เสียงเบรกกะทันหันของรถยนต์ซีดานราคาแพงดังสนั่นหวั่นไหวจนยางมะตอยกรีดร้อง แรงเหวี่ยงมหาศาลกระชากร่างของรินรดาพุ่งไปข้างหน้าจนเข็มขัดนิรภัยรัดแน่นจนเจ็บแปลบไปทั่วแผ่นอก กลิ่นไหม้ของยางรถที่เสียดสีกับพื้นถนนและควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมาจากฝากระโปรงหน้าคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดว่า… แผนการที่พวกเขาวางไว้ร่วมกันอย่างรัดกุมกำลังพังทลายลงไม่เป็นท่า
“บ้าเอ๊ย!” ธามันสบถลอดไรฟัน ดวงตาคมกวาดมองกระจกมองหลังที่สะท้อนแสงไฟสปอตไลท์สีขาวสว่างจ้าของรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสองคันที่กำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง พวกมันไล่ล่าพวกเขามาตั้งแต่ทางแยกย่านชานเมือง และตอนนี้เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการแค่ขับไล่ให้กลัว แต่ตั้งใจจะ “เก็บ” พวกเขาให้พ้นทางถาวร
รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ มือเรียวเย็นเฉียบรีบคว้าแฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตของตระกูลเธอเองขึ้นมาแนบอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความเยือกเย็นที่เคยมีในฐานะอัยการสาวผู้ยึดมั่นในความถูกต้องเริ่มสั่นคลอน เมื่อตระหนักว่าความรู้ทางกฎหมายไม่อาจหยุดกระสุนปืนหรืออิทธิพลมืดที่กำลังไล่หลังมาได้ทัน
“เราไปไม่ถึงสถานีตำรวจแน่ค่ะ ธามัน” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยวไว้ได้ “พวกมันปิดตายทุกเส้นทางแล้ว”
ธามันหันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที แววตาของทนายความหนุ่มสายดาร์กผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครฉายประกายความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภายใต้ภาพลักษณ์ที่ดูเจ้าเล่ห์และพร้อมจะหักหลังทุกคนเพื่อชัยชนะ เขากลับเลือกที่จะหักพวงมาลัยรถหลบเข้าสู่ทางลูกรังแคบๆ ที่มืดสนิท ท่ามกลางป่ารกชุกด้านข้างโรงงานร้างแห่งหนึ่ง แรงกระแทกจากการตกหลุมทำให้รถสะเทือนจนรินรดาต้องหลับตาปี๋เอื้อมมือไปคว้าที่จับเหนือศีรษะไว้แน่น
“ผมไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปเด็ดขาด ริน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง มือข้างหนึ่งบังคับพวงมาลัยด้วยความชำนาญ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมากุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น “จำที่ผมบอกได้ไหม… เกมนี้เราเป็นคนกำหนด ไม่ใช่พวกมัน”
รถยนต์จอดสนิทอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิดเมื่อเครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามเฮือกสุดท้ายก่อนจะดับสนิท ทั้งสองคนดับไฟหน้ารถและหมอบตัวลงต่ำเพื่อหลบสายตา ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ยกเว้นเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่และเสียงฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปรายลงมาเพิ่มความหน็บหนาว
แต่ความเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่คำรามก้องใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงยางรถบดขยี้กิ่งไม้แห้งดังกรอบแกรบอยู่ไม่ไกล ทำให้พวกเขารู้ว่าเวลาหมดลงแล้ว
“ลงจากรถครับ ทางออกเดียวคือเข้าไปในโกดังร้างนั้น” ธามันกระซิบข้างหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวระหงท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจ
พวกเขาก้าวออกจากรถอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความมืดของค่ำคืนและเงาไม้ใหญ่ช่วยอำพรางร่างทั้งสองให้พ้นจากการมองเห็นชั่วขณะ รินรดารู้สึกได้ถึงสัมผัสอบอุ่นจากมือหนาของธามันที่คอยฉุดกระชากและประคองเธอให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเธอว่า หากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ทุกสิ่งที่พ่อของเธอทิ้งไว้และความจริงที่ธามันพยายามพิสูจน์จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับร่างของพวกเขา
ทั้งคู่พุ่งตัวเข้าไปในตัวอาคารโรงงานร้างผ่านทางหน้าต่างที่กระจกแตกละเอียด กลิ่นอับชื้นของสนิม ฝุ่นละออง และคราบน้ำมันเก่าๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่ส่องลอดผ่านหลังคาผุพัง รินรดากระอักลมหายใจออกมาเบาๆ ขณะที่พิงแผ่นหลังเข้ากับเสาคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า มือของเธอยังคงกอดแฟ้มเอกสารแน่นราวกับมันคือลมหายใจสุดท้าย
ธามันยืนบังร่างบางของเธอไว้มิดชิด สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคอยกวาดมองไปรอบทิศทาง หูเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ตัวอาคารเรื่อยๆ เสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ จากด้านนอกบ่งบอกว่าพวกมันกำลังกระจายกำลังกันค้นหา
“พวกมันฉลาดกว่าที่เราคิด” ธามันกระซิบชิดริมหูของเธอ ความใกล้ชิดในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาปะปนกับกลิ่นอย่างอันตราย รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขาในความมืด ดวงตากลมโตสะท้อนแสงไฟสลัวจากภายนอก แววตาของเขามีความดุดันแต่ก็แฝงความห่วงใยที่ยากจะปฏิเสธ
“แล้วเราจะทำยังไงดีคะ… ถ้าพวกมันหาเราเจอ เอกสารนี่ก็จะ…”
“มันจะไม่หลุดไปถึงมือพวกมันเด็ดขาด” ธามันตัดบท น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังจนทำให้ความหวาดกลัวในใจของรินรดาลดลงไปครึ่งหนึ่ง มือหนื่อนเลื่อนขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาและฝุ่นละอองที่เปื้อนอยู่บนพวงแก้มนั้นออกอย่างทะนุถนอม ราวกับลืมไปว่าพวกเขากำลังหนีตายอยู่
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามและการไลล่าที่คืบคลานเข้ามาใกล้ รินรดาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากปลายนิ้วของเขาที่ลากไล้ผ่านกรอบหน้าลงมาถึงริมฝีปากสั่นระริก แรงดึงดูดประหลาดท่ามกลางหุบเหวแห่งความตายทำให้ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาอันลึกซึ้งที่พวกเขายังคงเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากมืออาชีพ
ธามันก้มหน้าลงมาใกล้ หน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนเรียวปาก “ถ้าเราต้องตายกันที่นี่… ผมอยากให้คุณรู้ว่า ทุกอย่างที่ผมทำลงไป ไม่ใช่แค่เพราะเกมแก้แค้น… แต่เพราะผมเลือกคุณ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในชีวิตคุณแล้ว”
คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นด้านนอก ทำให้รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมไม่ใช่เพราะความกลัวการถูกไลล่า แต่เป็นเพราะความเร่าร้อนอันตรายที่แผ่ซ่านมาจากตัวตนของทนายความหนุ่มผู้นี้ เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้โดยไม่ลังเล ก่อนจะดึงรั้งร่างสูงให้โน้มลงมารับรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่น ความเร่าร้อน และความยินยอมพร้อมใจที่จะด่ำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์สีเทาร่วมกัน
ริมฝีปากที่ประกบเข้าหากันถ่ายทอดความตึงเครียดและความโหยหาออกมาอย่างหมดสิ้น รสจูบหนักหน่วง ดุดัน และเรียกร้อง ลิ้นร้อนเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อน ท่ามกลางเสียงฝนที่ซัดสาดและเสียงฝีเท้าของมือปืนที่เดินเข้ามาใกล้ประตูโกลังเข้ามาทุกที ธามันบด2จูบลงมาหนักหน่วงขึ้น มือข้างหนึ่งโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง ขณะที่รินรดาจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ทันใดนั้นเอง… แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องผ่านรอยแตกของประตูเหล็กเข้ามากวาดผ่านเสาที่พวกเขายืนอยู่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่หยุดกะทันหันห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว และเสียงกระชากลูกเลื่อนปืนไรเฟิลที่ขึ้นลำเตรียมลั่นไกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้ไปด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 18
แผนที่ล้มเหลว
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!