แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มร่วงหล่นกระทบพรมราคาแพง ส่งเสียงทึบเบาๆ ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของสายฝนที่สาดซัดกระแทกกระจกหน้าต่างห้องทำงาน กลิ่นอายของความพ่ายแพ้ไม่ได้มาพร้อมกับความเงียบงัน แต่มันอบอวลอยู่ในรอยยิ้มหยันบนมุมปากของคนที่พวกเขาวางใจที่สุด
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงหัวใจเมื่อดวงตาคมกริบของธามันกวาดมองไปยังร่างเงาที่ยืนถือเอกสารลับฉบับจริงอยู่ตรงธรณีประตู
"ไม่คิดเลยนะคะ ว่าคนที่จะขายพวกเรา... จะเป็นเงาที่อยู่ใต้ปีกมาตลอดหลายปี" เสียงของรินรดาราบเรียบ เยือกเย็น แต่น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความโกรธที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดของอัยการสาวผู้ไร้ที่ติ
ธามันขยับตัวเข้ามายืนบังหน้าเธอโดยสัญชาตญาณ ไหล่กว้างของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังบาง ความอบอุ่นจากตัวตนของชายหนุ่มตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศหนเหน็บรอบกาย สายตาของทนายความหนุ่มคมปลาบราวกับใบมีดที่พร้อมกรีดแทะศัตรูให้แหลکคามือ "เกมยังไม่จบ... จนกว่าศาลจะตัดสิน และคนที่ถือไพ่เหนือกว่าตอนนี้ ก็ไม่ใช่แก" ประโยคหลังเขาไม่ได้พูดกับรินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำต้อยที่จงใจส่งตรงไปยังผู้ทรยศ
เมื่อคนสนิทผู้ถือเอกสารไหวตัวแล้วถอยหนีหายไปในความมืดของทางเดิน ธามันไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาก่อนจะหมุนตัวล็อกกลอนประตูห้องให้แน่นหนา พร้อมกับดึงผ้าม่านทึบแสงปิดสนิท ตัดขาดจากโลกภายนอกที่กำลังถูกพายุโหมกระหน่ำ
ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด ความตึงเครียดจากความเป็นความตายในคดีฉ้อโกงระดับชาติแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานดิบเถื่อนที่ดึงดูดพวกเข้างับเข้าหากัน
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง ธามัน..." รินรดาเอ่ยเสียงพร่าเมื่อแผ่นหลังของเธอถูกดันจนแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง น้ำหนักตัวที่ทาบทับเข้ามาทำให้เธอรับรู้ได้ถึงแผงอกกำยำที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจอันร้อนผ่าว
"ใช่... ผมมันบ้าตั้งแต่วินาทีแรกที่ยอมเอาอนาคตทั้งหมดมาเดิมพันกับอัยการมือสะอาดอย่างคุณแล้ว รินรดา" ธามันก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นฝนจากกายหนุ่มสร้างความปั่นป่วนในท้องของเธออย่างประหลาด
ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาอีกเมื่อริมฝีปากหยักลึกของชายหนุ่มทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี รสจูบในคราแรกดุดันและดลบันดาลด้วยความคับแค้นจากสถานการณ์ที่บีบคั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงที่รukล้ำและเรียกร้อง รินรดาเผยริมฝีปากออกด้วยความสั่นเทา เปิดทางให้ลิ้นร้อนของเขาเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือเรียวเล็กที่เคยกำแน่นทุบลงบนอกกว้างเบาๆ เป็นเชิงประท้วง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงที่ลาดไหล่หนาเมื่อสัมผัสวาบหวามถูกจุดประกายขึ้นในร่าง
เรียวแขนแกร่งช้อนอุ้มร่างบางขึ้นอย่างง่ายดาย รินรดาตวัดเรียวขาโอบรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบเถื่อนของผู้ใหญ่สองคนที่แบกรับความลับและอันตรายร่วมกันผลักดันให้พวกเขาก้าวข้ามเส้นศีลธรรมอันบางเบานั้นไปอย่างไร้ความลังเล ธามันพาเธอก้าวเดินไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง ทิ้งร่างลงท่ามกลางแสงสลัวจากหลอดไฟมุมห้องที่กะพริบตามแรงกระชากของพายุข้างนอก
เสื้อเชิร์ตสีขาวของอัยการสาวถูกปลดกระดุมออกทีละเม็ดอย่างเร่งรีบ นิ้วมือที่เคยจับปากกาตรวจสำนวนคดีอันแม่นยำ ตอนนี้สั่นเทาขณะสอดเข้าขยุ้มกลุ่มผมสีดำสนิทของทนายหนุ่ม ผิวเนื้อเนียนละเอียดสัมผัสกับความเย็นของอากาศภายในห้องก่อนจะถูกทดแทนด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างอุกอาจ
"ธามัน... อื้อ..." เสียงครางประท้วงขาดหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากของเขาเคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ สร้างรอยกุหลาบสีจางเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของท่ามกลางสมรภูมิความลับ รสสัมผัสทั้งดิบเถื่อนและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันทำให้รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลาย
ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองสบกับนัยน์ตาสีเข้มของเขาที่มองลงมาด้วยความปรารถนาอันดิบสว่าง ไม่มีร่องรอยของหน้ากากนักกฎหมายผู้เยือกเย็นเหลืออยู่ มีเพียงชายหญิงสองคนที่ยอมจำนนต่อสัญชาตญาณและความโหยหาในยามที่โลกกำลังจะล่มสลาย
เสียงครางต่ำในลำคอของธามันดังขึ้นเมื่อแรงอารมณ์พุ่งทะยานถึงขีดสุด สัมผัสแนบชิด ประสานสอดรับด้วยจังหวะที่เร่าร้อนและลุ่มลึก ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามและสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดราวกับต้องการกลบเกลื่อนเสียงแห่งความสุขสมที่ก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานปิดตายนี้ ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในเกมรักที่อันตรายที่สุดในชีวิต
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์สงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจรดรินบนผิวเนื้อชื้นเหงื่อ รินรดานอนซบอยู่บนแผงอกกว้างของชายหนุ่ม นิ้วเรียวของธามันไล้เส้นผมที่ชื้นเหงื่อของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการย้ำเตือนว่าพวกเขายังมีชีวิตรอดผ่านค่ำคืนนี้มาได้
ทว่า... ความเงียบสงบนั้นอยู่ได้ไม่ถึงนาที
เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังลั่นห้อง! พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกันทั้งคู่...
*[แจ้งเตือนระบบ: เซฟนิรภัยชั้นใต้ดินถูกบังคับเปิดโดยรหัสผ่านระดับสูงสุด และผู้ที่กำลังยืนอยู่หน้ากล้องวงจรปิดขณะนี้ คือ... "คนที่พวกคุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน"]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุความลับนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 16
คืนพายุโหม
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!