คราบเขม่าดินปืนยังคงติดอยู่จางๆ ที่ปลายจมูก ทว่ากลิ่นที่ชัดเจนยิ่งกว่าในห้องพักรับรองขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ คือกลิ่นอายอันตรายจากตัวตนของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองรอยแผลถลอกบนสันกรอบหน้าของธามัน มันเป็นหลักฐานทางกายภาพชิ้นเดียวที่หลงเหลือมาจากกระสุนนัดเฉียดตายเมื่อสองชั่วโมงก่อน บนถนนสายเปลี่ยวที่เกือบจะกลายเป็นสุสานไร้ชื่อของพวกเขา อัยการสาวพยายามรักษาจังหวะการหายใจของตนให้สม่ำเสมอ แม้หัวใจจะยังเต้นโครมครามด้วยฤทธิ์ของแอดรินาลีนที่ตกค้างในกระแสเลือด
"คุณกำลังทำให้ฉันสงสัยว่า..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าราบเรียบและเยือกเย็นจนน่าขนลุก "กระสุนนัดนั้นจงใจยิงมาเพื่อปิดปากคุณ หรือจงใจยิงมาเพื่อให้เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้อง 'ติดกับ' ร่วมกันแน่คะ คุณธามัน"
ธามันยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่มันคือความเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ของทนายความมือหนึ่งผู้ผูกขาดชัยชนะในศาล ดวงตาคมปลาบสีเข้มคู่นั้นมองสำรวจเรือนร่างระหงของหญิงสาวที่ถูกปกป้องไว้ภายใต้เสื้อสูทตัวเก่ง แม้สภาพจะยับเยินจากเหตุระเบิดและแรงกระแทก แต่นัยน์ตาของอัยการสาวกลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความดื้อรั้นที่ท้าทายสัญชาตญาณดิบของเขา
"ถ้าผมเป็นคนวางแผนให้เราเกือบตายด้วยกันครึ่งค่อนวัน..." ธามันโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงทุ้มต่ำพร่าและเจือความเย้ายวนอันตราย "ผมคงเลือกวิธีที่โรแมนติกกว่าการนอนหมอบคลุกฝุ่นใต้ท้องรถกระบะเก่าๆ คันนั้นนะ, คุณรินรดา"
ระยะห่างระหว่างพวกเขาแทบไม่เหลือ พื้นที่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ บีบอัดความตึงเครียดทางอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด เหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้พวกเขาสติแตก ตรงกันข้าม... มันกลับปลุกเร้าความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของนักกฎหมายผู้ยึดมั่นในศีลธรรมและทนายสายดาร์กผู้เหยียบย่ำทุกกฎเกณฑ์
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยืดตัวขึ้นเพื่อสร้างระยะห่างทางอำนาจ แต่ปลายนิ้วที่ประสานกันบนตักกลับจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "คุณมันบ้า... เราเพิ่งรอดตายจากมือปืนนะ"
"ใช่ และเพราะเรายังรอด..." ธามันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าหาเธอทีละน้อยอย่างคุกคาม ทว่าเย้ายวนจนน่าหลงใหล "มันเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้อง 'ฉลอง' ให้กับความโชคดีนี้"
รินรดาถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง ไม่มีทางหนีอีกแล้ว และลึกๆ ในใจ เธอก็ไม่ได้ต้องการจะหนีเลยแม้แต่น้อย ความโกรธ ความหวาดกลัว และความตึงเครียดตลอดทั้งสัปดาห์หลอมรวมกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาก็โอบล้อมเธอไว้จนแทบสิ้นเรี่ยวแรง
มือแกร่งเอื้อมออกไปคว้าเอวคอดกิ่วของเธอไว้มั่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเปี่ยมด้วยการครอบครอง รินรดาช้อนตาขึ้นมองเขา อารมณ์ที่ปะทะกันในแววตาของทั้งคู่ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวไฟที่เผาผลาญรถคันนั้น
"ถ้าคุณคิดว่าฉันจะยอมให้คุณใช้เกมนี้มาควบคุมฉัน..." น้ำเสียงของเธอขาดห้วงไป เมื่อปลายนิ้วมือหนาอีกข้างไล้ขึ้นมาตามกรอบหน้า ก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี
"ผมไม่ได้อยากควบคุมคุณ, รินรดา..." ธามันกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้ "ผมแค่อยากทำลายกำแพงที่คุณสร้างขึ้น... ทีละชั้น"
รสจูบที่ตามมาไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศสงครามและความโหยหาที่อัดอั้นมานาน ริมฝีปากหนาบดFบขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี รินรดาสะفัดหน้าหนีเล็กน้อยก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับความวาบحวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอกำปกเสื้อสูทของเขาแน่น ปลายนิ้วจิกเกร็งระบายความเสียวซ่านที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันดึงสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอย มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้เขายิ่งแนบชิดสนิทแนบยิ่งขึ้น
สรีระแนบสนิทจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความตึงเครียดจากความเป็นความตายเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนบนเตียงเนื้อที่เต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ธามันอุ้มร่างระหงขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่ละริมฝีปากออกแม้แต่วินาทีเดียว ความเบาหวิวในช่วงวินาทีแรกถูกแทนที่ด้วยความหนักหน่วงและวาบหวามเมื่อร่างสูงแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างเรียวขาของเธอ
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง มือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าปลุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด ความสัมพันธ์ในเขตสีเทาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการหักหลัง ถูกหลอมละลายให้กลายเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ไม่มีใครยอมใคร รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสอันวาบหวาม ปล่อยให้ความสุขสมทางอารมณ์เข้าครอบงำสติปัญญาอันเฉียบคมจนหมดสิ้น ในค่ำคืนที่ความตายเฉียดผ่าน สิ่งเดียวที่ยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ คือรสสัมผัสและอุณหภูมิความร้อนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในความมืด
เนิ่นนานกว่าพายุอารมณ์จะสงบลง รินรดานอนหอบหายใจอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว โดยมีเสื้อสูทของธามันคลุมไหล่ไว้ เธอมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตรวจสอบข้อความ แสงไฟหน้าจอสะท้อนใบหน้าคมคายที่กลับมาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกอีกครั้ง
"มีบางอย่างที่คุณควรรู้..." ธามันหันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของชายหนุ่มผู้ลุ่มหลงในเรือนร่างเธอเมื่อครู่ แต่มันคือสายตาของนักกฎหมายผู้กุมความลับอันดำมืด
รินรดาลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับมา "เรื่องอะไรคะ"
"เบอร์โทรศัพท์ที่โทรสั่งเก็บเราเมื่อตอนบ่าย..." ธามันโยกหน้าจอโทรศัพท์ให้เเห็นข้อความที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาจากสายสืบส่วนตัว "ไม่ได้มาจากเครือข่ายของคู่แข่งฝั่งคุณ... แต่มันมาจากเบอร์สำนักงานในห้องทำงานส่วนตัวของพ่อคุณเอง"
หัวใจของอัยการสาวกระตุกวูบ ความอบอุ่นจากรสจูบเมื่อครู่เย็นเฉียบลงทันที ร่างกายชาวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ขั้วหัวใจ
ขอขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจที่มีให้กันเสมอมานะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ “มิดไนท์คิส” ในการเดินทางเข้าสู่บทสรุปอันเข้มข้นของเกมรักเกมแค้นนี้ด้วยนะคะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 10
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!