กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมผสานกับฝุ่นดินของเมืองอุตสาหกรรมเก่าแก่ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องโดยสารแคบๆ ของรถยนต์อเนกประสงค์เช่า รินรดากวาดสายตามองผ่านกระจกที่ฝ้าขึ้นเป็นคราบไอน้ำออกไปยังทัศนียภาพภายนอก แสงไฟนีออนกะพริบวับแวมจากป้ายโมเตेलริมทางสะท้อนลงบนแก้มเนียนเงียบงัน ความตึงเครียดจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อคืนยังคงเกาะกุมอยู่ในกระแสเลือด แม้ธามันจะจัดการเคลียร์สถานการณ์สลัดผู้ติดตามปริศนาพ้นจากเส้นทางมาได้เมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ แต่ระยะห่างที่ทิ้งไว้ก็ไม่ได้ทำให้ความระแวงลดลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณกำลังคิดว่าเรากำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่พวกเขาขุดรอไว้ หรือกำลังคิดว่าฉันพาคุณมาเสี่ยงเกินไปกันแน่นะคะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ธามันไม่ได้ละสายตาจากถนนเบื้องหน้า มือหนาที่วางอยู่บนพวงมาลัยหนังสีดำขยับเปลี่ยนเกียร์ด้วยความคล่องแคล่ว เสื้อสูทราคาแพงถูกถอดพาดไว้เบาะหลัง เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ข้อมือและนาฬิกาหรูเรือนเดิมที่สะท้อนแสงไฟสลัว
รินรดาหันกลับมามองเขา ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกจับไต๋ได้ เธอขยับตัวปรับเบาะให้เข้าที่ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
"ฉันไม่ได้กลัวความเสี่ยงค่ะธามัน ถ้าฉันกลัว ฉันคงไม่ยอมเอาอนาคตในฐานะอัยการมาเดิมพันกับทนายสายเทรดคดีสีเทาอย่างคุณตั้งแต่แรกหรอกนะคะ สิ่งที่ฉันคิดคือ... เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพยานปากเอกที่คุณดั้นด้นตามหาถึงเมืองชายแดนนี้ จะยังคงมีชีวิตอยู่พอที่จะพูดความจริง เมื่อคนพวกนั้นรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เสียอีก"
ธามันหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันแต่แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจอย่างประหลาด เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของโรงแรมม่านรูดเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่หลบมุม บรรยากาศรอบด้านเงียบเชียบและวังเวง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านป้ายไฟเก่าที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ
"ความจริงก็เหมือนกับเหล้าเก่าเก็บนะคะ ยิ่งเก่ายิ่งมีราคาแพง และมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงในการเปิดขวดเสมอ... แต่คุณก็รู้ใช่ไหมคะว่า รสชาติของมันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง" ธามันดับเครื่องยนต์ ความมืดเข้าปกคลุมห้องโดยสารทันที มีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาภายใน ทอดเงาใบหน้าของเขาให้ดูคมคายและอันตรายยิ่งขึ้น
รินรดาไม่ตอบ เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ทว่าปลายนิ้วอุ่นกลับคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน แรงบีบไม่มากนักแต่หนักแน่นพอที่จะตรึงร่างเธอให้หยุดนิ่ง ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมินต์และบุหรี่จางๆ ลอยปะทะเข้ากับผิวแก้มเมื่อเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง
"อย่าเพิ่งรีบลงไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกเลยค่ะ... คืนนี้เรามีเรื่องต้องทบทวนกันก่อน" น้ำเสียงของธามันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่โทนเสียงของการเจรจาทางกฎหมาย แต่เป็นเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางกายภาพที่เธอปฏิเสธไม่ได้มาโดยตลอด
"ธามัน ที่นี่ไม่ใช่เวลา..."
"เวลาเป็นของเราเสมอค่ะ เมื่อประตูรถคันนี้ปิดลง"
เขากระซิบแผ่วเบาก่อนจะขยับตัวเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่เบียดเข้ามาในพื้นที่แคบๆ ของเบาะโดยสาร รินรดาถูกต้อนจนแผ่นหลังแนบชิดกับแผงประตูรถ ความเย็นเยียบของกระจกตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมาได้อย่างชัดเจน กลิ่นกายเฉพาะตัวของธามันผสมผสานกับความกดดันรอบตัว ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดเส้นทางเริ่มสั่นคลอน
ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืด คมคาย ท้าทาย และเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ซ่อนเร้นภายใต้คราบของความเป็นมืออาชีพ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาอีกเมื่อริมฝีปากหนาทาบทับกลีบปากอิ่มของเธออย่างไร้การลังเล
สัมผัสแรกเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลก่อนจะทวีความดุดันและเร่าร้อนขึ้นตามจังหวะอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจก่อนที่มือเรียวจะเผลอขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว รสจูบที่ลึกซึ้งและตักตวงกวาดล้างความคิดมีเหตุผลทั้งหมดในหัวของเธอจนหมดสิ้น ลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันอย่างเร่าร้อนทำให้หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความตึงเครียดจากคดีความ การตามล่า และความหวาดระแวงถูกหลอมละลายหายไปในความวาบหวามที่เขามอบให้
ธามันผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้หญิงสาวได้ตักตวงอากาศ ทว่าสายตาของเขากลับร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง มือหนาสอดผ่านกลุ่มผมยาวสลวย ลูบไล้ต้นคอระหงก่อนจะกดท้ายทอยเธอให้รับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นิ้วมืออีกข้างไล้ต่ำลงตามแนวโครงกระดูกไหปลาร้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคอเต่าเนื้อบาง ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดจากลำiคอของรินรดาเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาสัมผัสกับผิวเนื้อเนียนผ่านเนื้อผ้า เธอแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบเถื่อนครอบงำจิตใจจนหมดสิ้น
ในพื้นที่จำกัดนี้ ไม่มีอัยการรินรดาผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง และไม่มีทนายธามันผู้เย็นชา มีเพียงชายและหญิงสองคนที่ใช้ร่างกายและลมหายใจเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางเกมอันตรายที่พร้อมจะคร่าชีวิตพวกเขาได้ทุกเมื่อ
นิ้วเรียวของธามันปลดกระดุมเสื้อกันหนาวตัวนอกของเธอออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่แนบเนียนไปกับชุดด้านใน สัมผัสจากมือสากที่ลูบไล้ไปตามเรียวขาและสะโพกกลมกลึงทำให้รินรดาสั่นสะท้าน ผิวเนื้อที่เสียดสีกันท่ามกลางความอุ่นร้อนของห้องโดยสารปลุกเร้าอารมณ์รักให้พุ่งทะยานจนยากจะควบคุม ริมฝีปากของเขาซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนหญิงสาวต้องแอ่นอกรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่าน รสชาติของความเร่าร้อนและความหวานล้ำผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือภาพลวงตา
ทว่า ในขณะที่อารมณ์รักกำลังเดินทางไปถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะกระจกเบาๆ จากภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาภายในรถจนสว่างวาบ
ธามันหยุดชะงักทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับมาเป็นนักล่าผู้เยือกเย็นในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็วพร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ รินรดารีบดึงเสื้อกันหนาวขึ้นคลุมกายด้วยมือที่สั่นเทา หญิงสาวหันไปมองนอกกระจกตามสัญชาตญาณ
ร่างของชายชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่เคียงข้างรถ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปากที่สาดผ่านเข้ามาในแสงไฟฉาย... และสิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกหย่อนลงบนที่ปัดน้ำฝนหน้ารถอย่างช้าๆ ก่อนที่เงาร่างนั้นจะหายลับไปในความมืด
ธามันเอื้อมมือไปเปิดประตูรถลงไปหยิบมันขึ้นมา สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นทันทีเมื่อเปิดซองออกดู รินรดารีบก้าวตามลงมามองข้ามไหล่หนาของเขา และลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
มันคือรูปถ่ายใบขับขี่ของพยานปากเอก... ที่มีรอยกากบาทสีแดงฉานขีดทับใบหน้า พร้อมกับข้อความเขียนด้วยลายมือหยาบๆ ว่า: *'พวกคุณมาช้าไปหนึ่งก้าว'*
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 23
การเดินทางสู่ความจริง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!