"คินน์... แกอยู่นี่เอง ฉันมีเรื่องต้องเคลียร์กับแกเรื่องสัญญาโปรเจกต์ใหญ่..."
เสียงหอบแฮกของมินท์ที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องพักพนักงานด้านหลังร้านอาหารหรู ทำเอาบรรยากาศที่กำลังระอุระหว่างคนสองคนสะดุดกึกลงทันที คินน์ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกขัดจังหวะ ในขณะที่เรย์ซึ่งยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าถึงกับผ่อนลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอกอย่างปิดไม่มิด แม้ริมฝีปากบางเฉียบจะยังเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงก็ตาม
"มินท์ แกนี่มัน... มาถูกจังหวะนรกเสียจริงนะ" คินน์สบถลอดไรฟัน พลางปรายตามองเพื่อนสนิทที่ยืนเท้าสะเอวหน้าแดงก่ำจากการวิ่งหน้าตั้งมา
"เอ้าไอ้นี่! นึกว่าแกหายสาบสูญไปกับเครื่องกรองน้ำตัวปัญหาของที่นี่เสียอีก ก็คนมันร้อนใจไหมล่ะ ลูกค้าเล่นโทรมาตามเช้าเย็น..." มินท์ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ชะงักกึกเมื่อกวาดสายตามาเห็นระยะห่างระหว่างคินน์กับเชฟหนุ่มเจ้าของร้าน ดวงตากลมโตหรี่ลงทันทีก่อนจะยิ้มกรุ่มกริ่ม "อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย หน้าพวกแกสองคนนี่แดงพอกันเลยนะ"
"ไม่มีอะไรทั้งนั้น เลิกเพ้อเจ้อแล้วเอากระดาษบ้าๆ นั่นมานี่" คินน์คว้าแฟ้มเอกสารจากมือเพื่อนตัวดีด้วยความรวดเร็ว กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูอย่างแนบเนียน แม้ว่าเขาจะเก่งเรื่องการรื้อถอนและซ่อมแซมเครื่องจักรกลซับซ้อนแค่ไหน แต่กับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อครู่ เขากลับรู้สึกรับมือได้ยากเสียยิ่งกว่า
เรย์เบือนหน้าหนีไปยังมุมห้อง แสร้งทำเป็นสนใจรอยเปื้อนบนเคาน์เตอร์สแตนเลส ทั้งที่หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นส่ำ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายดิบเถื่อนแต่ทว่าอบอุ่นของวิศวกรหนุ่มยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก สัมผัสจากปลายนิ้วที่เผลอแตะโดนกันเมื่อครู่ราวกับทิ้งร่องรอยความร้อนเอาไว้บนผิวเนื้อ
"ถ้าเคลียร์ธุระกันเสร็จแล้ว ก็เชิญออกไปจากห้องครัวฉันได้แล้วมั้งครับ คุณวิศวกร" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท พยายามดึงความเยือกเย็นและมาดเชฟจอมเนี้ยบกลับคืนมาให้เร็วที่สุด
คินน์หันกลับมามองคนปากแข็งที่ยืนไขว่ห้างเชิดหน้าชูตา เขากระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ "รีบไล่จังนะกลัวผมอยู่ต่อแล้วจะใจสั่นหรือไง เชฟเรย์"
"หลงตัวเองที่สุด... เชิญกลับไปทำงานของนายให้เสร็จเถอะครับ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วหยิบตะหลิวมาไล่ฟาดจริงๆ" เรย์หันมาตอกกลับด้วยดวงตาวาวโรจน์ ทว่าพวงแก้มขาวเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
มินท์ยืนมองฉากปะทะคารมนั้นด้วยรอยยิ้มกว้าง สลับมองหน้าเพื่อนรักกับเชฟหนุ่มคนเก่งไปมา สัญชาตญาณความเสือกบอกชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ก้าวข้ามเส้นคำว่า 'คู่กัด' ไปไกลลิบลิ่วแล้ว
"เอ่อ... คือว่านะ ถ้าธุระมันยังไม่รีบด่วนขนาดนั้น..." มินท์ทำท่าจะแทรกแซงเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้ต่อความยาวสาวความยืด แต่คินน์กลับไวกว่า
"ไม่ต้องพูดมากมินท์ แกกลับไปรอด้านนอกก่อน เดี๋ยวฉันตามออกไป เซ็นสัญญานี่เสร็จเดี๋ยวนี้แหละ" คินน์ดันหลังเพื่อนสนิทให้ออกไปนอกห้องอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับปิดประตูกระแทกเบาๆ ล็อกห้องให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ
คลิก... เสียงกลอนประตูที่ถูกปิดตายทำให้ห้องครัวกว้างขวางกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นทำงานเบาๆ และลมหายใจของคนสองคนที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
เรย์หันขวับกลับมามองคนที่ถือวิสาสะล็อกห้อง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที "นายทำบ้าอะไรเนี่ย ล็อกห้องทำไม"
คินน์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเจ้าของพื้นที่ทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดช่างสีเข้มให้ความรู้สึกกดดันและคุกคามในเวลาเดียวกัน ทว่าแววตาคู่นั้นกลับไม่ได้มีความดุดันหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนบางเบาที่ซ่อนอยู่ใต้ความกวนประสาท
"ก็แค่อยากคุยเรื่องส่วนตัว... แบบที่ไม่มีใครมาขัดจังหวะไงครับ" คินน์หยุดยืนห่างจากเรย์เพียงแค่เอื้อมมือถึง
เรย์ถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์สแตนเลสเย็นเฉียบ แต่สายตาคมกริบยังคงจ้องสู้ไม่ถอย แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ฉันไม่มีเรื่องส่วนตัวอะไรจะคุยกับนาย... ปล่อยฉันนะ"
"โกหกไม่เนียนเลยนะเชฟ" คินน์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดที่พยายามปั้นปึ่งใส่เขา "ตั้งแต่รู้จักกันมา นายเอาแต่สั่ง โวยวาย แล้วก็ทำหน้าดุใส่ผมตลอดเวลา... แต่เมื่อกี้ ตอนที่ผมถามว่าทำไมต้องทำอาหารจานนี้สุดฝีมือให้ผม... ผมเห็นนะว่านายลังเล"
เรย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคู่สวยหลบวูบไปชั่วขณะ "ฉันก็แค... ทำตามหน้าที่เชฟ ที่อยากให้ลูกค้าได้กินของดีที่สุด ไม่เห็นมีอะไรต้องคิดมาก"
"หน้าที่เหรอ?" คินน์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด มือหนายื่นออกไปวางท้าวลงบนเคาน์เตอร์สแตนเลสข้างลำตัวของเรย์ เป็นการกักตัวคนตัวเล็กกว่าให้อยู่ในอาณาเขตของตนโดยสมบูรณ์ "หน้าที่เชฟจำเป็นต้องแอบมองผมเวลาซ่อมท่อด้วยสายตาเป็นห่วงด้วยหรือไง หรือว่า... หน้าที่เชฟจำเป็นต้องทำอาหารคลีนรสชาติห่วยๆ แต่อัดแน่นไปด้วยวิตามินเพราะรู้ว่าผมนอนดึกบ่อยๆ ด้วย?"
เรย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง "นาย... รู้ได้ยังไง"
"ผมเป็นวิศวกรนะเชฟ สมองผมวิเคราะห์เก่งกว่าที่นายคิด" คินน์ยิ้มละมุน รอยยิ้มที่แทบจะไม่เคยปรากฏให้ใครเห็น รอยยิ้มที่ไม่ได้ตั้งใจจะเผยออกมาแต่มันกลับหลุด0ลอดออกมาจากหัวใจที่กำลังพองโต "ที่จริง... ผมก็แค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มีปมเรื่องความคาดหวังจากครอบครัว ต้องทำตัวแข็งกระด้างใส่คนอื่น เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าข้างในมันพังแค่ไหน... จนกระทั่งมาเจอเชฟนี่แหละ ที่ทำให้ผมรู้ว่า... เซฟโซนจริงๆ มันหน้าตาเป็นยังไง"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ไอร้อนจากเตาอบเทียบไม่ได้เลยกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากสายตาของวิศวกรหนุ่ม เรย์แหงนมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กำแพงความหยิ่งทะนงและระเบียบวินัยร้อยแปดประการที่สร้างไว้พังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเนี้ยบและเย็นชาค่อยๆ เอ่อล้นออกมาจนขอบตาร้อนผ่าว
"นายมัน... พูดมากเป็นบ้าเลย คินน์" เรย์พึมพำเสียงแผ่วเบa น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
"แต่พูดความจริงทั้งนั้นนะครับ" คินน์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มขาว "แล้วตกลง... เราพอจะเลิกเป็นคู่กัด แล้วลองมาเรียนรู้เรื่องส่วนตัวกันจริงๆ จังๆ ดูสักตั้งไหมล่ะครับ เชฟ"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตา ลังเลอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ความกลัวที่จะเปิดใจปะทะกับความรู้สึกโหยหาความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจ มือเรียวเอื้อมขึ้นวางบนอกเสื้อของคินน์โดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวขยำผ้าเนื้อหนาแน่นราวกับกำลังหาที่ยึดเหนี่ยว
"ถ้าฉันบอกว่า... ไม่..." เรย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร "นายจะทำยังไง"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสดใสและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ผมก็จะตื๊อ จนกว่าเชฟจะยอมเปลี่ยนคำตอบนั่นแหละครับ"
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังจะหลอมรวมเข้าหากันผ่านแรงดึงดูดอันมหาศาล เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณเรย์คะ! ขอโทษนะคะที่ต้องขัดจังหวะ แต่ว่า... มีแขกคนสำคัญมารอพบคุณที่หน้าร้านค่ะ... เขาบอกว่าเป็น 'คู่หมั้น' ที่คุณเพิ่งถอนหมั้นไปเมื่อปีที่แล้ว!"
สิ้นเสียงตะโกนจากพนักงานสาวด้านนอก ร่างของเรย์ก็สะดุ้งสุดตัว สีหน้าที่กำลังเคลิบเคลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงในทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือที่กำเสื้อของคินน์ไว้แน่นค่อยๆ คลายออกช้าๆ
คินน์ขมวดคิ้วฉับ ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาแทนที่ด้วยความหงุดหงิดพุ่งพล่าน เขาหันขวับไปมองที่ประตูห้อง ก่อนจะก้มลงมองสบตาเรย์ที่เวลานี้ริมฝีปากสั่นระริกและแววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"คู่หมั้น... งั้นเหรอ?" คินน์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบลงจนน่ากลัว ในขณะที่เรย์หันมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและสับสนระคนกัน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้นะครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 9
รอยยิ้มที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!