แสงไฟฉายสีขาวโพลนตัดผ่านความมืดของห้องทำงานส่วนตัวในยามวิกาล ราวกับคมมีดที่กรีดผ่านม่านกำมะหยี่แห่งความลับ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*—จังหวะที่หนักแน่นและไร้ซึ่งความเกรงใจนั้นส่งสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดเสียยิ่งกว่าเสียงไซเรน รินรดาผุดลุกขึ้นยืนหลังตรง สัญชาตญาณอัยการสาวตื่นตัวเต็มพิกัด นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความระแวดระวัง ในขณะที่ธามัน ทนายความหนุ่มผู้มักจะมีรอยยิ้มเยาะหยันประดับมุมปากอยู่เสมอกลับนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของเขาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่หน้ากากความกะล่อนจะถูกสวมทับกลับลงไปอย่างรวดเร็ว
"ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเราจะมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะคะ" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความกดดัน สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนทีไล่ ทว่าพื้นที่จำกัดและทางเข้าออกเพียงทางเดียวทำให้พวกเขาตกอยู่ในมุมอับอย่างสมบูรณ์
ธามันไม่ตอบคำถาม เขาขยับตัวเข้าประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แล้วดึงเข้าไปหลบหลังผ้าม่านทึบแสงเนื้อหนาริมหน้าต่าง กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาทั้งกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศ รินรดาขมวดคิ้วมุ่น พยายามจะสะบัดแขนออกแต่แรงบีบที่เอวและข้อมือของเขากลับกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะลงบนริมฝีปากของเธอเชิงห้ามปราม
"ชูส์..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องที่เราสองคนอยู่ด้วยกันคืนนี้หลุดรอดออกไป ก็อยู่นิ่งๆ เสียสิทธิ์การเป็นอัยการของคุณจะถูกตั้งคำถามทันทีนะรินรดา ถ้ามีใครเห็นภาพนี้ในมือสื่อ"
ประโยคยียวนที่แฝงไว้ด้วยการข่มขู่กลายๆ ทำให้รินรดากัดฟันกรอด เธออยากจะตบหน้าไอ้ทนายเจ้าเล่ห์นี่เสียให้หายแค้นนัก แต่ความจริงที่ว่าสถานการณ์ตอนนี้พวกเธอกำลังเสียเปรียบทำให้ต้องจำยอมยืนแนบชิดติดกับแผงอกกว้างของเขาในพื้นที่แคบๆ
เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นเบาๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาในห้อง ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นระส่ำ รินรดาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของธามันที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ท่าทางที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองของทนายหนุ่มยามนี้กลับมีความตึงเครียดบางอย่างซ่อนอยู่ ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีล้อเล่นเริ่มปริแตกออก เมื่อเงาตะคุ่มของบุคคลปริศนาเดินเข้ามาใกล้บริเวณหน้าต่างที่พวกเขากลบดึกอยู่เรื่อยๆ
ในความสลัวนั้น รินรดาชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของธามัน สันจมูกโด่งคมเป็นสันและกรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ใจเย็นอย่างที่แสดงออก แววตาที่ทอดมองไปยังความมืดเบื้องหน้ามีความกังวลระคนความแค้นลึกๆ ฉายชัด ซึ่งเป็นมุมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวผู้ชายคนนี้—ไม่ใช่ทนายจอมกะล่อนที่พร้อมจะขายวิญญาณให้ปีศาจแลกกับชัยชนะ แต่เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีบาดแผลฉกรรจ์ในจิตใจ
มือที่เคยบีบข้อมือเธอไว้ค่อยๆ คลายออก เปลี่ยนเป็นโอบประคองเอวบางของเธอไว้หลวมๆ เพื่อรักษาสดมภ์การทรงตัวในมุมมืด แรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากลมหายใจของเขาทำให้รินรดาใจเต้นแรงอย่างประหลาด ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตความเป็นมืออาชีพทำให้เกราะกำบังทางอารมณ์ของทั้งคู่เริ่มสั่นคลอน
"นายธามัน... แกซ่อนอยู่ไหน ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่ามั้ง" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของชายปริศนาดังขึ้น ทำลายความเงียบ เสียงนั้นเต็มไปด้วยคุกคามและอันตราย
ธามันหลับตาลงชั่วพริบตา ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านเส้นผมสลวยของรินรดาโดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอทำให้สมองที่ตึงเครียดของเขาผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นความตายและความลับที่อาจทำลายชีวิตทั้งชีวิต ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและลึกซึ้งกลับก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในอกของคนทั้งคู่
รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะลมหายใจที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม มือเรียวที่วางอยู่บนแผงอกของเขาค่อยๆ เกร็งขึ้น ไม่ใช่เพื่อผลักไส แต่เป็นการเผลอไผลไปกับความอบอุ่นอันตรายที่เขามอบให้ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก กำแพงที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกภายนอกกำลังพังทลายลงทีละน้อย เผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริง—เปราะบาง โหยหา และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้
ทว่า ก่อนที่ความเงียบงันจะถูกทำลายไปมากกว่านั้น เสียงก้าวเท้าของบุคคลปริศนาก็ดังห่างออกไปทางประตูห้อง พร้อมกับเสียงปิดประตูกระแทกเบาๆ สัญญาณที่บ่งบอกว่าภัยอันตรายในยามวิกาลได้ผละจากไปแล้วชั่วคราว
ทว่า ความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าหลังจากนี้ กลับหนักหนาสสาหัสเสียยิ่งกว่าเงาปริศนาที่เพิ่งจากไป
ธามันถอนหายใจยาวเหยียด ร่างสูงผ่อนคลายลงเล็กน้อยแต่ยังคงกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขน เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากเกือบชิดใบหูของเธอ เสียงกระซิบพร่าลอยมาตามอากาศด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย
"คุณเห็นไหมรินรดา... โลกที่คุณพยายามปกป้องด้วยกฎหมายสวยหรู มันไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่คุณคิดหรอกนะ" เขากระซิบ ก่อนจะผละออกช้าๆ พร้อมกับสายตาที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "และหลักฐานชิ้นสำคัญที่คุณตามหา... ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในตู้เซฟของบริษัทพ่อคุณอีกต่อไปแล้ว แต่มันอยู่กับ..."
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความระทึก เมื่อธามันเอื้อมมือหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึที่ซ่อนอยู่หลังกองหนังสือบนโต๊ะทำงานขึ้นมา เปิดมันออกให้เธอเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่หลุดร่วงลงมา... ภาพถ่ายในอดีตที่แสดงให้เห็นความลับอันดำมืดของครอบครัวเธอเอง ซึ่งถูกเซ็นกำกับด้วยลายมือของบุคคลที่เธอรักและเคารพที่สุด
แล้วลมหายใจของเธอก็แทบหยุดสะดุด เมื่อเสียงเคาะประตูครั้งใหม่ดังขึ้น—ไม่ใช่สามครั้งแบบเดิม แต่เป็นเสียงเคาะสี่ครั้งรัวเร็ว พร้อมกับเสียงบิดกลอนประตูที่ถูกเปิดออกโดยไม่มีการเคาะขออนุญาตอีกต่อไป!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในเกมเล่ห์กลอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 12
ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!