เสียงเหล็กกระทบพื้นซีเมนต์จากแรงถีบภายนอกดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับลำแสงสีขาวอมฟ้าของไฟฉายแรงสูงที่กวาดผ่านความมืดมิดเข้ามาภายในโกดังร้างอย่างไร้ความปรานี รินรดาแทบจะกลั้นหายใจ หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มในวินาทีที่เสียงกระชากลูกเลื่อนปืนไรเฟิลดังขึ้น—*แกร็ก*—มันคือเสียงแห่งความตายที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
ในพื้นที่แคบๆ หลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีเพียงรอยแตกและฝุ่นผงคละคลุ้ง ธามันไม่รอให้สัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดทำงานช้าไปกว่าเสี้ยววินาที มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดจากการต่อสู้ก่อนหน้าคว้าเข้าที่ข้อมือเรียวของเธออย่างแรง แรงดึงนั้นเฉียบขาดและหนักหน่วงจนเธอเซถลาเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขาโดยไม่มีโอกาสได้ทักท้วง
"เงียบ" เสียงกระซิบของทนายความหนุ่มต่ำพร่าและแหบแห้ง ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและติดขัด รินรดารู้สึกได้ทันทีถึงความผิดปกติ กระแสความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาไม่ใช่แค่จากความตึงเครียดของสถานการณ์ แต่มันคือพิษไข้และความเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนปืนที่ต้นแขนขวา ซึ่งถูกกดทับไว้ด้วยแรงเหวี่ยงเมื่อครู่จนเลือดสีเข้มซึมทะลุเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกมาอีกครั้ง
ภายนอก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังเดินวนเวียนอยู่ใกล้เข้ามาทุกที เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นปูนดัง *ก๊อก… ก๊อก…* ราวกับนาฬิกามรณะที่นับถอยหลัง รินรดาตัวสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความกลัวตาย แต่เพราะความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างในพื้นที่อับทึบนี้ ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากคางที่สากระคายของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายเฉพาะตัวของธามัน—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายคาวเลือดและหยาดเหงื่อ—สร้างความปั่นป่วนแปลกประหลาดในช่องท้องของเธอ
มือเรียวของเธอที่พยายามจะดันแผงอกเขาไว้เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อแสงไฟฉายกวาดผ่านช่องว่างระหว่างเสามาหยุดนิ่งอยู่ตรงผนังฝั่งตรงข้าม ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสองเมตร เงาทะมึนของมือปืนทาบทับลงบนพื้นคอนกรีตใกล้เท้าของพวกเขาจนแทบจะสัมผัสได้
ธามันก้มมองเธอในความมืด ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความหยิ่งผยองในชั้นเชิงทางกฎหมาย บัดนี้กลับสะท้อนความเปราะบางและประกายบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ มืออีกข้างที่ว่างของเขาค่อยๆ ยกขึ้นโอบเอวบางของเธอไว้แน่นขึ้นเพื่อพยุงร่างที่เริ่มอ่อนแรงของตัวเอง ขณะเดียวกันก็เป็นการปกป้องเธอไปในตัว นิ้วมือของเขากดลึกลงบนแผ่นหลังส่วนล่างผ่านเนื้อผ้า สร้างกระแสความวูบวาบที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังของรินรดาอย่างห้ามไม่อยู่
ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย สัญชาตญาณดิบของมนุษย์กลับเรียกร้องหาความใกล้ชิดเพื่อยืนยันการมีชีวิตอยู่
ผ่านไปเนิ่นนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าภายนอกเริ่มถอยห่างออกไป พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์รถกระบะที่คำรามลั่นและแล่นหายลับไปในความมืดของค่ำคืน ความตึงเครียดที่กดทับจึงค่อยๆ คลายตัวลง แต่หัวใจของทั้งคู่กลับเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม
รินรดาหอบหายใจเบาๆ เธอดันร่างของเขาออกเล็กน้อยเพื่อสำรวจความเสียหาย "คุณ… เลือดออกมากเกินไปแล้ว ธามัน"
น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าขณะใช้มือแตะเข้าที่ต้นแขนขวาของเขา สัมผัสเปียกชื้นและเหนียวเหนอะหนะของเลือดทำให้เธอขมวดคิ้วด้วยความตกใจ ธามันกัดฟันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขายิ้มเยาะตัวเองด้วยมุมปากข้างหนึ่งก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงโคนเสาคอนกรีตอย่างหมดแรง
"ถ้าห่วงผมขนาดนั้น… คุณอัยการจะเปลี่ยนใจมาเซ็นสัญญาเป็นพวกเดียวกับผมแทนการส่งตัวผมให้ตำรวจดีไหมล่ะครับ" เขายังคงมีอารมณ์ขันในสถานการณ์วิกฤต แต่มันช่างดูน่าสมเพชและน่าเวทนาในเวลาเดียวกัน
"เลิกพูดจาไร้สาระแล้วอยู่นิ่งๆ เถอะค่ะ" รินรดาเอ็ดด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นเครือ เธอย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นปูนที่เย็นเฉียบ มือเรียวฉีกชายเสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อดีของตัวเองออกเป็นแถบยาวอย่างไม่ลังเล เพื่อใช้มันเป็นผ้าพันแผลชั่วคราว
แสงไฟจากหลอดไฟฉุกเฉินดวงเดียวที่เหลือรอดบนเพดานโกดังส่องลงมาสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นความตั้งใจจริงและความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น ธามันแหงนศีรษะพิงเสา มองดูหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่ปรับทางคดีและเป้าหมายในการแก้แค้นกำลังตั้งอกตั้งใจดูแลแผลให้เขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ธามันเติบโตมาในโลกสีเทาที่เต็มไปด้วยการหักหลัง การชิงดีชิงเด่น และการใช้คนเป็นเพียงเบี้ยในกระดาน ไม่มีใครเคยแสดงความห่วงใยเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจเช่นนี้ โดยเฉพาะรินรดา—ทายาทของตระกูลที่เขาเกลียดชังและต้องการทำลายให้พินาศ
"ทำไมถึงช่วยผมล่ะ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "คุณรู้ว่าผมคือภัยคุกคามของคุณ และถ้าผมตายที่นี่… ปัญหาทุกอย่างของคุณก็จะจบลง"
รินรดาชะงักมือที่กำลังพันแผลให้เขา เธอนิ่งงงไปชั่วขณะก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอนิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยความลึกล้ำ "เพราะฉันไม่ใช่ฆาตกรเหมือนพวกคุณ… และเพราะความจริงมันสมควรได้รับการเปิดเผย ไม่ใช่ถูกฝังกลบไว้ด้วยความตาย"
คำตอบนั้นเฉียบคมและทรงพลังราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ธามันหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือด้วยความยอมจำนนอย่างประหลาด แทนที่จะโกรธ เขากลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่ฉุดกระชากวิญญาณของเขาให้ดิ่งลึกลงไปในหลุมพรางที่เธอก่อขึ้น
เมื่อพันแผลเสร็จ รินรดาก็ขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ธามันกลับไวรัสยิ่งกว่า มือใหญ่เอื้อมไปคว้าข้อระหงของเธอไว้เบาๆ แต่หนักแน่น แรงดึงเพียงเล็กน้อยทำให้เธอนั่งลงไปบนตักของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว
"ธามัน… ปล่อยนะคะ คุณบาดเจ็บอยู่นะ" เธอเอ่ยเตือน เสียงของเธอขาดหายไปกลางคันเมื่อสบเข้ากับดึงตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาของเขา
"รินรดา…" เสียงเรียกชื่อเธอนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความโหยหา ธามันเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "คุณทำให้ผมรู้สึกว่า… การมีชีวิตอยู่เพื่อรอคอยใครสักคนมันมีความหมายแค่ไหน"
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าหาเรียวปากอิ่มสีระเรื่ออย่างช้าๆ เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ แต่รินรดากลับไม่ขยับหนี แรงโน้มถ่วงบางอย่างระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน เมื่อริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกัน ความนุ่มนวลก็ถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนและโหยหา ธามันประคองท้ายทอยของเธอไว้แน่น บดขยี้ริมฝีปากลงมาด้วยความลึกซึ้งและเรียกร้อง รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยนค่อยๆ ทวีความดุเดือดและวาบหวามขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า
มือเรียวของรินรดาเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา นิ้วมือสอดสลอยไปตามเส้นผมหยักศก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดเลือนหายไปในความมืด เหลือเพียงสัมผัสแห่งเนื้อหนัง กลิ่นอายอันตราย และความยินยอมพร้อมใจที่จะตกเป็นเชลยของกันและกัน
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและบาดแผลที่ยังคงเจ็บแปลบ รินรดารู้ตัวดีว่า… หัวใจของเธอได้มอบให้ศัตรูในคดีนี้ไปเสียแล้ว และไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้อีกตลอดกาล
ทว่า ในขณะที่รสจูบยังคงหวานล้ำและดึงดูดพวกเขาทั้งคู่ให้จมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ที่ยากจะถอนตัว เสียงฝีเท้าฝีเท้าปริศนาฝีเท้าหนึ่งก็ดังแว่วขึ้นมาจากทางปากทางเข้าโกดัง พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* และแสงไฟฉายอีกดวงที่สาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืดตรงมายังเสาหลักที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่!
ธามันผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบฉายแววระแวดระวังถึงขีดสุดในทันที รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อเงาร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นที่ขอบประตู พร้อมกับเสียงทุ้มเย็นเยียบที่เอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"คิดไม่ถึงเลยนะ... ว่าทนายความมือหนึ่งกับอัยการสาวผู้ผดุงความยุติธรรม จะมาแอบสวีทกันในสถานที่อัปมงคลแบบนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแห่งเล่ห์เหลี่ยมนี้ด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 19
บาดแผลที่เผยออก
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!