หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 5

ตบหน้าให้สาสม

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกลุ่มไฮโซสาวในบูติกแบรนด์ดังระดับโลกดังระรอกขึ้นอีกครั้ง เมื่อพนักงานขายสาวส่งสายเหยียดหยามมองมายังร่างของลินินและธันวา "บอกแล้วไงคะคุณหญิงศิริพร ว่าคนบางจำพวก แค่สูดอากาศในร้านนี้ก็ทำให้สินค้าแปดเปื้อนแล้วค่ะ" พนักงานขายคนเดิมเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วสูงด้วยความดูแคลน พร้อมกับผายมือไปยังชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองราคาแปดหลักที่แขวนโดดเด่นอยู่กลางร้าน "เสื้อผ้าชุดนี้ตัดเย็บด้วยมือจากช่างฝีมือหลวงในปารีส ราคาเจ็ดล้านห้าแสนบาท... เกรงว่าต่อให้ทำงานเก็บเงินทั้งชีวิตของพวกคุณสองคน ก็ยังซื้อได้แค่กระดุมเม็ดเดียวบนเสื้อตัวนี้หรอกนะคะ" คุณหญิงศิริพร ซึ่งยืนกอดอกมองลูกเขยเก่าด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยถนัดตา สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างเหนือกว่า นางปรายตามองลินินที่ยืนเม้มปากแน่นด้วยความอึดอัด ก่อนจะหันมาพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่ธันวา "ธันวา! แกมันก็แค่ไอ้สวะที่ฉันเคยเมตตาให้กินข้าวในบ้าน ตั้งแต่แกหย่ากับลูกสาวฉันไป ชีวิตแกก็คงกลับไปซมซานนอนห้องเช่ารูหนูเหมือนเดิมสินะ ถึงได้กล้าพาผู้หญิงอีกคนมาเดินห้างหรูแบบนี้... อย่าบอกนะว่าหวังจะเกาะผู้หญิงคนนี้กินต่อ?" เสียงหัวเราะคิกคักจากกลุ่มเพื่อนสนิทของคุณหญิงศิริพรดังสมทบขึ้นทันที บรรยากาศภายในร้านอบGอวลไปด้วยความสนุกสนานบนความพินาศทางศักดิ์ศรีของคนอื่น ลินินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอเตรียมจะก้าวออกไปซัดหน้าพนักงานปากเสียและตอกกลับคุณหญิงศิริพรให้หน้าหงาย แต่ทว่า... มืออุ่นของธันวาเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้น ส่งกระแสความเยือกเย็นเข้าสู่จิตใจที่กำลังเดือดดาลของลินินทันที เธอกวาดตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธันวา ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเย่อหยิ่งที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน ธันวาปรายตามองพนักงานขายคนนั้น ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะชายตามองคุณหญิงศิริพรผู้เป็นอดีตแม่ยาย ราวกับนางเป็นเพียงฝุ่นละอองใต้รองเท้าที่ไม่มีค่าพอจะใส่ใจ เขาก้าวออกมายืนบังลินินไว้ครึ่งก้าว ท่าทีสง่างามและบรรยากาศอันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวเขากะทันหัน ทำให้พนักงานสาวถึงกับชะงักไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว "เงินเจ็ดล้านห้าแสนบาท สำหรับพวกคุณคงเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ต้องใช้เวลาหาทั้งชีวิต..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนทุกคนในร้านต้องเงียบเสียงลง "แต่สำหรับผม... มันเป็นแค่เศษเงินทอนจากการจอดรถในสนามบินเมื่อเช้าก็เท่านั้น" "อุ하! ปากดีจริงนะไอ้กระจอก!" คุณหญิงศิริพรกรีดเสียงแหลม หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโมโห "กล้าพูดจาโอ้อวดในร้านระดับนี้ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน! ถ้าพวกแกมีปัญญาจ่ายจริง ฉันนี่แหละจะกราบตีนพวกแกกลางห้างเลย!" พนักงานขายหัวเราะร่วนอย่างไร้กาลเทศะ "ใช่ค่ะ! ถ้าไม่มีปัญญาซื้อก็ไสหัวออกไปเถอะค่ะ อย่ามาทำเก่งแถวนี้เลย เสียเวลาทำมาหากินของทางร้านหมด!" ธันวาไม่โต้เถียง เขาเพียงแต่ควักกระเป๋าเสื้อสูทเนื้อดีราคาแพงออกมาช้าๆ นิ้วเรียวยาวหยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทที่สะท้อนประกายวับวาวภายใต้แสงไฟคริสตัลระยิบระยับขึ้นมา บัตรใบนั้นไม่มีลวดลายซับซ้อน มีเพียงตราสัญลักษณ์รูปมังกรทองสลักนูนต่ำที่เปล่งประกายอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว—บัตรเครดิตดำไร้วงเงินรุ่นจำกัดพิเศษ (Black Card Infinite) ที่มีผู้ถือครองทั่วโลกไม่ถึงสิบคน! ทันทีที่บัตรใบนั้นปรากฏสู่สายตา อากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ผู้จัดการร้านที่ยืนแอบดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบทะลัก สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เขารู้จักบัตรใบนี้ดี มันคือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งระดับมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจโลก! ธันวายื่นบัตรสีดำสนิทให้แก่พนักงานขายที่ยืนอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนทำอะไรไม่ถูก "รูดไป..." ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และเฉียบขาด "ชุดนี้... และทุกคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่แขวนอยู่ในร้านนี้ ห่อใส่กล่องให้หมด และจำไว้... เศษสวะอย่างพวกเธอ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเงยหน้าพูดจากับภรรยาของฉันด้วยซ้ำ!" *ติ๊ด!* เสียงเครื่องรูดบัตรอนุมัติวงเงินดังขึ้นอย่างกังวาน พร้อมกับสลิปกระดาษความยาวหลายเมตรที่พุ่งออกมาจากเครื่อง ท่ามกลางความเงียบสนิทที่ปกคลุมไปทั่วทั้งบูติก ทุกสายตาจับจ้องไปยังหน้าจอเครื่องรูดบัตรที่ปรากฏตัวเลขยอดเงินหกหลักสกุลเงินดอลลาร์ผ่านฉลุยอย่างง่ายดาย คุณหญิงศิริพรเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่พนักงานขายสาวทรุดตัวคุกเข่าลงแทบเท้าของธันวาและลินิน ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก ร้องขอชีวิตเสียงหลง ลินินมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรึก เธอมองชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความลุ่มลึกในห้วงอารมณ์ ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยอะไร ธันวาก็จับมือเธอไว้แน่น รอยยิ้มพิฆาตปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "คุณแม่ครับ..." ธันวาหันไปมองอดีตแม่ยายที่กำลังสั่นเทาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ลุกขึ้นมาสิครับ... คำพูดที่บอกว่าจะกราบเท้าใคร... ผมรอฟังอยู่เสมอนะครับ" - ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%