“ถ้าคุณยังมองรูปถ่ายใบนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าแบบนั้นต่อไป อีกห้านาทีเราคงได้กลายเป็นศพรายต่อไปจริงๆ ค่ะ คุณธามัน”
รินรดากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนเบาะข้างคนขับในรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังแล่นอยู่บนทางด่วนยามวิกาล กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ ของธามันในรถคันนี้เปรียบเสมือนส่วนผสมของความอันตรายที่เธอหลงใหลและเกลียดชังในเวลาเดียวกัน ธามันไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่หักพวงมาลัยหลบรถบรรทุกด้วยความนิ่งเฉยที่น่าหมั่นไส้ สายตาคมกริบคู่เดียวกับที่มักจะใช้จ้องกดดันคู่ต่อสู้ในศาลกำลังมองตรงไปยังถนนสายสีดำเบื้องหน้า
“คุณกำลังกลัวหรือรินรดา?” เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเยือกเย็น “ไม่ใช่กลัวตายหรอกนะ แต่คุณกำลังกลัวว่าถ้าพยานคนนี้ตาย... อดีตของพ่อคุณก็จะถูกฝังไปพร้อมกับเขาตลอดกาล”
รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ เธอหันไปมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม เขาเป็นคนเดียวที่กล้าจี้จุดอ่อนของเธอด้วยมีดที่คมกริบที่สุดเสมอ “อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ฉันไม่ได้ติดค้างอะไรพ่อของฉันขนาดนั้น สิ่งที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือการรักษาความยุติธรรมในฐานะอัยการ ไม่ใช่การกอบกู้ชื่อเสียงของครอบครัวที่พังไปแล้ว”
“คำโกหกที่แยบยลที่สุด คือคำโกหกที่เจ้าของมันเชื่อสนิทใจ” ธามันหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข “พ่อของคุณทิ้งความผิดบาปไว้ให้คุณ ส่วนครอบครัวของผม... ทิ้งบาดแผลที่ไม่มีวันหายให้ผม เราสองคนต่างก็เป็นแค่เศษซากของความคาดหวังที่พังทลาย คุณคิดว่านี่คือเหตุบังเอิญหรือไงที่คนอย่างเราต้องมาโคจรมาเจอกันในเกมสกปรกนี้?”
เขาจอดรถข้างทางอย่างกะทันหันในจุดพักรถที่ร้างผู้คน แสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างทางสาดเข้ามาในรถ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของธามัน รินรดารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนหัวใจ เธอเอื้อมมือไปแตะรอยแผลนั้นโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะชะงักค้าง
“แผลนี่... เกิดจากตอนนั้นใช่ไหม?” เธอถามเสียงเบา ความเย็นชาในแววตาเริ่มหลอมละลายกลายเป็นความเห็นอกเห็นใจที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นเชิง “วันที่บ้านของคุณถูกยึด และพ่อของฉันเป็นคนเซ็นคำสั่งฟ้อง”
ธามันนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงที่ไม่ได้ประสงค์ร้าย แต่หนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่พรั่งพรู “ใช่ คืนนั้นผมสาบานกับตัวเองว่าจะทำลายทุกอย่างที่คนตระกูลคุณรัก ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ เงินทอง หรือแม้แต่... เกียรติยศที่พวกคุณหวงแหน” เขาลากปลายนิ้วของเธอผ่านสันกรามของเขา ความเงียบในรถถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน “แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งผมเข้าใกล้คุณมากเท่าไหร่ ความแค้นที่เคยเผาผลาญมันกลับกลายเป็นความโหยหาที่อธิบายไม่ได้”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอรู้ว่านี่คือกับดัก แต่เธอก็เต็มใจที่จะก้าวลงไป ธามันรั้งท้ายทอยของเธอเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ กลิ่นกายของเขาอบอวลไปด้วยอำนาจที่รุนแรงและเย้ายวน ริมฝีปากของเขาประกบเข้ากับเธออย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน เป็นการจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนหวานซ่อนอยู่ แต่มันคือการประกาศศักดา การท้าทาย และการยอมจำนนต่อกันและกันในเวลาเดียว
ลิ้นของเขาแทรกซึมเข้าสำรวจความนุ่มนวลภายในอย่างช่ำชอง มือหนาเลื่อนลงไปตามแนวสันหลังของเธอ ปลุกเร้าอารมณ์ให้ตื่นตัวจนรินรดาส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ สัมผัสของเขาเปลี่ยนจากการจู่โจมเป็นความนุ่มนวลที่แฝงไปด้วยความหิวกระหาย พวกเขาสองคน—ผู้ที่ต่างถือครองความลับที่อาจฆ่าฟันกันได้—กำลังปลดเปลื้องกำแพงทางศีลธรรมออกทีละชั้นในพื้นที่จำกัดของรถสปอร์ต
ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน เสียงดนตรีแห่งความพึงพอใจและจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวกลายเป็นภาษาเดียวที่สื่อสารกันเข้าใจ ไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึงอนาคตหรือกฎหมายในวินาทีนี้ มีเพียงความปรารถนาที่ดิบเถื่อนระหว่างนักล่าสองคนที่ต่างพ่ายแพ้ต่อหัวใจตัวเอง
ทว่า ในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งถึงจุดสูงสุด รินรดาก็เหลือบไปเห็นเงาดำที่เคลื่อนไหวอยู่นอกกระจกหน้าต่างด้านที่ธามันนั่งอยู่ มันไม่ใช่ลมหรือเงาของต้นไม้ แต่มันคือปลายกระบอกปืนที่จ่อผ่านกระจกใสเข้ามา
เสียงกระจกแตกละเอียดดังขึ้นพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ
รินรดากระชากตัวธามันลงมาใต้คอนโซลรถทันที ก่อนที่เงาปริศนาจะกระโดดหนีหายไปในความมืด พร้อมกับทิ้งโน้ตแผ่นเล็กๆ ไว้บนกระจกหน้ารถที่แตกกระจาย
ธามันหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะที่อ่านข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีแดงสด: *'การเปิดใจคือจุดเริ่มต้นของความตาย... และฉันรู้ว่าคุณสองคนกำลังตามหาใคร'*
ท่ามกลางเศษกระจกที่เกลื่อนพื้นรถ ธามันหันมาสบตารินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากความใคร่กลับสู่ความเย็นเยียบของนักฆ่าผู้เชี่ยวชาญ “ดูเหมือนว่าคนที่ตายไม่ใช่พยานปากเอกคนนั้น แต่เป็นเราสองคนที่กำลังถูกล่อเข้ากรงขัง”
เขายื่นรูปถ่ายใบหนึ่งที่พึ่งพบในซองจดหมายที่มาพร้อมกับกระสุนให้รินรดาดู ภาพนั้นคือรินรดาในวัยเด็กที่กำลังถือตุ๊กตาตัวเดียวกับที่พ่อของเขาเคยมีไว้ให้เขาก่อนที่บ้านจะถูกยึด... และข้างหลังภาพนั้นเขียนด้วยลายมือคุ้นตาว่า *'ยินดีต้อนรับสู่เกมที่ไม่มีวันจบ'*
มิดไนท์คิสหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงลมหายใจไม่ทั่วท้องกับความลับที่เพิ่งเปิดเผยนะคะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 24
บทสนทนาระหว่างทาง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!