หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 7

รถหรูระดับโลกที่ไม่มีใครกล้าแตะ

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงประกาศกร้าวผ่านโทรโข่งและเสียงซุบซิบของพนักงานนับร้อยชีวิตที่เบียดเสียดกันอยู่ริมกระจกใสบนชั้นสิบห้าของบริษัทเอ็มไพร์กรุ๊ป กลายเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับความโกลาหลในยามบ่ายเช่นนี้ค่ะ "เกิดอะไรขึ้นข้างล่างนั่น? เสียงเครื่องยนต์อะไรวะ เสียงเหมือนสนามแข่งรถฟอร์มูล่าวันเลย!" ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอุทานขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่ใบหน้าอันเชิดรั้นของคุณหญิงศิริพรในชุดสูทผ้าไหมสั่งตัดพิเศษกำลังบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงด้วยความแรงจนแฟ้มกระแทกเสียงดังลั่นห้องทำงานหรูหราที่มองเห็นวิวใจกลางเมือง "เสียงหนวกหูอะไรกันนักหนา! พวกเด็กฝึกงานสมัยนี้นี่มันไร้มารยาทจริงๆ กล้าเอารถซิ่งเสียงดังมาสร้างความรำคาญหน้าตึกบริษัทเราได้ยังไง ไปไล่มันออกไปสิคะ!" คุณหญิงศิริพรหันไปสั่งเลขาธิการส่วนตัวด้วยน้ำเสียงจิกกัดและเย่อหยิ่งตามนิสัย ทว่า... ยังไม่ทันที่เลขาฯ จะได้ขยับตัวก้าวออกไปจากห้อง เสียงทุ้มต่ำผ่านเครื่องขยายเสียงทรงพลังจากภายนอกก็ก้องกังวานขึ้น ทะลุกระจกกันเสียงหนาเตอะเข้ามาจนทุกคนในห้องประชุมใหญ่ต้องสะดุ้งสุดตัว *"ขออภัยที่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหญิงศิริพร... พอดีว่ารถคันใหม่ของผมมันควบคุมยากสักหน่อย เพราะม้ามันเยอะเกินไป... เกินกว่าที่คนสมองกลวงบางคนจะจินตนาการถึงค่ะ"* ประโยคสุดท้ายที่จงใจเน้นเสียงกระแทกกระทั้นทำให้คุณหญิงศิริพรหน้าถอดสี เธอก้าวฉับๆ ไปที่กระจกใสหน้าต่าง ก่อนจะเบิกตากว้างจนแทบถลุดออกจากเบ้าด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เบื้องล่าง... ณ ลานจอดรถวีไอพีหน้าตึกสำนักงานใหญ่ที่ปกติจะมีไว้สำหรับรถยนต์หรูราคาแปดหลักของผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น บัดนี้ถูกครอบครองด้วยยานยนต์สีดำด้านดีไซน์ล้ำอนาคตที่ดูราวกับยานอวกาศหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ—*Bugatti La Voiture Noire* ซูเปอร์คาร์รุ่นสั่ง The Only One คันเดียวในโลกที่มีมูลค่าสูงลิ่วทะยานเลยหลักพันล้านบาท! ไม่ใช่แค่ความแพงระยับที่ทำให้ผู้คนต้องอ้าปากค้าง แต่คือร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของชายหนุ่มที่ก้าวลงมาจากเบาะคนขับ เขาสวมแว่นกันแดดแบรนด์ดังซ่อนแววตาเฉียบคมเอาไว้ รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเพียงเล็กน้อยนั้นเปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเย้ยหยันที่ทรงพลังจนใครก็ไม่อาจละสายตา ธันวา... อดีตลูกเขยที่พวกinsultเขาว่า ‘ไอ้เกาะเมวกิน’ ‘ไอ้ไร้ค่า’ คนนั้น... บัดนี้กำลังยืนพิงประตูรถคันแพงที่สุดในโลกด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังยืนอยู่หน้าบ้านหลังเล็กๆ ของตัวเอง "มะ... เป็นไปไม่ได้!" คุณหญิงศิริพรพึมพำออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ มือเหี่ยวย่นที่ประดับด้วยแหวนเพชรกำราวบันไดกระจกแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว "ไอ้เด็กนั่นมันเป็นแค่ลูกชาวสวนตกอับ! มันเอาเงินที่ไหนมาซื้อมันวะ! รถคันนี้... คันนี้มัน..." เธอย่อมจำได้ดี เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อน สามีของเธอยังเคยเปิดนิตยสารยานยนต์ระดับโลกให้ดูด้วยความอิจฉาและพูดกรอกหูว่า ต่อให้ตระกูลของเราเอาทรัพย์สินทั้งหมดมารวมกัน ก็ยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะเอื้อมแตะค่าประกันรถคันนี้ด้วยซ้ำ! ภายในรถซูเปอร์คาร์คันหรู ลินินที่นั่งอยู่เบาะผู้โดยสารด้านข้างกำลังอมยิ้มบางๆ อย่างสง่างาม เธอปรายตามองกลุ่มคนที่กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่บนชั้นสิบห้าผ่านกระจกฟิล์มดำสนิท ก่อนจะหันมาสบตากับธันวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคายิ่งกว่าสิ่งใด "คุณเล่นใหญ่เกินไปแล้วนะคะ ธันวา" ลินินเอ่ยแซิวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายแห่งความสะใจที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "เดี๋ยวพวกเขาก็หัวใจวายตายคาตึกหรอกค่ะ ถ้ารู้ว่าคนที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำ แท้จริงแล้วคือคนที่กุมชะตาชีวิตทั้งหมดของพวกเขาไว้ในกำมือ" ธันวาถอดแว่นกันแดดออกช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเด็ดขาด เขายื่นมือไปกุมมือเรียวบางของลินินไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความมั่นคงให้หญิงสาวที่เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตลอด "ปล่อยให้พวกเขาช็อกตายไปทีละนิดดีกว่าค่ะที่รัก..." เสียงทุ้มต่ำเอמהอย่างใจเย็นแต่เฉียบคมบาดลึก "ความเจ็บปวดจากการสูญเสียทุกอย่างที่พวกมันรัก มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะกระจกเบาๆ จากภายนอกเรียกความสนใจของทั้งคู่ ธันวาปรายตามองผ่านกระจกก็พบกับผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อและกรรมการบริหารอาวุโสของธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ ที่กำลังวิ่งหน้าตื่นเหงื่อตกโซมกายมาคุกเข่าอยู่ข้างรถซูเปอร์คาร์ของเขาด้วยความนอบน้อมสุดชีวิต ภาพนั้นสะท้อนอยู่ในสายตาของพนักงานนับร้อยคนที่กรูกันลงมาจากตึกเพื่อมุงดูเหตุการณ์ พวกเขาต่างอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก เมื่อเห็นระดับผู้บริหารธนาคารใหญ่ที่แม้แต่คุณหญิงศิริพรยังต้องก้มหัวให้ กลับกำลังก้มกราบกรานอยู่แทบเท้าของธันวา—ชายผู้ที่พวกเคยหัวเราะเยาะเหยียดหยาม "ท่านประธานครับ! เรื่องสินเชื่อวงเงินฉุกเฉินของบริษัทเอ็มไพร์กรุ๊ป... ทางเราจัดการตามคำสั่งของท่านเรียบร้อยแล้วครับ!" ผู้จัดการธนาคารละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงสั่นเทา ธันวากดกระจกไฟฟ้าลงช้าๆ เขาไม่ได้เหลือบมองผู้จัดการธนาคารแม้แต่น้อย สายตาคมกริบพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนที่ยืนอออยู่หน้าประตูตึก โดยเฉพาะร่างของคุณหญิงศิริพรที่กำลังเดินโซเซลงมาด้วยใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "จัดการยังไงล่ะครับ?" ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับดังก้องไปทั่วบริเวณที่เงียบกริบราวกับป่าช้า "ระงับ... ระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมด และเรียกคืนหนี้สินระยะสั้นทันทีภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงครับ! ถ้าพวกเขาหาเงินหมุนเวียนห้าร้อยล้านมาคืนไม่ทัน... พรุ่งนี้เช้าตึกสำนักงานใหญ่แห่งนี้ จะถูกยึดและประกาศขายทอดตลาดทันทีครับท่าน!" สิ้นคำประกาศนั้น ร่างของคุณหญิงศิริพรก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีโดยไม่มีใครต้องประคอง เธอกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวังสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า อาณาจักรที่เธอภาคภูมิใจนักหนากำลังจะพังทลายลงในพริบตาด้วยน้ำมือของคนที่เธอเคยเรียกว่า ‘ไอ้ขยะไร้ค่า’ ธันวาก้าวลงจากรถซูเปอร์คาร์คันงาม ร่างสูงสง่าเดินผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้เขาด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง เขาก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคุณหญิงศิริพรที่กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยแว่นตาที่หลุดรุ่ยและน้ำตาที่นองหน้า "คุณ... แก... แกมัน..." คุณหญิงศิริพรชี้มือสั่นเทาใส่หน้าธันวา พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ธันวาก้มตัวลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะกระซิบเบาๆ ด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของอดีตแม่ยายดิ่งวูบลงสู่ขุมนรกโลกันตร์ "จำคำที่ผมเคยบอกไว้ได้ไหมครับคุณแม่ยาย..." ธันวาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบงันทับถมความหวาดกลัวจนถึงขีดสุด "...ว่าวันหนึ่ง คุณจะต้องคลานมาแทบเท้าผมเพื่อขอความเมตตา" ธันวาเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาดำสนิทคู่นั้นสะท้อนภาพความพินาศย่อยยับของตระกูลศัตรูอย่างชัดเจน ขณะที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาแผדเสียงเตือนข้อความสั้นดังขึ้นเบื้องหน้าผู้คนนับร้อย... เป็นข้อความยืนยันการโอนเงินซื้อหุ้นใหญ่ร้อยละเก้าสิบห้าของเอ็มไพร์กรุ๊ปที่เพิ่งกดทำรายการเสร็จสิ้นไปหมาดๆ หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินกับบทนี้และพร้อมลุยไปกับความสะใจในตอนต่อไปนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%