กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศเย็นเยียบของห้องเก็บของชั้นใต้ดินที่ควรจะปลอดภัยที่สุดในเซฟเฮาส์ รินรดายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาคู่คมกริบจ้องมองรูปถ่ายในมือธามันสลับกับใบหน้าของชายชราที่นั่งสั่นเทาอยู่ตรงหน้า—พยานคนสำคัญที่เธอเพิ่งตามตัวเจอหลังจากสืบเสาะมานานนับปี
“อย่าบอกนะว่าคุณพาเขามาที่นี่เพียงเพื่อจะบอกว่า... ทุกอย่างที่เรากำลังทำอยู่ คือหมากที่ถูกวางไว้ตั้งแต่เรายังไม่บรรลุนิติภาวะ”
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ หากแต่ปลายนิ้วที่กำกระดาษในมือจนยับย่นนั้นสั่นสะท้าน เธอหันไปมองธามัน ทนายความหนุ่มที่ยืนพิงผนังปูนเปลือย ดวงตาคมปลาบของเขาแฝงไปด้วยความรุ่มร้อนที่ยากจะคาดเดา ร่างสูงใหญ่ของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
“อดีตเป็นสิ่งเดียวที่ผมเปลี่ยนไม่ได้ รินรดา แต่เกมนี้... ผมเป็นคนกำหนดกติกาเอง” ธามันก้าวเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดข้างขมับเธอ กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสานกับความเคร่งเครียดทำให้อารมณ์ของทั้งคู่พุ่งสูงขึ้น “คุณถามหาความถูกต้องมาตลอดในฐานะอัยการ แต่ลองดูชายคนนี้สิ เขาคือคำตอบสุดท้ายที่จะลากคอตระกูลคุณลงนรก หรือจะทำให้คุณกลายเป็นคนสุดท้ายที่รอดพ้นจากวังวนนี้”
“ไอ้หนู... ปล่อยฉันไปเถอะ” ชายชราพยานคนนั้นแทรกขึ้น เสียงแหบแห้งของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ผมไม่อยากตาย ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น...”
ยังไม่ทันที่คำพูดของชายชราจะสิ้นสุด เสียงแหวกอากาศของวิถีกระสุนก็ดังขึ้น—*เปรี้ยง!*
ไร้เสียงคำรามล่วงหน้า ร่างของพยานคนนั้นกระตุกวาบ เลือดสีสดฉีดพ่นออกจากขมับซ้ายอาบผนังปูน รินรดาสะดุ้งสุดตัว ทว่ามือแกร่งของธามันกลับคว้าเอวบางของเธอไว้แน่นแล้วกดลงกับพื้นทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดปะทะเข้ากับความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านในสายเลือด
“เงียบ!” ธามันกระซิบข้างหู ดวงตาของเขาฉายแววนักล่าที่เตรียมพร้อมปะทะ “มีคนนอกเข้ามา และมันไม่ได้มาแค่คนเดียว”
ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ใต้ดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดเลือดที่ค่อยๆ ไหลนองลงบนพื้นคอนกรีต รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงกระแทกกับแผ่นอกของธามัน ความใกล้ชิดในสถานการณ์เฉียดตายไม่ได้ทำให้ความปรารถนาจางหายไป กลับยิ่งกระตุ้นให้สัญชาตญาณดิบในตัวทั้งคู่ตื่นตัว
มือของรินรดาเอื้อมไปจับปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างมั่นคง สายตาของเธอมุ่งมั่น แม้ในใจจะแหลกสลายที่พยานเพียงคนเดียวที่เธอมีถูกปลิดชีพไปต่อหน้าต่อตาโดยไร้โอกาสได้เอ่ยความจริง “เราต้องไป” เธอพึมพำ “แต่ก่อนไป ฉันต้องรู้ว่าใครเป็นคนส่งคุณมา... และทำไมต้องเป็นตอนนี้”
ธามันก้มลงมองเธอ ใบหน้าคมสันอยู่ห่างเพียงคืบ ความโกรธแค้นในดวงตาเขามลายหายไปเหลือเพียงความเร่าร้อนที่ยากจะควบคุม เขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยรอยเลือดที่กระเซ็นโดนแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา รอยสัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยความวาบหวามท่ามกลางกลิ่นความตาย
“ถ้าเราออกไปจากที่นี่ได้รอด... ผมจะเป็นคนตอบทุกคำถามให้คุณฟังบนเตียง” เขากระซิบเสียงพร่า พร้อมกับโน้มลงประทับริมฝีปากหนักหน่วงลงบนเรียวปากของเธอ มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่เป็นจูบแห่งการครอบครองและพันธสัญญาที่แลกมาด้วยชีวิต รินรดาตอบรับด้วยความเร่าร้อนที่อัดอั้นมานาน มือของเธอสอดประสานเข้าไปในกลุ่มผมหนาของเขา ดึงรั้งให้ร่างแกร่งแนบชิดขึ้นไปอีกจนแทบไร้ช่องว่าง
ทว่า... ท่ามกลางความวาบหวามและเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้จากทางบันไดเหล็ก ธามันก็ผละออกฉับพลัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเย็นชาดั่งทนายที่กำลังเข้าสู่โหมดพิพากษา
“ซ่อนตัวหลังชั้นวางของนั่น” เขาสั่ง เสียงเข้มเด็ดขาด “อย่าส่งเสียงจนกว่าผมจะให้สัญญาณ”
รินรดาจำต้องผละออก เธอเคลื่อนตัวไปอย่างเงียบเชียบก่อนจะพบสิ่งที่ทำให้ลมหายใจแทบหยุดเต้น เมื่อแสงจากไฟฉายของกลุ่มชายชุดดำที่ก้าวลงมาส่องไปกระทบเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของพยานที่เพิ่งตายไป—กระดาษแผ่นเล็กที่ถูกซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทเปื้อนเลือดของเขา
เธอคว้ามันมาเปิดดูอย่างแผ่วเบา ทันทีที่อ่านข้อความในนั้น โลกทั้งใบของรินรดาก็ดูเหมือนจะหมุนคว้าง—มันไม่ใช่ชื่อคนร้าย แต่มันคือเลขบัญชีลับและชื่อ ‘ผู้บงการ’ ที่เธอรู้จักดีที่สุด
ชื่อที่ถูกเขียนด้วยลายมือบรรจง... เป็นลายมือเดียวกับที่อยู่ในซองจดหมายปริศนาเมื่อตอนที่แล้ว
ธามันที่ยืนประจันหน้ากับกลุ่มชายชุดดำอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นรินรดาถือกระดาษใบนั้นอยู่ เขาสบตากับเธอผ่านความมืด สายตาที่สั่นไหวของเขายืนยันความจริงที่น่าสะพรึงกลัวว่า พยานคนสุดท้ายไม่ได้ถูกฆ่าเพื่อปิดปากเรื่องคนอื่น แต่ถูกฆ่าเพราะเขากำลังจะเปิดเผยความลับของคนที่รินรดารักที่สุด
“ดีลนี้มันจบลงแล้ว รินรดา” ธามันพูดเสียงต่ำ พร้อมกับชักปืนออกมาจากที่ซ่อน “และคนที่คุณควรจะล่า ไม่ใช่ผม... แต่คือคนที่ส่งจดหมายฉบับนั้นให้คุณต่างหาก”
สิ้นคำพูด ประตูทางออกเดียวของห้องใต้ดินก็ถูกล็อคจากด้านนอกด้วยเสียง ‘คลิก’ ที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หยุดลงหน้าประตู และเสียงเคาะจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์... จังหวะที่ทำให้รินรดาถึงกับเข่าทรุด เพราะมันคือจังหวะที่พ่อของเธอใช้เคาะโต๊ะทำงานทุกครั้งก่อนจะเริ่มการเจรจาธุรกิจลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางในเงามืดไปกับมิดไนท์คิสนะคะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 25
พยานคนสุดท้าย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!