เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขดิจิทัล แต่มันคือเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่ดังขึ้นเพื่อพิพากษาตระกูลศิริพร
ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ผู้คนนับร้อยยังคงยืนตะลึงค้าง ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มที่พวกเคยเหยียดหยามว่าเป็นเพียง "อดีตลูกเขยกระจอก" ธันวาไม่ได้แสดงความเย่อหยิ่งออกมาแม้แต่น้อย ริมฝีปากหยักลึกเพียงแค่แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาดำสนิทคู่นั้นสะท้อนภาพความพินาศย่อยยับของตระกูลศัตรูอย่างชัดเจน
ข้อความยืนยันการโอนเงินซื้อหุ้นใหญ่ร้อยละเก้าสิบห้าของเอ็มไพร์กรุ๊ปเพิ่งกดทำรายการเสร็จสิ้นไปหมาดๆ และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเกมการชำระแค้นที่งดงามที่สุดในรอบทศวรรษ
"เป็นไปไม่ได้..."
เสียงอุทานหลุดออกมาจากลำคอของคุณหญิงศิริพร ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งทะนงบิดเบี้ยว สีหน้าของเธอซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตสั่นเทาจนแทบประคองตัวไม่อยู่ เมื่อหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเลขาธิการบริษัทแสดงผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ได้เปลี่ยนมือไปแล้วอย่างเบ็ดเสร็จ
"คุณ... คุณทำอะไรลงไปธันวา!" คุณหญิงศิริพรกรีดเสียงแหลมสูง พยายามรักษาศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายด้วยการชี้นิ้วสั่นๆ ไปที่อดีตลูกเขย "แกมันก็แค่ไอ้กระจอกที่เกาะลูกสาวฉันกิน แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อหุ้นตั้งสเกลนั้น! แกปลอมเอกสารใช่ไหม! รปภ.! อยู่ไหน! ลากตัวไอ้สารเลวนี้ออกไป!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากพนักงานรักษาความปลอดภัย ไม่มีใครกล้าขยับตัวสักคน เพราะในวินาทีนี้ ทุกคนต่างรู้ดีว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตระกูลศิริพรอีกต่อไปแล้ว แต่อยู่ในกำมือของชายหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น
ธันวาก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาคุณหญิงศิริพร เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบกับพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความล่มจม เขาหยุดยืนห่างจากแม่ยายผู้เคยเหยียดหยามเขาเพียงแค่ก้าวเดียว ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"คุณหญิงครับ... อ้อ เดี๋ยวก่อนนะคะ ฉันต้องเรียกคุณว่า 'อดีต' คุณหญิงสิถึงจะถูก" ธันวาจงใจเปลี่ยนสรรพนามเพื่อตอกย้ำสถานะ "จำวันที่คุณไล่ผมออกจากบ้านได้ไหมครับ? วันที่คุณบอกว่าผมมันเกาะพวกคุณกินและไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้... วันนี้ผมแค่อยากจะมาทวงสิทธิ์ในฐานะ 'เจ้าของบ้าน' คนใหม่ ก็เท่านั้นเองค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับมีตบฉาดใหญ่ฟาดลงบนใบหน้าของคุณหญิงศิริพร เธอเซถอยหลังไปหลายก้าว ลินิน ซึ่งยืนเคียงข้างธันวามาตลอดโดยไม่ปริปากพูดอะไรเลยตั้งแต่ต้น ก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาของหญิงสาวที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็น เธอมองมารดาแท้ๆ ของตนเองด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
"แม่คะ..." ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำหนักของคำพูดกลับทรงพลังยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ "ตอนที่แม่บังคับให้ฉันหย่ากับเขา แม่บอกว่าเรามันคนละชั้นกัน... วันนี้ ลูกสาวคนนี้กับสามีที่แม่ดูถูก กำลังจะเซ็นอนุมัติไล่แม่ออกจากตึกสำนักงานใหญ่ของตระกูลศิริพรแล้วนะคะ"
"แก... นังลูกอกตัญญู!" คุณหญิงศิริพรเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบหน้าลูกสาว แต่ทว่า...
ข้อมือของเธอถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างรวดเร็วกว่า ธันวาบีบข้อมือนั้นไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่ให้เจ็บจนเกินไปแต่ก็ไม่มีทางสะบัดหลุด
"ระวังมือของคุณด้วยนะครับ" ธันวากล่าวเสียงต่ำ แววตาดำสนิทคู่นั้นเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดโกน "มือคู่นี้เคยผลักไสภรรยาผมมามากพอแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป แม้แต่ปลายเล็บของคุณ ถ้าผมไม่อนุญาต... คุณก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอแม้แต่นิดเดียว"
เขาปัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออีกครั้ง นิ้วเรียวยาวกดส่งคำสั่งสุดท้ายไปยังทีมทนายความและกองทุนส่วนบุคคล
"เริ่มขั้นตอนที่สองได้เลยครับ... ชอนซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดของเอ็มไพร์กรุ๊ปในตลาดหลักทรัพย์ให้หมดภายในสิบนาทีนี้ ไม่ต้องสนราคาเปิดตลาด กว้านซื้อให้เกลี้ยง พ100% เต็ม!"
คำสั่งนั้นถูกถ่ายทอดออกไปอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องจัดเลี้ยงที่เดิมทีแสดงกราฟธุรกิจของตระกูลศิริพร ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ตัวเลขมูลค่าบริษัทร่วงดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็วดั่งพายุถล่ม ระบบการเงินของเอ็มไพร์กรุ๊ปกำลังถูกกลืนกินโดยกลุ่มทุนไร้ชื่อที่ธันวากุมบังเหียนอยู่เบื้องหลัง
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความวินาศสันตะโรตรงหน้า ประตูห้องจัดเลี้ยงบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยเสียงดังสนั่น
ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีและตำรวจเศรษฐกิจ เดินนำแถวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ประธานตลาดหลักทรัพย์กวาดสายตามองหาใครบางคน ก่อนจะมาหยุดยืนตรงหน้าธันวา แล้วโค้งศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมจนแทบขนานกับพื้น ท่ามกลางความตกตะลึงงันของแขกเหรื่อทั้งหมดในงาน
"ท่านประธานธันวาครับ... เอกสารการเข้าซื้อกิจการและการตรวจสอบทุจริตภายในของเอ็มไพร์กรุ๊ปเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ ตำรวจเศรษฐกิจพร้อมเข้าอายัดทรัพย์สินทุกบัญชีของคุณหญิงศิริพรตามคำสั่งศาลแล้วครับ"
ธันวาพยักหน้ารับอย่างเรียบเฉย เขายื่นมือไปโอบเอวบางของลินินเข้ามาแนบชิดอย่างทะนุถนอม สายตาคมกราบกราดมองไปยังร่างของคุณหญิงศิริพรที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
เกมนี้... จบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และบัลลังก์แห่งความมั่งคั่งนี้ เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริง
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ต้นไม้ริมระเบียง" มาโดยตลอดนะคะ
หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 8
แผนล้มละลายเริ่มขึ้น
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!