่แพ้กัน "ฉันก็เพิ่งรู้จากวงในเมื่อกี้เว้ย เรย์! มีคนพยายามสกัดขาแกด้วยการซื้อวัตถุดิบพรีเมียมล่วงหน้าทั้งหมดตัดหน้า แล้วบีบให้ร้านแกต้องทำสัญญาใหม่ในราคามหาโหด ถ้าแกไม่เซ็นภายในพรุ่งนี้เช้า... ร้านที่แกสร้างมาทั้งหมดมีหวังพังไม่เป็นท่าแน่!"
เพล้ง!
เสียงมีดสเตนเลสคมกริบในมือที่เผลอหลุดจากการควบคุม ร่วงหล่นลงกระทบพื้นกระเบื้องเสียงดังสนั่น ก่อนที่ความเจ็บแปลบจะแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วชี้ เลือดสีแดงสดซึมไหลออกมาอาบผิวเนื้อเนียนอย่างรวดเร็ว
"โอ๊ย!" เรย์อุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ นิ้วเรียวรีบยกขึ้นกุมแผลทันที
"เฮ้ย! เสียงอะไรวะ เรย์ เกิดอะไรขึ้น!" มินท์ที่ยังสายค้างอยู่ตะโกนถามด้วยความตกใจ
"ช่างฉันก่อน... แค่มีดบาด..." เรย์พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ แต่ความเจ็บและข่าวร้ายเรื่องสัญญาเมื่อครู่มันช่างประเดประดังเข้ามาจนสมองแทบระเบิด "แค่นี้ก่อนนะมินท์ เดี๋ยวฉันโทรกลับ"
ตัดสายทิ้งไปอย่างไม่ใยดี เรย์กัดริมฝีปากแน่นพยายามจะเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลบนชั้นวาง ทว่าความรีบร้อนและอาการหน้ามืดจากความเครียดทำให้เขาเซถลา เกือบจะล้มฟาดลงกับพื้นเคาน์เตอร์อยู่รำหนै
แต่ทว่า... อ้อมแขนแข็งแกร่งของใครบางคนกลับคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว
"ซุ่มซ่ามเป็นเด็กๆ ไปได้... ถ้าไม่มีฉันอยู่ตรงนี้ หัวแกคงได้ฟาดขอบโต๊ะแตกไปแล้วมั้ง เชฟปากเก่ง"
เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่แนบกระชับอยู่บริเวณเอว คินน์นั่นเอง... วิศวกรหนุ่มผู้มีสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับไหววับด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด เขาเพิ่งเดินเข้ามาในครัวเพื่อจะมาทวงกาแฟตามสัญญากลับต้องมาเจอภาพนายเอกหน้าซีดเลือดอาบนิ้วพอดี
"ปล่อยเลยนะคินน์ ฉันเดินเองได้" เรย์พยายามขืนตัวออกพลางทำหน้าบึ้งใส่ แม้ในใจลึกๆ จะยอมรับว่าไอ้อ้อมกอดอุ่นๆ นี้นี่แหละที่ช่วยพยุงเขายืนขึ้นมาได้
"อย่ามาทำเก่งน่า เลือดไหลขนาดนี้ยังจะปากดี" คินน์ไม่ฟังเสียงบ่น เขาออกแรงดึงดื้อๆ ให้เรย์เดินมานั่งลงบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินหายไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่เรย์หมายตาไว้เมื่อครู่มาถือไว้ในมือ
ร่างสูงยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะประชิด คินน์บรรจงจับมือเรียวของเรย์ขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าถ้าออกแรงมากกว่านี้ แก้วตาดวงนี้จะแตกสลายคามือ
เรย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของวิศวกรหนุ่มที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้อย่างจริงจัง คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยริมฝีปากเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง บรรยากาศรอบตัวของคินน์ในตอนนี้ไม่มีความกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงความนิ่งสงบและอ่อนโยนอย่างประหลาดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีขวานผ่าซาก
"มองอะไร หน้าฉันมีแผลด้วยรึไง" คินน์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มมุมปากนิดๆ
"เปล่า... แค่แปลกใจที่คนอย่างนายทำแผลเป็นด้วย นึกว่าทำเป็นแต่รื้อถอนเครื่องจักรพังๆ ซะอีก" เรย์แสร้งเชิดหน้าขึ้นตอบกลับเสียงแข็ง เพื่อกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นผิดจังหวะแปลกๆ
"มือคู่นี้ซ่อมมาหมดทุกอย่างแหละ... รวมทั้งซ่อมแซมความรู้สึกพังๆ ของใครบางคนด้วย" คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มคมกริบสะท้อนภาพใบหน้าของเรย์ไว้อย่างชัดเจน คำพูดกำกวมที่แฝงความหมายลึกซึ้งทำเอาเชฟหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
คินน์ใช้สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อแตะลงบนแผลที่นิ้วชี้เบาๆ
"ซี๊ด... เจ็บนะคินน์ เบามือหน่อยสิ!" เรย์สะดุ้งสุดตัว นิ้วเรียวพยายามจะชักกลับแต่ถูกมือหนากุมเอาไว้แน่นกว่าเดิม
"เจ็บสادถึงจะจำ... วันหลังจะได้เลิกซุ่มซ่ามแล้วก็เลิกเก็บเรื่องเครียดๆ มาแบกไว้คนเดียวสักที" คินน์พูดเสียงดุ แต่แววตากลับทอประกายความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด "คิดว่าฉันหูหนวกตาบอดหรือไง ถึงไม่ได้ยินที่นายคุยโทรศัพท์กับไอ้มินท์เมื่อกี้"
เรย์ชะงัก สีหน้าที่เคยแข็งกร้าวอ่อนยวบลงทันที ความเครียดเรื่องสัญญาล่วงหน้าที่ถูกแทงข้างหลังกลับมาบีั้นหัวใจอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยเริ่มไหวระริกอย่างปิดไม่มิด
"มันไม่ใช่เรื่องของนาย..." เสียงของเรย์เบาราวกับกระซิบ ความดื้อรั้นที่มีมาตลอดเริ่มพังทลายลงต่อหน้าผู้ชายคนนี้
"ไม่ใช่เรื่องได้ยังไง ในเมื่อเซฟโซนของนาย... ตอนนี้มันกำลังจะถูกพังโดยที่เจ้าของร้านอย่างนายทำได้แค่ยืนมือสั่น?" คินน์วางสำลีในมือลง แล้วเลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นมาประคองใบหน้าเนียนของเรย์ไว้อย่างทะนุถนอม บังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตากันตรงๆ "บอกฉันมา... ใครมันกล้าเล่นตุกติกกับร้านของนาย เรย์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจและความปกป้อง ทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้าของเรย์กระตุกวาบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วอกจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด เขาไม่เคยชินกับการมีใครมายืนเคียงข้างยามวิกฤตแบบนี้เลยสักครั้ง
เรย์อ้าปากเตรียมจะเอ่ยชื่อคู่แข่งคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
กริ๊ก! เสียงปลดล็อกกลอนประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นแผ่วเบา ท่าماมกลางความเงียบงันของยามค่ำคืน
ทั้งคู่สะดุ้ง หันขวับไปมองที่ทางเข้าพร้อมกัน
เงาร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งก้าวพ้นประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ
"ขอโทษทีครับ... พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอา 'สัญญาฉบับจริง' มาให้ท่านเชฟคนเก่งเซ็นซะหน่อย ก่อนที่ร้านนี้จะกลายเป็นของคนอื่น"
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 19
แกล้งกัด แต่จริงๆ ห่วง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!