กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลเอกชนย่านใจกลางเมืองผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของความตื่นตระหนก เรย์ยืนนิ่งเป็นหุ่นปูนปั้นอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ปลายเล็บจิกเข้าหากันแน่นจนขึ้นสีขาวซีด สมองของเชฟหนุ่มผู้เจ้าระเบียบและควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้สมบูรณ์แบบกำลังรวนราอย่างหนัก ข้อความจากโรงพยาบาลที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือเมื่อสิบนาทีก่อนหน- *“คนไข้ภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินด่วน”*- มันยังคงวนเวียนกรีดแทะอยู่ในโสตประสาท
ไอ้บ้าเอ๊ย... ใครใช้ให้มันฝืนสังขารตัวเองกันวะ!
เรย์สบถในใจรอบที่ร้อย เขารู้ดีว่าคินน์เป็นพวกขวานผ่าซาก หัวรั้น และไม่เคยเห็นสุขภาพของตัวเองอยู่ในสายตา ตั้งแต่เกิดเรื่องปะทะคารมกันรุนแรงที่ร้านเมื่อวาน วิศวกรหนุ่มจอมเนี้ยบคนนั้นก็เลือกที่จะแบกรับความเครียดจากปัญหาครอบครัวและงานซ่อมบำรุงทั้งหมดไว้คนเดียว จนกระทั่งร่างหนา ๆ นั่นล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา มินท์ที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมาสมทบถึงกับหน้าถอดสี มือบางสั่นเทาจนแทบถือแก้วกาแฟไม่ไหว
"คุณเรย์... หมอออกมาแล้วครับ!" มินท์สะกิดแขนเตือน
ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับแพทย์หนุ่มในชุดกาวน์ที่ถอดหน้ากากอนามัยออกด้วยสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย เรย์ไม่รอช้า สองขาเรียวก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัวแพทย์ทันทีด้วยความร้อนรน ลืมมาดเชฟผู้สูงส่งและเย่อหยิ่งไปเสียสนิท
"คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ อาการเกิดจากความเครียดสะสมร่วมกับความดันโลหิตสูงกะทันหัน โชคดีที่ส่งตัวมาทันเวลา ตอนนี้ย้ายไปห้องพักฟื้น V.I.P. ชั้นสี่แล้วครับ งดเยี่ยมและงดใช้ความคิดมากอย่างน้อยสint-เอ๊ย... อย่างน้อย 24 ชั่วโมงนะครับ"
เรย์พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ราวกับภูเขาที่ทับอกอยู่ถูกยกออกไปครึ่งหนึ่ง แต่ความโกรธระลอกใหม่ก็ตามมาสมทบในทันทีทันใด ความเป็นห่วงที่ตีรวนขึ้นมาจุกอกทำให้เขาขบกรามแน่นจนสันนูน
"ขอบคุณครับหมอ" เรย์เอ่ยเสียงห้วนสั้น ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ นำหน้ามินท์ตรงไปยังลิฟต์ทันทีโดยไม่เอื้อnคำพูดใดอีก
ภายในห้องพักฟื้น V.I.P. แสงไฟนีออนถูกปรับให้หรี่ลงเพื่อความสบายตา กลิ่นอายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศช่วยขับเน้นให้บรรยากาศในห้องเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่บนเตียง คินน์นอนพิงหมอนใบโต สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือแกร่ง ใบหน้าคมเข้มที่ปกติจะมีรอยยิ้มเยาะกวนประสาท ยามนี้กลับดูซีดเซียวและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
มินท์มองหน้าเรย์สลับกับร่างบนเตียง แล้วถอนหายใจเบา ๆ "ฉันว่า... ฉันลงไปจัดการเรื่องเอกสารค่าใช้จ่ายข้างล่างก่อนดีกว่า คุณเรย์อยู่เฝ้าหมอนี่ไปก่อนนะ"
"อืม ไปเถอะ" เรย์ตอบรับสั้น ๆ สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของคนป่วย
ประถูกปิดลงเบา ๆ ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน เรย์ก้าวเข้าไปใกล้เตียงทีละน้อย ฝ่าเท้าที่เคยย่างก้าวอย่างมั่นคงกลับรู้สึกหนักอึ้งอย่างประหลาด เขายืนกอดอกมองวิศวกรหนุ่มที่นอนหลับตาพริิม ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มมาหลายคืน
"โง่ชิบหาย..." เรย์พึมพำออกมาเบาหวิว น้ำเสียงไม่ได้มีแววสมน้ำหน้าเลยสักนิด มีแต่ความหงุดหงิดเจือความเป็นห่วงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน "คิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาจากไหนวะ คินน์ ร่างกายมนุษย์นะเว้ย ไม่ใช่เหล็กกล้าในโรงงานของนาย"
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนบนเตียง คินน์ยังคงหายใจสม่ำเสมอ เรย์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวเอื้อมออกไปหมายจะจัดสายน้ำเกลือที่ดูเหมือนจะพับงอเล็กน้อยให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
แต่วินาทีที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนหลังมืออุ่นจัดของอีกฝ่ายเข้าโดยบังเอิญ...
โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนกะทันหัน!
เดดแอร์สายฟ้าแลบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที เรย์ชักมือกลับแทบไม่ทัน ราวกับโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ปลายประสาท ความร้อนวาบแล่นพล่านขึ้นมาถึงใบหูและพวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจดวงโตที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับกระหน่ำรัวเร็วจนน่ากลัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
ให้ตายเถอะ... แค่แตะโดนมือทำไมมันถึงได้ร้อนขนาดนี้วะ!
เรย์กลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขากำมือตัวเองที่เพิ่งสัมผัสกับอีกฝ่ายแน่น ราวกับต้องการกักเก็บสัมผัสนั้นไว้โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนกำลังตีรวนอยู่ในอก ทั้งอุ่นวาบ หวามไหว และตื่นกลัวในเวลาเดียวกัน
ในจังหวะที่เรย์กำลังจะถอยหลังก้าวหนีเพื่อตั้งหลักนั้นเอง...
"จับแล้ว... จะไม่รับผิดชอบหน่อยเหรอครับ เชฟเรย์"
เสียงแหบพร่ากระด้างคุ้นหูดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบ เรย์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาสีเข้มคู่สวยตวัดกลับไปมองบนเตียงทันที
ภาพที่ปรากฏคือคินน์ที่ลืมตาขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กำลังจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาวาวโรจน์ แฝงประกายความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นอย่างคนเหนือกว่า ทั้งที่เมื่อกี้ยังนอนซมราวกับคนใกล้ตายอยู่แท้ ๆ!
เรย์อ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์พลิกผันตรงหน้า ร่างกายแข็งทื่อ ขยับหนีไปไหนไม่ได้เมื่อฝ่ามือแกร่งที่ควรจะไร้เรี่ยวแรง กลับเอื้อมมืออีกข้างขึ้นมาคว้าข้อมือเรียวของเขาเอาไว้มั่นในจังหวะที่เรย์คาดไม่ถึง!
"นาย... นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่!" เรย์เสียงหลง หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนเขินจนแยกไม่ออก
"ตื่นตั้งแต่ตอนที่คุณแอบยืนด่าผมว่าโง่แล้วล่ะครับ..." คินน์กระซิบเสียงต่ำ แววตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนกอย่างไม่ยอมละสายตา แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรง แต่กลับเหนี่ยวรั้งให้เรย์ต้องก้าวเข้าไปประชิดขอบเตียงโดยปริยาย "แล้วก็... มือผมนุ่มดีนะ เชฟอยากลองจับดูอีกรอบไหมล่ะครับ?"
"ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส! ปล่อยนะเว้ย!" เรย์พยายามสะบัดข้อมือหนี แต่ยิ่งดึง อีกฝ่ายก็ยิ่งดึงรั้งเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่น ๆ ของคนป่วยเป่ารดรินอยู่ข้างแก้มจนเรย์แทบจะลืมวิธีหายใจ
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยเคมีอันตรายที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มข้ามเส้นแบ่งเขตนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 17
ข้ามเส้นแบ่งเขต
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!