แสงนีออนสีขาวนวลจากจอภาพความละเอียดสูงสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของรินรดาคมชัดราวกับภาพถ่ายจากกล้องฟิล์ม นัยน์ตาคู่สวยของอัยการสาวพราวระยับด้วยประกายแห่งความตื่นตะลึงที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้กรอบความเยือกเย็นอันเป็นอาภรณ์ประจำตัว
บนหน้าจอ... ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวหลักของห้องเซฟนิรภัยชั้นใต้ดินไม่ได้ว่างเปล่า หรือมีเพียงความมืดมิดของห้องร้างดังที่เธอและธามันคาดการณ์ไว้ตลอดหกเดือนเต็ม รหัสผ่านระดับสูงสุดที่ถูกป้อนด้วยปลายนิ้วมั่นคงเมื่อสามนาทีที่แล้วได้ปลดล็อกประตูเหล็กหนาตัน และร่างที่ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาภายใต้เงาสลัวของแสงไฟฉุกเฉิน ก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
เงาร่างนั้นสูงโปร่ง สวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มคลาสสิก ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวกปานามา แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมองเลนส์กล้องด้วยรอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคย... รินรดาแทบหยุดหายใจ
*“คนที่พวกคุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน”*
เสียงเตือนของระบบนิรภัยยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่มันเบาโหวงไปถนัดใจเมื่อเทียบกับเสียงหัวใจของเธอเองที่กำลังเต้นรัวรากับกลองศึก ธามันที่ยืนอยู่เคียงข้างในห้องทำงานมืดทึบ ขยับตัวเข้ามาช้าๆ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และความตึงเครียดจากตัวเขาลอยวนอยู่ในอากาศ สัมผัสได้ถึงความระแวดระวังที่พุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว
"คุณเห็นเหมือนที่ฉันเห็นใช่ไหมคะ... ธามัน" รินรดาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเรียบลื่นจนเกือบจะเย็นเฉียบ นิ้วมือที่ประสกันไว้บนโต๊ะทำงานจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว
ธามันไม่ตอบในทันที ดวงตาคมกริบของทนายหนุ่มสายดาร์กจดจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างพินิจพิเคราะห์ แสงไฟสะท้อนแววตาของเขาให้เห็นความระคนสงสัยและสัญชาตญาณนักล่าที่ตื่นตัวเต็มพิกัด เขายื่นมือหนามาทาบลงบนโต๊ะใกล้กับมือเธอ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ ตัดกับความเย็นยะเยือกของสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างประหลาด
"คนตายไม่ฟื้นหรอกครับ... รินรดา" ธามันใช้สรรพนามและน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจกดให้ต่ำลงเพื่อดึงสติเธอ "เว้นแต่ว่า... เขาไม่เคยตายตั้งแต่แรก และมีใครบางคนจงใจสร้างศพปลอมขึ้นมาเพื่ออำพรางเกมนี้"
ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้อัยการสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายของเธอถูกขับเคลื่อนด้วยความโกรธแค้น ผสมปนเปกับความโล่งใจประหลาดที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่รู้สึกมัน พ่อของเธอเคยถูกทำลายชื่อเสียง ครอบครัวของเธอเคยแตกสลาย และต้นตอของโศกนาฏกรรมทั้งหมดเมื่อห้าปีก่อนก็มาจากผู้ชายที่กำลังยืนยันตัวตนผ่านหน้าจอตรงหน้านี้
"เขาใช้รหัสผ่านของพ่อฉัน..." รินรดากระซิบ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยก่อนจะถูกสกัดกั้นด้วยความเยือกเย็นที่เธอเรียกกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว "นั่นหมายความว่า... บันทึกการสอบสวนลับชิ้นนั้นยังอยู่ และเขาตั้งใจกลับมาเพื่อทวงมันคืน"
"หรือไม่อีกที..." ธามันหันมามองเสี้ยวหน้าของเธอ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว "เขาไม่ได้กลับมาเพื่อทวงของ... แต่เขากลับมาเพื่อเป็น 'เหยื่อล่อ' ให้เราเดินตกลงไปในหลุมพรางที่ขุดรอไว้ต่างหากล่ะครับ"
คำว่า *เหยื่อล่อ* แขวนค้างอยู่กลางอากาศ บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของอัยการสาวเงียบงันลงทันที จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดาหันขวับกลับมาสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกจากร่างกายของคนทั้งสอง เกมนี้อันตรายเกินกว่าจะก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว และพวกเขากำลังเล่นอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงตึงระหว่างความถูกต้องกับความพินาศ
"ถ้าเขาเป็นเหยื่อล่อ... งั้นเราก็ต้องเล่นตามเกมของเขาให้เนียนที่สุดใช่ไหมคะ" รินรดายกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและพิษสงแบบฉบับของอัยการสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอดึงดันจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าธามันกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ดึงรั้งให้เธอกลับลงมานั่งชิดติดตัวเขาบนเก้าอี้ตัวเดียวกันอย่างรวดเร็ว
สัมผัสแนบชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้รินรดาลอบสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกายเร้าใจของผู้ชายสายดาร์กอย่างธามันโอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด
"ใจเย็นก่อนสิครับ อัยการคนสวย..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนนุ่ม "ก่อนที่เราจะวิ่งออกไปเป็นหมากบนกระดานของใคร ผมว่าเราควรเคลียร์ 'ดีล' ระหว่างเราให้เรียบร้อยเสียก่อน... คุณก็รู้ว่าผมเกลียดการทำงานโดยมีเงื่อนไขซ่อนเร้นที่สุด"
รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างนึกฉุนในความเจ้าเล่ห์ของเขา ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่เห็นภาพคนตายฟื้นคืนชีพเสียอีก ความเย้ายวนอันตรายของผู้ชายตรงหน้าคือสิ่งเสพติดที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด แต่ในยามที่ความตายและคำลวงรายล้อมเช่นนี้ ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและเป็นมนุษย์ที่สุดกลับเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
"คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองในเวลานี้หรอกนะคะ ธามัน" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงกระเส่าเล็กน้อย พยายามรักษากำแพงความเย่อหยิ่งไว้ ทว่ามือบางที่วางอยู่บนแผงอกกว้างของเขากลับจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าสูทเนื้อดีอย่างไม่รู้ตัว
"ผมมีสิทธิ์เสมอ... โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังต้องการผมมากกว่าที่ปากพูด" ธามันไม่ปล่อยให้เธอได้โต้แย้ง มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยนุ่ม สอดนิ้วเรียวยาวเข้าเรือนผมสลวย บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขาอย่างจำยอม
รสจูบที่ทาบทับลงมาไม่ได้นุ่มนวลหรือเจือด้วยความอ่อนหวาน มันคือการประกาศความเป็นเจ้าIของและการรุกรานที่เร่าร้อนดุดัน ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากอิ่มของเธอด้วยความกระหายอยากที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความสุขุมมานาน รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปในจุมพิตที่ลึกล้ำและวาบหวามจนแทบหลอมละลาย
เรียวลิ้นร้อนล้ำที่รุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากสร้างความปั่นป่วนจนสมองของเธอขาวโพลน มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นโอบกอดรอบลำคอแกร่ง รั้งเขาให้แนบชิดเข้ามาจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างเรือนร่าง ความอบอุ่นและกลิ่นอายอันตรายจากตัวเขาหลอมรวมเข้ากับสัญชาตญาณดิบในตัวเธอ แรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจากเกมการเมืองและความลับดำมืด ถูกเปลี่ยนผ่านเป็นความเร่าร้อนบนผิวเนื้อที่เสียดสีกันอย่างแนบ
ธามันผละริมฝีปากออกนิดเพื่อตักตวงอากาศ หายใจหอบกระชั้นขณะที่สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบของเธอ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นฉายแววปรารถนาอย่างดิบเถื่อนและชัดเจน
"เราจะไปล่าคนที่กลับมาจากความตายด้วยกัน... แต่คืนนี้ คุณเป็นของผม" เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมหู พางับติ่งหูเบาๆ จนเธอสะดุ้งเฮือกด้วยความเสียวซ่าน
ทว่าในวินาทีที่เรียวปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาบนซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนสั้นๆ จากระบบคอมพิวเตอร์บนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
ทั้งคู่ชะงัก รินรดารวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงผลักอกเขาออกเบาๆ แล้วหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว ภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องเซฟนิรภัยไม่ได้แสดงภาพของผู้ชายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว... หน้าจอฉายภาพโคลสอัปของวัตถุชิ้นหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้กลางโต๊ะทำงานเหล็กในห้องมืด
มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิท เสียบคาอยู่กับคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และบนหน้าจอหลักของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น ปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงสดกระพริบช้าๆ สามครั้ง ใจความว่า...
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... น้องสาวตัวน้อย ของขวัญต้อนรับการกลับมา รอเธออยู่ที่ชั้นบนสุดของตึกนี้”*
ธามันหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูง ทว่ารินรดากลับนิ่งงัน ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า... ตึกที่พวกเธอกำลังยืนอยู่ตอนนี้ ไม่ได้มีแค่พวกเขาแค่สองคน
และประตูห้องทำงานด้านนอก... กำลังส่งเสียง "คลิก" เบาๆ ราวกับมีใครบางคนกำลังหมุนลูกบิดเปิดเข้ามาจากความมืดมิด
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 17
เหยื่อล่อ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!