หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 3

คฤหาสน์หรูราคาหมื่นล้าน

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาขยะเปียกพวกนี้มาวางไว้บนเคาน์เตอร์หินอ่อนอิตาลี!" เสียงหวציดแหลมของคุณหญิงศิริพรดังลั่นห้องครัวสไตล์โมเดิร์นของคฤหาสน์หรูหลังใหม่ ปลายเล็บที่ตกแต่งอย่างประณีตชี้ไปยังถุงพลาสติกใส่น้ำแกง ซึ่งวางอยู่ใกล้กับตู้เย็นราคาครึ่งล้าน ใบหน้าอันแน่นตึงด้วยโบท็อกซ์บิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดระคนความภาคภูมิใจในคราเดียวกัน เพราะในที่สุด เธอก็ได้ก้าวเข้ามาเป็น "คุณนายใหญ่" ของคฤหาสน์มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทหลังนี้เสียที หลังจากการทุ่มเงินก้อนโตของตระกูลและการกู้ยืมครั้งใหญ่ที่เกือบทำให้ลมจับ ลินินที่กำลังยืนจัดแจงดอกไม้สดใส่แจกันกระเบื้องเคลือบราคาแพง ชะงักมือเล็กน้อย หญิงสาวปรายตามองมารดาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักหลายปีเพื่อช่วยประคับประคองครอบครัว ดูเหมือนจะไม่มีความหมายอะไรเลย เมื่อเทียบกับความโลภที่ไม่เคยรู้จักพอของผู้เป็นแม่ "แม่คะ... นั่นไม่ใช่ขยะเปียกค่ะ มันคือวัตถุดิบทำอาหารที่ธันวา... เอ่อ หมายถึง คนขับรถเพิ่งซื้อเข้ามาเตรียมไว้มื้อเย็น" ลินินเอ่ยเสียงเรียบพยายามเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่ออดีตสามี แม้ในใจจะยังคงหวาดหวั่นกับเงsาของเขาที่ตามหลอกหลอนความรู้สึก "ห้ามพูดชื่ออัปמงคลนั่นในบ้านหลังนี้เด็ดขาดนะลินิน!" คุณหญิงศิริพรตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนแจกันสั่นไหว "แกมันโง่! ปล่อยให้ไอ้ผู้ชายไร้น้ำยาเกาะแกกินอยู่ตั้งหลายปี โชคดีแค่ไหนที่แม่บังคับให้แกหย่า ไม่อย่างนั้นชาตินี้เราจะมีปัญญามาเหยียบคฤหาสน์หมื่นล้าน 'ดิ เอมเมอรัลด์ เพลซ' หลังนี้เหรอ!" ดิ เอมเมอรัลด์ เพลซ—คฤหาสน์สถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางเมือง ท่ามกลางสวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัวและระบบรักษาความปลอดภัยระดับประธานาธิบดี ที่นี่คือความฝันสูงสุดของคุณหญิงศิริพร สถานที่ที่เธอเคยใช้เป็นฉากหน้าในการอวดอ้างกับบรรดาไฮโซเพื่อนร่วมวงสังคมกอล์ฟมานานแรมปี และวันนี้ มันตกเป็นกรรมสิทธิ์ของตระกูลเธอแล้ว... หรือเธอกำลังเข้าใจเช่นนั้น ในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองแขกโอ่อ่าเบื้องล่าง บรรยากาศกลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันอันน่าขนลุก ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สั่งทำพิเศษจากอิตาลี แสงไฟระยิบระยับจากโคมAระย้าคริスタルสวารอฟสกี้สะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาและสันกรามคมคายที่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองสถาปัตยกรรมภายในบ้านที่ครั้งหนึ่งอดีตแม่ยายเคยประกาศกร้าวใส่หน้าเขาว่า *'ชาตินี้ต่อให้แกทำงานจนตาย ก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินเหยียบธรณีประตูบ้านหลังนี้!'* "นายธันวา! แกเข้ามาในนี้ได้ยังไงวะ!" เสียงตะคอกด้วยความตกใจดังขึ้นจากทางบันไดวน คุณหญิงศิริพรที่เดินลงมาเพื่อจะตรวจความเรียบร้อย ถึงกับผงะถอยหลังจนสะดุดชายผ้าถุงเกือบกลิ้งตกลงมา เมื่อเห็นร่างสูงโปรดของอดีตลูกเขยที่เธียรเกลียดแสนเกลียด นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวโปรดของเธออย่างถือวิสาสะ ลินินที่เดินตามลงมาข้างหลัง หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวด้วยความตกใจระคนสับสน เธอรีบวิ่งเข้าไปดึงแขนอดีตสามีด้วยความลืมตัว "ธันวา! คุณเข้ามาได้ยังไง รปภ. อยู่ไหน! ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะ รีบไปก่อนที่แม่ฉันจะเรียกตำรวจ!" เสียงของลินินสั่นเครือ แม้จะมีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ลึกๆ ในใจกลับมีความห่วงใยโง่ๆ ที่สลัดไม่หลุดคอยทึ้งแทง ธันวาไม่แม้แต่จะชายตาแลลินิน เขาเพียงแค่ปรายตามองมือเรียวที่เกาะแขนเสื้อตนเองเบาๆ ก่อนจะปัดออกอย่างไร้เยื่อใย ความอ่อนโยนที่เคยมีให้ในอดีต ได้ถูกฝังกลบลงไปในวันที่เขาถูกขับไล่ออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมาแล้ว "ตำรวจเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำกังวานก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง "ลองเรียกดูสิ เผื่อพวกเขาจะช่วยบอกคุณว่า... เจ้าของโฉนดตัวจริงคือนរกันแน่" คุณหญิงศิริพรหน้าซีดเผือด สองมือสั่นเทาชี้หน้าธันวา "แก... แกหมายความว่ายังไง! บ้านหลังนี้ลูกเขยคนใหม่ของฉันเป็นคนจ่ายเงินซื้อ! พวกเรามีสัญญาจะซื้อจะขายมูลค่าหนึ่งหมื่นล้านบาทอยู่ในมือ แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้แอบย่องเบาเข้ามา หวังจะมาเกาะแกะลูกสาวฉันอีกใช่ไหม!" "สัญญาจะซื้อจะขายงั้นเหรอ?" ธันวาหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาปลดล็อก ก่อนจะหมุนหน้าจอให้คนทั้งสองได้เห็นชัดๆ ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารระดับโลกปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับยอดเงินในบัญชีที่มีตัวเลขศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วน และเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ถูกโอนเข้าสู่ชื่อของเขาโดยสมบูรณ์เมื่อสิบนาทีที่แล้ว "น่าเสียดายนะที่คุณหญิงไม่รู้ว่า... บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ขายบ้านหลังนี้ให้คุณ เป็นบริษัทลูกในเครือข่ายของ 'ทีดับเบิลยู โฮลดิ้ง' และไอ้ลูกเขยเศรษฐีใหม่ที่คุณอวดนักอวดหนา ก็แค่เบี้ยตัวหนึ่งที่กู้เงินจนหัวโตเพื่อมาวางมัดจำเศษเงินสิบล้านให้ผมพิจารณาเท่านั้น" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทแผ่รังสนัยอำนาจคุกคามจนสองแม่ลูกต้องถอยรูด กลิ่นอายของความมั่งคั่งและอำนาจเด็ดขาดโชยออกมาจากตัวเขา จนแทบทำให้หายใจไม่ออก "คุณ... คุณเป็นใครกันแน่..." ลินินพึมพำเสียงสั่น นัยน์ตาทอประกายความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น ผู้ชายที่เธอเคยซักรีดเสื้อผ้าให้ กินข้าวแกงข้างทางด้วยกันทุกวัน คือคนๆ เดียวกับมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาอาณาจักรหมื่นล้านเนี่ยนะ? "ฉันเคยบอกเธอแล้วลินิน... ว่าวันหนึ่ง โลกที่เธอโหยหา จะต้องคุกเข่าลงแทบเท้าฉัน" ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูอดีตภรรยา น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งทำเอาลินินขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำมหึมาก็บินแหวกน่านฟ้าลงมาจอดสนิทบนลานจอดดาดฟ้าของคฤหาสน์ แรงลมพัดกระจกบานใหญ่สั่นสะเทือน ประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวเข้ามาโค้งคำนับธันวาอย่างพร้อมเพรียง ชายชราในชุดสูทเนี๊ยบ ทายาทธนาคารกลางและผู้บริหารสูงสุดของ 'ดิ เอมเมอรัลด์ เพลซ' เดินถือแฟ้มหนังสีดำสนิทเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าธันวา พร้อมกับยื่นกุญแจทองคำแท้สลักตราประจำตระกูลด้วยมือทั้งสองข้าง "ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัวครับท่านประธาน... และตอนนี้ ทางเราได้ทำการอายัดบัญชีและขับไล่ผู้อยู่อาศัยที่ค้างชำระงวดสุดท้ายทั้งหมดออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้วครับ" ธันวาหยิบกุญแจทองคำขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหันไปสบตากับคุณหญิงศิริพรที่ทรุดฮวบนั่งกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง และลินินที่กำลังปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน "เชิญพวกคุณออกไปจากบ้าน 'ของผม' ได้แล้วครับ... ก่อนที่ผมจะให้คนโยนสัมภาระของพวกคุณลงถังขยะเปียกหน้าบ้าน" (โปรดติดตามตอนต่อไป...) ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมอำนาจไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%