"ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาเดินเกะกะขวางหูขวางตาแถวนี้! เอกสารหย่าก็เซ็นไปแล้ว ยังจะหน้าด้านมายืนลอยชายอยู่ในตระกูลจิระวัฒน์อีกเหรอคะ ธันวา?"
เสียงแหลมสูงบาดหูของคุณหญิงศิริพรดังแทรกผ่านความเงียบสงบของห้องโถงใหญ่ ประดับด้วยโคมระย้าคริスタルอิตาลีราคาแปดหลัก ปลายนิ้วที่สวมแหวนเพชรกะראตโตชี้หน้าธันวาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับเขามันเป็นเพียงเศษฝุ่นผงใต้รองเท้าส้นสูงราคาแพง ลินินที่ยืนอยู่เคียงข้างสามี เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตากลมโตฉายแววเจ็บ
ปวดและโกรธขึง เธอกำมือธันวาไว้แน่นราวกับต้องการถ่ายทอดพลังทั้งหมดที่เธอมีให้เขา—หญิงสาวผู้ยอมสละทุกอย่าง แม้กระทั่งตัดขาดจากตระกูลที่ให้กำเนิด เพื่อเดินเคียงข้างผู้ชายที่พวกเขากล่าวหาว่า 'ไร้ค่า'
ธันวาปรายตามองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความถือดีของคุณหญิงศิริพรอย่างใจเย็น มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่ากลับแฝงประกายคมกริบดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ
"ตระกูลจิระวัฒน์เหรอคะ?" ธันวาเอ่ยทวนคำ เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย ทว่ากังวานก้องกังสดาลไปทั่วห้องโถงจนผู้รับใช้หลายคนต้องสะดุ้ง "คุณแม่ยังสำคัญตัวผิดอยู่สินะคะว่าที่นี่เป็นของคุณ... น่าเสียดายจริง ๆ ที่อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ผืนแผ่นดินใต้รองเท้าที่คุณเหยียบอยู่ รวมถึงคฤหาสน์หลังนี้ จะเปลี่ยนชื่อเป็นของคนอื่นไปตลอดกาล"
"สามหาว! แกกล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวแบบนี้!" คุณหญิงศิริพรหวีดร้องหน้าดำหน้าแดง อกกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธจัด "ไอ้สวะ! แกมันก็แค่ไอ้เกาะผู้หญิงกิน! ถ้าไม่มีลินินคอยส่งเสีย แกคงอดตายข้างถนนไปนานแล้ว! ไสหัวไปซะ! ก่อนที่ฉันจะให้ รปภ. ลากตัวแกออกไปโยนทิ้งหน้าบ้าน!"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเตือนใสราวกระดิ่งเงินก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของธันวา... เสียงที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาไปตลอดกาล
*[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจแน่วแน่ในการพลิกเกมอำนาจ ระบบ 'เช็กอินมหาศาล' ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ!]*
*[ยินดีด้วยครับ/ค่ะ ท่านธันวา คุณได้รับสิทธิ์เช็กอินครั้งแรกประจำวัน: เงินสดหมุนเวียน 10 ล้านบาท เข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว และปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึง 'Black Centurion Card' วงเงินไร้ขีดจำกัดแบบเรียลไทม์]*
*[เงินจำนวน 10,000,000 บาท ได้ถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารพาณิชย์หลักของคุณแล้ว กรุณาตรวจสอบข้อความยืนยัน]*
แทบจะพร้อม ๆ กับเสียงแจ้งเตือนในหัว โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาประหยัดของธันวาก็สั่นครืดคราด หน้าจอแสดงข้อความจากธนาคารระดับโลกเด้งขึ้นมาพร้อมยอดเงินฝากที่เพิ่มขึ้นสิบล้านบาทถ้วนแบบสด ๆ ร้อน ๆ
ธันวาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความมั่งคั่งระดับนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอาณาจักรที่เขากำลังจะครอบครอง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาล้วงมือหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าออกมาปลดล็อกหน้าจอช้า ๆ ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะรับแขกกระจกเจียระไนตรงหน้าคุณหญิงศิริพรอย่างไม่แยแส
"เงินสิบล้าน... สำหรับคุณมันคงเป็นเงินก้อนโตสินะคะ?" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากดดันจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันที "แต่สำหรับฉัน มันเป็นแค่เศษเงินที่เพิ่งเข้าบัญชีมาเมื่อกี้... ดูเหมือนว่าคุณจะประเมินอดีตลูกเขยคนนี้ต่ำเกินไปเสียแล้วล่ะค่ะ คุณแม่"
คุณหญิงศิริพรชะงักไปชั่วขณะ หล่อนก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบ เผให้เห็นตัวเลขศูนย์ห้าตัวตามด้วยเครื่องหมายคอมมาและเลขสิบล้านถ้วน ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถล่นออกจากเบ้า หล่อนพยายามหัวเราะออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นวิตกที่จู่ ๆ ก็แล่นริ้วขึ้นมาในอก
"ฮะ... ฮ่าๆๆ! คิดจะกุเรื่องเอาตัวเลขปลอมๆ มาหลอกฉันเหรอไอ้เด็กนี่? คิดว่าทำหน้าตายแล้วฉันจะเชื่อรึไงว่าแกมีปัญญาหาเงินสิบล้านได้ในชีวิตนี้? ต่อให้แกทำงานจนตายก็ไม่มีทางได้เห็นเงินล้านหรอก!"
ลินินมองหน้าสามีด้วยความประหลาดใจไม่แพ้กัน แม้เธอจะรู้ว่าธันวามักจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่เสมอ แต่ตัวเลขสิบล้านบาทที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างรวดเร็วและไร้เหตุผลเสียจนเธอต้องเอื้อมมือไปจับแขนเสื้อเขาไว้เบา ๆ ด้วยความเป็นห่วง
"ธันวา..." เสียงหวานเอמהอย่างลังเล "คุณ... ไปเอาเงินมาจากไหนคะ?"
ธันวาหันมาสบตาลินิน แววตาที่เคยราบเรียบกลับอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างประหลาด เขายกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาอย่างอ่อนโยน ราวกับโลกใบนี้มีเพียงแค่เธอคนเดียวที่มีความหมาย
"เชื่อใจฉันนะคะลินิน" ธันวากระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก "จากนี้ไป... จะไม่มีใครหน้าไหนบนโลกใบนี้กล้าดูถูกน้ำตาของคุณอีกแม้แต่หยดเดียว"
พูดจบ ธันวาก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับคุณหญิงศิริพรอีกครั้ง รังสีอำมหิตที่กดดันจนรอบตัวแทบไร้อากาศหายใจแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่ง เขาหยิบการ์ดสีดำสนิททำจากโลหะผสมไทเทเนียมบริสุทธิ์—บัตร *Black Centurion Card* ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะมีค่าอยู่ในอุ้งมือ ธันวากดโทรศัพท์หาเลขาคนสนิททันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองแม่ยายที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธระคนหวาดหวา
"จัดการโอนเงินสิบล้านบาทเข้าบัญชีกลางของตระกูลจิระวัฒน์เพื่อซื้อหนี้สินทั้งหมดที่พวกเขากำลังจะล้มละลายในสามนาทีนี้... แล้วเตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว มารับฉันกับภรรยาที่ลานจอดดาดฟ้าได้เลยค่ะ"
สิ้นคำสั่งเด็ดขาด เสียงเครื่องยนต์เจ็ตทรงพลังก็คำรามก้องสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากท้องฟ้ายามวิกาล แรงลมมหาศาลจากการพัดตัวลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นล่าสุดตีระรัวกระจกคฤหาสน์จนสั่นสะเทือน ประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยบอดี้การ์ดสวมสูทดำสนิทนับสิบชีวิตที่ก้าวเข้ามาคุกเข่าเรียงรายต่อหน้าธันวาพร้อมเพรียงกัน
"ท่านประธานครับ! หุ้นทั้งหมดของตระกูลจิระวัฒน์ถูกกวาดซื้อและถูกยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ!"
เสียงรายงานดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่น่ากลัว คุณหญิงศิริพรทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงทันที ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพลงมองอดีตลูกเขยที่เธอกล่าวเหยียดหยามมาตลอดหลายปีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทา ก้มลงมองหญิงสูงวัยด้วยสายตาสมเพชเวทนา ก่อนจะโยนบัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัดลงตรงหน้าเธอ พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกเกรียวไปถึงขั้วหัวใจ
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของตระกูลจิระวัฒน์ค่ะ... คุณแม่"
---
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมอำนาจไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ต้นไม้ริมระเบียง*
หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 2
ระบบเช็กอินมหาศาล
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!