เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 4

กาแฟแก้วนั้นที่ทำให้ชะงัก

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะโทรแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกยามวิกาล" เสียงหวานหูที่เคยใช้สั่งการลูกน้องในครัวด้วยความเฉียบขาด ตอนนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด เรย์ถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อน ท่าทางพยศเหมือนแมวป่าถูกต้อนจนมุมทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกับหลุดหัวเราะในลำคอ คินน์ไม่ได้ถอยหลังตามคำขู่ เขากลับขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้doesอากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วบดจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ ยื่นมือข้างหนึ่งไปค้ำยันเคาน์เตอร์ไว้ กักตัวเจ้าของร้านคนเก่งให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ "แจ้งตำรวจเหรอครับเชฟ?" คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลอย่างจงใจ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่มุมปากทำให้เรย์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง "ข้อหาอะไรล่ะครับ... ข้อหาพยายามช่วยชีวิตเครื่องชงกาแฟราคาหลักแสนที่กำลังจะพังคามือคุณ หรือว่าข้อหา... เข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจเมื่อกี้เข้าพอดี?" "คุณกรณ์!" เรย์ตวัดสายตาคมกริบใส่ผู้มาใหม่ทันที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความกระתהอาก "เลิกพูดจาเหลาะแหเหลและถอยออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ! พวกคุณสองคนนี่มัน... ตัวปัญหาชัดๆ!" กรณ์ หัวเราะร่วนอย่างไม่สะทกสะทاخกับสายตาดุๆ ที่ส่งมาให้ เขายกมือขึ้นยอมแพ้อย่างทีเล่นทีจริง ก่อนจะเหลือบมองคินน์ที่ยังคงยืนประชิดตัวเรย์ไม่ยอมขยับไปไหน สายตาคมกวาดมองสภาพรอบตัวที่มีทั้งประแจ ไขควง และคราบน้ำมันเครื่องบางๆ เลอะเปื้อนอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงของวิศวกรหนุ่ม "โอ้โห ภาพนี้ถ้าถ่ายลงเพจร้านนะ รับรองยอดไลก์พุ่งกระฉูด ยิ่งกว่าตอนรีวิวเมนูมิชลินอีกครับ" กรณ์แซ่วยิ้มๆ "ว่าแต่... นายซ่อมมันเสร็จแล้วเหรอคินน์ ถึงได้มีอารมณ์มาทำท่าทาง... โรแมนติกใส่เชฟเขาแบบนี้" คินน์ถอนหายใจเบาๆ ยอมผละตัวออกจากเรย์อย่างเสียดายเล็กน้อย เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามแขนเสื้อลวกๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายตาเรียบเฉย "ยัง... เหลือขั้นตอนสุดท้าย" คินน์ตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับตวัดกลับมามองคนตัวเล็กที่กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าหนี "แต่เครื่องมันรั้น เหมือนเจ้าของร้านไม่มีผิด ดื้อด้าน ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ ทั้งๆ ที่ตัวเองทำพังแท้ๆ" "ผมไม่ได้ดื้อ!" เรย์โพล่งขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความฉุนเฉียว "เครื่องมันเก่าต่างหาก ท่อไอน้ำมันอุดตันเอง คุณต่างหากที่วินิจฉัยโรคให้มันมั่วซั่วตั้งแต่แรก!" "ปากแข็ง" คินน์พึมพำเบาๆ แต่เรย์ได้ยินชัดเจน บรรยากาศในร้านกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แม้จะมีกรณ์ยืนอมยิ้มเป็นผู้ชมแถוหน้ากระดานอยู่ห่างๆ แต่รัศมีคุกรุ่นระหว่างคินน์กับเรย์ก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย วิศวกรหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาใจกับความหัวรั้นของเชฟหนุ่ม ก่อนจะหันกลับไปหยิบประแจตัวเล็กขึ้นมาอีกครั้ง "ถ้าเก่งนัก ทำไมไม่ซ่อมเองล่ะครับเชฟเรย์" คินน์ท้าทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตาสีเข้มกลับพราวระยับ "มา... เดี๋ยวผมเปิดทางให้ ลองไขวาล์วตัวนี้ดูสิ ถ้าแน่จริง" เรย์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ ความทิฐิและศักดิ์ศรีความเป็นเชฟเจ้าของร้านค้ำคออยู่เต็มอก เขาเกลียดการพึ่งพาคนอื่น ยิ่งเป็นคนปากร้ายอย่างคินน์ด้วยแล้ว เขายิ่งไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด แต่ปัญหาคือ... เขาก็ซ่อมมันไม่เป็นจริงๆ ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ด้วยท่าทางฮึดฮัด แย่งไขควงมาจากมือของคินน์อย่างแรงจนอีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เรย์พยายามก้มลงมองซอกมุมใต้เครื่องชงกาแฟที่มืดสลัว แต่เพราะความรีบร้อนและมุมที่แคบ ทำให้ข้อศอกของเขาไปกระแทกเข้ากับขอบสแตนเลสอย่างจัง "โอ๊ย!" เรย์อุทานเบาๆ หลับตาปี๋ด้วยความเจ็บ นิ้วเรียวเผลอยกขึ้นกุมข้อศอกตัวเอง ในเสี้ยววินาทีนั้น คินน์ที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆ ก็ขยับตัวเร็วกว่าความคิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเรย์ทันที ดึงร่างบางเข้ามาใกล้เพื่อตรวจดูอาการโดยไม่รอให้เจ้าตัวอนุญาต "ซุ่มซ่ามจริง" เสียงทุ้มดุแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความกระด้างอย่างมิดชิด คินน์ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบเบาๆ ตรงจุดที่กระแทกเพื่อบรรเทาความเจ็บ ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบลงบนผิวเนื้อ ทำให้เรย์ถึงกับชะงักกึก ลืมหายใจไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติของเรย์เริ่มรัวระรัวขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่โอบล้อมอยู่รอบตัวทำให้สมองขาวโพลนไปหมด ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและไหวระริกอย่างปิดไม่มิด คินน์เองก็ชะงักไปเช่นกันเมื่อสบเข้ากับดวงตาสู่ความเวิ้งว้างคู่นั้น ระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามทำให้เขารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่บนปลายจมูก ความนุ่มนวลที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของเรย์ตอนนี้ มันรุนแรงเสียยิ่งกว่าคำพูดจิกกัดรarร้าวใดๆ ที่เคยผ่านมา "แฮ่ม..." เสียงกระแอมไอจงใจดังมาจากทางประตู กรณ์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยสีหน้าระอาปนเอ็นดู "เกรงใจคนโสดแถวนี้บ้างก็ได้นะคุณวิศวกร กับคุณเชฟคนเกรงใจ... นี่ร้านกาแฟนะ ไม่ใช่ฉากละครหลังข่าว" เรย์เหมือนเพิ่งได้สติ ใบหน้าขาวเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีราวกับถูกไฟลวก สะบัดข้อมือออกจากก้าวเดินถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดขาตัวเอง "ใคร... ใครจะไปทำอะไรกัน!" เรย์เสียงสูงกลบเกลื่อนความเขินอาย ใบแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "คุณกรณ์ กลับไปเลยนะ! แล้วก็พาเพื่อนตัวดีของคุณออกไปด้วย ร้านผมจะปิดแล้ว!" คินน์ยืนมองคนปากแข็งที่ตอนนี้หันหลังให้และกำลังแสร้งทำเป็นเช็ดเคาน์เตอร์ทั้งที่มือไม้สั่นระริก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี ความหงุดหงิดก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านอยู่ในอก วิศวกรหนุ่มก้มลงเก็บเครื่องมือลงกล่องอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนสนิทที่ยืนยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่ "กลับกันเถอะมินท์ ปล่อยให้คนแถวนี้เขาจัดการกับ... เครื่องชงกาแฟที่ซ่อมเสร็จแล้วตามลำพังดีกว่า" สิ้นคำพูดนั้น คินน์ก็เดินผ่านเรย์ไป แต่ก่อนจะพ้นประตูกระจกหน้าร้าน ร่างสูงก็หยุดชะงัก หันกลับมามองแผ่นหลังบางที่ยังคงยืนแข็งทื่ออยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกريบมองตรงเข้ามาด้วยประกายระยับที่อ่านไม่ออก "พรุ่งนี้เช้า... ผมจะแวะมา" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก้องกังวานในความเงียบงันของร้าน "หวังว่ากาแฟแก้วแรกของวัน... จะชงด้วยเครื่องที่ผมซ่อมให้แล้วนะ... เชฟเรย์" เรย์ยืนแข็งทื่อเป็นหิน หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของทั้งคู่ที่ลับสายตาไป ทิ้งให้เขายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟที่ลอยอบอวล... พร้อมกับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรและหัวใจของตัวละครทุกดวงในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%