"ถ้านายยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกอยู่ตรงนั้น ไฟทั้งร้านได้ดับสนิทสมใจอยากแน่ คินน์!"
เสียงหวีดหวิวของเรย์ในโทนเสียงต่ำที่พยายามกดข่มความสติแตกเอาไว้ดังลั่นห้องครัวสเตนเลสสตีล แสงไฟสีส้มสลัวจากระบบฉุกเฉินกะพริบไหวราวกับภาพยนตร์ระทึกขวัญเกรดบี กลิ่นหอมของทรัฟเฟิลและเนื้อวากายะที่กำลังย่างอยู่บนเตาเคลือบด้วยความร้อนสูงส่งกลิ่นคละคลุ้งตัดกับความมืดมิดที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ท่ามกลางแขกวีไอพีสามสิบชีวิตที่นั่งรอคอร์สอาหารมื้อสำคัญอยู่ด้านนอก
คินน์ยืนถือประแจเลื่อนขนาดใหญ่ค้างไว้กลางอากาศ ใบหน้าคมสันเปื้อนคราบเขม่าสีดำจางๆ ที่ข้างแก้ม ดวงตาคมกริบมองสลับระหว่างแผงวงจรไฟฟ้าหลักที่ส่งเสียงช็อตเบาๆ กับร่างเพรียวของเชฟเจ้าของร้านที่กำลังยืนกอดอก ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นซีดเผือดแต่แววตากลับลุกโชนด้วยโทสะ
"ผมบอกแล้วว่ามิเตอร์มันรับโหลดไม่ไหวตั้งแต่คุณสั่งเปิดเตาอบพร้อมกับฮีตเตอร์สเตชันหลัก คุณต่างหากที่ไม่ยอมฟังผมตั้งแต่แรก เรย์" คินน์สวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั่นแหละที่กวนประสาทเชฟหนุ่มจอมเเณียบที่สุดในสามโลก
"นี่นายยังจะมาลอยหน้าลอยตาเถียงฉันอีกเหรอ! งานนี้นักวิจารณ์อาหารจากนิตยสารชื่อดังนั่งอยู่โต๊ะกลางนะยะ! ถ้าปลาหิมะย่างซอสเบอร์블랑ของฉันเสิร์ฟช้าไปสามนาที ชื่อเสียงร้านฉันที่สร้างมาสามปีพังยับเยื้อแน่นอน เพราะฉะนั้น... ทำยังไงก็ได้ให้ไฟมันติดเดี๋ยวนี้!"
เรย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างสูงโดยไม่รู้ตัว ความโกรธทำให้ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนคินน์ได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายความเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเชฟหนุ่ม วิศวกรหนุ่มชะงักไปนิด กลิ่นนี้... ทำไมมันถึงทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะได้ทุกทีในยามวิกฤตแบบนี้นะ
"ถอยไปหน่อยครับคุณเชฟ ยิ่งคุณยืนหายใจรดต้นคอผมแบบนี้ สติผมยิ่งกระเจิง... แล้วไฟมันจะยิ่งกลับมาติดช้าลงนะ" คินน์แกล้งลดเสียงลงกระซิบข้างใบหูขาวผ่อง น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววหยอกล้อในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขัด
เรย์สะดุ้งสุดตัว ขยถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นที่เจ้าตัวไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับในใจ) "ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส! ในสถานการณ์แบบนี้ นายยังมีอารมณ์มาเล่นลิ้นอีกเหรอ!"
"ผมไม่ได้เล่น ผมกำลังทำงานตามหน้าที่ต่างหาก" คินน์ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับตู้ควบคุมไฟอีกครั้ง นิ้วแกร่งกดรีเซ็ตเบรกเกอร์ตัวใหญ่ด้วยความมั่นใจ แม้ในใจจะรู้ดีว่าปัญหามันลึกซึ้งกว่านั้นมาก
*เปรี๊ยะ!*
ประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบออกมาจากช่องระบายอากาศ พร้อมกับเสียงฮัมของหม้อแปลงที่เงียบสนิทลงอย่างถาวร ความมืดเข้ามากลืนกินพื้นที่เกือบครึ่งห้องครัว เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มที่สาดกระทบใบหน้าของทั้งคู่ให้ดูราวกับอยู่ในมิติอื่น
เรย์สูดหายใจเข้าลึก มือเรียวเผลอควชายเสื้อเชิ้ตของคินน์ไว้โดยอัตโนมัติเมื่อความมืดเข้าจู่โจม ความมั่นใจทั้งหมดที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา "มืด... คินน์ ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย แล้วอาหารในเตา..."
"ใจเย็นๆ ครับ" คินน์สัมผัสได้ถึงแรงกำที่สาบเสื้อ ความตื่นตระหนกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหยิ่งยโสของเรย์ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบ มือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ยกขึ้นวางทับมือเรียวที่กำเสื้อเขาไว้โดยไม่รู้ตัว "ผมอยู่ตรงนี้ ไฟไม่ดับไปตลอดกาลหรอกน่า"
สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมทับลงมาทำให้เรย์นิ่งอึ้ง สมองที่เคยประมวลผลเมนูอาหารหรูนับร้อยรายการพลันว่างเปล่า ดวงตาสอบประสานกับดวงตาคมในความมืดสลัว ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กันจนเกินความจำเป็น
ครืดดด—!
เสียงเปิดประตูห้องครัวด้านหลังกระชากทั้งคู่ออกจากภวังค์ เรย์รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู ขณะที่คินน์ขมวดคิ้วหันไปมองผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าเร่งรีบ
"คินน์! อยู่ข้างในนี้ไหมลูก แม่บอกแล้วว่าอย่ามารับงานเร่งแบบนี้..."
เสียงทุ้มนุ่มแต่นุ่มนวลคุ้นเคยดังขึ้น ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉิน ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดสุภาพเรียบร้อยก้าวเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าถือใบโปรด ดวงตาของเธอกวาดมองสภาพห้องครัวที่มืดสลัวและเศษซากความวุ่นวาย ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงของบุตรชายและเชฟหนุ่มที่ยืนตัวติดกันเป็นตังเม
เรย์เบิกตากว้าง ค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกห่างจากคินน์อย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ทันที—*ลูก? ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของคินน์งั้นเหรอ? แล้วที่สำคัญที่สุด... ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงในวินาทีวิกฤตแบบนี้!*
คินน์หน้าถอดสีเป็นครั้งแรก มือที่ถือประแจกำแน่นจนข้อต่องอขาว ความรู้สึกอึดอัดที่พยายามหนีมาตลอดชีวิตพุ่งทะยานขึ้นมาจุกที่อก เมื่อคุณแม่ผู้มาพร้อมกับสายตาคาดหวังและรอยยิ้มเจื่อนๆ เอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้คินน์อยากจะมุดแผ่นดินหนี
"แม่เพิ่งคุยกับคุณผู้หญิงเจ้าของร้านอาหารคนนี้ทางโทรศัพท์เมื่อกี้... อ้าว, นี่หนูเรย์ ลูกชายแม่เล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าเชฟร้านนี้ทั้งดุทั้งเรื่องมาก ไม่คิดเลยว่าจะหน้าตา น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้..."
บรรยากาศในห้องครัวที่ร้อนระอุอยู่แล้ว พลันเงียบกริบลงจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน (ถ้าหากมันยังมีแบตเตอรี่เหลืออยู่)
เรย์อ้าปากค้าง มองหน้าแม่ของคินน์ สลับกับใบหน้าของวิศวกรหนุ่มที่ตอนนี้บึ้งตึงสนิท ก่อนที่สมองจะประมวลผลคำว่า *'เล่าให้ฟังบ่อยๆ'* สำเร็จ ร่างเพรียวก็หันขวับไปมองคินน์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับล้านคำ
"คินน์... นี่มันหมายความว่ายังไง?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความอลหม่านครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 7
งานด่วนที่ไม่มีใครช่วยได้
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!