หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 6

คนรู้จักที่ทำเป็นเมิน

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ถ้าคุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะจองโต๊ะระดับ VIP ของโรงแรมนี้ ก็กรุณาถอยไปให้พ้นทางค่ะ คุณผู้หญิงคนอื่นเขารอคิวกันอยู่!" เสียงแหลมสูงของพนักงานต้อนรับสาวประจำห้องอาหารชั้นบนสุดของโรงแรมแกรนด์พาเลซดังขึ้น พร้อมกับสายตาเหยียดหยามที่กวาดมองผู้หญิงวัยกลางคนในชุดสูทผ้าไหมราคาแพงแต่กลับยืนหน้าซีดเผือดด้วยความอับอาย คุณหญิงศิริพรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ท่าทีที่เคยเชิดหยิ่งและเย่อหยิ่งต่อหน้าผู้คนยามนี้กลับแหลقสลายลงเมื่อพบว่า บัตรเครดิตสีดำที่เธอถืออยู่ถูกปฏิเสธการทำรายการ วงเงินฉุกเฉินที่เคยคิดว่ามีล้นเหลือ กลับถูกอายัดทั้งหมดเนื่องจากปัญหาทางธุรกิจของสามีที่กำลังล้มละลาย ดิฉันยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก นิ้วเรียวเคาะโต๊ะกาแฟเบาๆ อย่างใจเย็น ภายในห้องรับรองพิเศษที่ตั้งอยู่ถัดไปเพียงไม่กี่ก้าว ลินิน คู่ชีวิตที่คอยเคียงบ่าเคียงไหล่ดิฉันมาตั้งแต่ยามยาก ยื่นมือมาสัมผัสหลังมือของดิฉันเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มรู้ทัน "โลกนี้นี่กลมเสียจริงนะคะคุณธันวา คนที่เคยไล่คุณออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันนี้กลับต้องมาติดแหง็กอยู่หน้าประตูห้องอาหารที่แม้แต่สิทธิ์จะยืนหายใจก็ยังไม่มี" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความสะใจที่ถูกเก็บกดมานาน ดิฉันหันไปมองหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความแค้นเคืองหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมั่น คงและภาคภูมิใจในอาณาจักรที่เราสองคนช่วยกันสร้างขึ้นมาจากมือเปล่า "ความโลภและความเย่อหยิ่งไม่เคยพาใครไปถึงจุดสูงสุดได้หรอกค่ะลินิน มันมีแต่จะพัดพาคนผู้นั้นตกลงมาในหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้" ดิฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง คุณหญิงศิริพรที่หันมาเห็นดิฉันและลินินนั่งเอกเขนกอยู่ในโซนวีไอพีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สงวนไว้สำหรับผู้ถือหุ้นรายใหญ่และบุคคลระดับ VVIP เท่านั้น สีหน้าของนางก็เปลี่ยนสีทันทีจากความอับอายกลายเป็นความประหลาดใจ และแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจอมปลอมที่คุ้นเคยในเสี้ยววินาที นางจำลินินไม่ได้ทันที เพราะลินินในวันนี้สวมใส่ชุดเดรสสั่งตัดพิเศษจากมิลาน ประดับด้วยเครื่องเพชรน้ำงามที่ส่องประกายระยิบระยับจนแสบตา และที่สำคัญ... รัศมีแห่งความมั่งคั่งที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมันเหนือกว่าสังคมไฮโซที่นางเคยรู้จักเสียอีก ส่วนดิฉัน... ธันวา ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยถูกนางตราหน้าว่าเป็น "ไอ้แมงดาไร้ค่า" ยามนี้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีจากอังกฤษ นาฬิกาข้อมือเรือนหรูราคาแปดหลักสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทว่าด้วยความที่นั่งหันข้างและมุมแสงที่สลัว ทำให้คุณหญิงศิริพรยังจำหน้าอดีตลูกเขยคนนี้ไม่ได้ชัดเจนนัก "เอ่อ... ขอโทษนะคะคุณผู้ชาย คุณผู้หญิง..." คุณหญิงศิริพรเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีนอบน้อมผิดวิสัย ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นฟ้าตอนนี้กลับคลี่ยิ้มกว้างจนริ้วรอยปรากฏชัด "พอดีดิฉันเกิดปัญหากะทันหันกับบัตรเครดิตนิดหน่อยค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะอนุญาตให้ดิฉันขอ... เอ, ร่วมโต๊ะ หรือให้เกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมสักมื้อได้ไหมคะ พอดีดิฉันกำลังรอพบนักลงทุนรายใหญ่พอดี..." นางกวาดสายตามองไปรอบโต๊ะอาหารหรูหราที่มีทั้งไวน์วินเทจราคาแพงและอาหารจานพิเศษที่เชฟมิชลินระดับโลกบรรจงปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน ความโลภในแววตาของนางฉายชัดเจนจนปิดไม่มิด นางคงคิดว่าเราเป็นนักธุรกิจกระเป๋าหนักที่เพิ่งเข้ามาใหม่ และนี่คือโอกาสทองที่จะเกาะเพื่อกอบกู้สถานะทางสังคมที่กำลังดิ่งเหวของตัวเอง ดิฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตแม่ยายที่ครั้งหนึ่งเคยสาดน้ำร้อนใส่หน้าและหย่าร้างด้วยการไล่ออกจากบ้านอย่างไร้ศักดิ์ศรี รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของดิฉันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความโกรธแค้น แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความเต็มใจ "เชิญนั่งก่อนสิครับ... คุณหญิงศิริพร" ดิฉันเอ่ยชื่อของนางออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเยือกเย็นจนน่าขนลุก คุณหญิงศิริพรชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูอย่างประหลาด นางขมวดคิ้วมุ่น พยายามเพ่งมองใบหน้าของชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบื้องหน้าให้ชัดเจนขึ้น ทว่าแสงไฟสลัวและการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงของบุคลิกภาพ ทำให้สมองที่กำลังตื่นตระหนกของนางไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการว่า คนๆ นี้คือคนที่นางเคยเหยียบย่ำจนจมดิน "เอ่อ... คุณรู้จักชื่อดิฉันด้วยหรือคะ? ตายจริง ดิฉันคงเสียมารยาทมากแน่ๆ ที่จำท่านไม่ได้..." นางหัวเราะกลบเกลื่อน พยายามปรับสีให้เป็นปกติที่สุด "ไม่ทราบว่าท่านคือนักลงทุนจากกลุ่มทุนไหนหรือคะ พอดีดิฉันกำลังสนใจร่วมหุ้นโปรเจกต์ใหญ่..." "โปรเจกต์ใหญ่เหรอครับ?" ดิฉันทวนคำ พลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องลึกลงไปในดวงตาที่เริ่มไหวระริกของนาง "โปรเจกต์ที่ว่า... หมายถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลคุณที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายในอีกสามวันข้างหน้านี้ใช่ไหมครับ?" รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณหญิงศิริพรแข็งค้างทันที ราวกับถูกน้ำแข็งกัดกร่อนในเสี้ยววินาที สีหน้าที่เคยพยายามปั้นแต่งให้ดูสง่างามบิดเบี้ยวด้วยความตกใจกลัว "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไรกันคะ? ดิฉันไม่..." "ไม่ต้องรีบปฏิเสธหรอครับ" ลินินพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจไม่แพ้กัน เธอวางช้อนเงินลงบนจานเสียงดัง *เคร้ง* บาดลึกความเงียบในห้องรับรอง "ในเมื่อคุณอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่นี่เพื่อหาคนช่วยชีวิต... ทำไมไม่ลองถามดูสล่ะคะว่า เจ้าของตึกที่คุณกำลังยืนอยู่ตรงนี้... และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สามารถสั่งอายัดทุกบัญชีของสามีคุณได้ในปุ่มเดียว... เขาคือใคร?" หัวใจของคุณหญิงศิริพรหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างทั้งร่างชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความหวาดกลัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ดิฉันค่อยๆ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของนาง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปปลดกระดุมสูทออกเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนางตรงๆ ภายใต้แสงไฟสว่างจ้าที่ส่องลงมาพอดี "จำไม่ได้จริงๆ หรือครับแม่ยาย... อดีตลูกเขยที่คุณเคยบอกว่า ต่อให้ทำงานทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษกระเบื้องในบ้านของคุณคนนี้" สิ้นคำพูดนั้น... โลกทั้งใบของคุณหญิงศิริพรก็พังทลายลงในพริบตาเดียว! นางเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกนอกเบ้า ร่างกายทรุดฮวบคุกเข่าลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพงโดยไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากสั่นระริกจนเปล่งเสียงออกมาแทบไม่เป็นภาษา "ทะ... ธันวา... เป็นไปไม่ได้! แก... แกมัน..." *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของคุณหญิงศิริพรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน นางหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาอย่างรุนแรง และทันทีที่หน้าจอแสดงผลข้อความจากธนาคาร... หน้าของนางก็ซีดเผือดไร้สีเลือดจนกลายเป็นสีเทา [ประกาศด่วน: บัญชีทั้งหมดของท่านถูกระงับถาวรตามคำสั่งศาล และทรัพย์สินค้ำประกันทั้งหมดถูกโอนสิทธิ์ไปยัง 'บริษัท ที-โฮลดิ้งส์ จำกัด' เป็นที่เรียบร้อยแล้ว] และชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่สูงสุดแห่ง 'ที-โฮลดิ้งส์ จำกัด' ที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... ก็คือชื่อของชายหนุ่มที่กำลังนั่งมองนางด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปราณีแม้แต่น้อย "ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของผมนะครับ... คุณแม่ยาย" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเกมอำนาจที่ไม่มีวันปราณีใครกับดิฉันนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%