หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 1

ใบหย่าที่ไร้ค่า

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กระดาษแผ่นบางราคาถูกมูลค่าไม่กี่สตางค์ ร่วงลงมาปะทะกับพื้นหินอ่อนขัดเงาวับจนเกิดเสียงเบาหวิว แต่มันกลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น "เซ็นชื่อซะ แล้วไสกหัวออกไปจากบ้านคฤหาสน์ตระกูลจิระวัฒน์ของฉันได้แล้ว ธันวา!" เสียงแหลมสูงของคุณหญิงศิริพรกรีดแทาะบรรยากาศห้องรับแขกโอ่อ่าให้ฉีกขาดเป็นชิ้นๆ ดวงตาคู่ที่กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมคู่นั้นมองต่ำลงมาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองเศษขยะเปียกที่ติดอยู่ใต้รองเท้าแบรนด์เนมราคาหลักแสน ปลายนิ้วเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะลงบนโต๊ะกระจกนิร cortos เป็นจังหวะเร่งเร้า ธันวาก้มมองเอกสารแผ่นนั้น มุมปากของชายหนุ่มหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความรู้สึกหวาดกลัวหรือ ไหวหวั่น ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีซีดราคาถูกและกางเกงสแล็คเก่าๆ ที่คุณหญิงศิริพรชอบหยิบยกมาประจานซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือหัวใจที่นิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดอยู่ในแววตาดำขลับคู่นั้น "แม่คะ... พอเถอะค่ะ" เสียงหวานที่เจือด้วยความเหนื่อยล้าดังขึ้นจากมุมห้อง ลินินยืนอยู่ตรงนั้น ร่างระหงสั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยงดงามปราศจากเครื่องสำอางบ่งบอกถึงความอดหลับอดนอนจากการทำงานหนักเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวและใช้หนี้แทนธันวาตามคำครหาของคนในบ้านตลอดสามปีที่ผ่านมา ดวงตากลมโตของลินินแดงก่ำ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สายตาที่มองมายังธันวาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดระคนกัน "ธันวาไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมคุณแม่ถึงต้อง..." "ลินิน! แกหุบปากไปเลยนะ!" คุณหญิงศิริพรตวาดลั่น ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "นอกจากแกจะโง่ที่ไปคว้าเอาไอ้ตัวกินข้าวก้นบาตรนี่มาทำสามีแล้ว แกยังจะปกป้องมันอีกเหรอ? ดูสารรูปมันสิ สามปีที่แต่งเข้าบ้านเรา มีวันไหนที่มันทำประโยชน์ให้ตระกูลเราบ้างไหม? นอกจากเกาะแกกิน เป็นภาระ เป็นตัวถ่วงที่ทำให้ตระกูลจิระวัฒน์ต้องอับอายขายขี้หน้าคนอื่น!" สายตาทุกคู่ในห้องโถง ทั้งบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่มารวมตัวกันเพื่อดูการขับไล่นี้ ต่างพากันส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง บรรดาสาวใช้ที่ยืนหลบมุมอยู่ต่างพากันซุบซิบและมองธันวาด้วยสายตาเหยียดหยาม ธันวาไม่ได้ปริปากแก้ตัวแม้แต่คำเดียว มือเรียวหนายื่นออกไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ความเย็นเฉียบของด้ามโลหะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะทกสะท้าน เขาสบตากับคุณหญิงศิริพรนิ่งๆ เป็นสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับว่ากำลังจ้องมองสัตว์ป่ากินเนื้อที่แกล้งทำเป็นอ่อนแอรอเวลาขย้ำเหยื่อ *แกร็ก* เสียงปลายปากกาจรดลงบนกระดาษ ลากเส้นตัวอักษรอย่างมั่นคงและเด็ดขาด ไม่มีอาการลังเลแม้แต่น้อย ลายเซ็น 'ธันวา อัครเดชากุล' ปรากฏเด่นชัดลงบนช่องผู้หย่า ทันทีที่หมึกแห้งสนิท ธันวาก็โยนปากกากลับลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวมาตลอดสามปีระเบิดออกมาโดยไม่มีการปิดบัง ร่างสูงโปร่งที่เคยดูห่อเหี่ยวกลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามจนทุกคนในห้องถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว คุณหญิงศิริพรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด แต่นางก็ยังเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวนั้น "ดี! เซ็นแล้วก็ไสหัวไปซะ อย่าได้เหยียบเข้ามาในอาณาจักรจิระวัฒน์แห่งนี้อีก และจำใส่กะลาหัวของแกเอาไว้ด้วยว่า ชีวิตนี้แกไม่มีวันเอื้อมถึงเศษเงินล้านจากตระกูลเราหรอก!" ธันวาไม่ตอบคำถามนั้น เขากวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขกที่ประดับประดาด้วยคริสตัลราคาแพง ก่อนจะหันมามองลินิน หญิงสาวที่ยังคงยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ตรงนั้น แววตาที่เขามีต่อเธอกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นความอ่อนโยนที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะได้รับ "ลินิน..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง "เชื่อผมไหม... ว่าสิ่งที่เธอสูญเสียไปในวันนี้ พวกเขาจะต้องคุกเข่าขอร้องให้เธอกลับมาเอาคืนนับร้อยเท่า" "แกยังจะมีหน้ามาพูดจาเพ้อเจ้ออะไรอีก อีตาบ้า!" คุณหญิงศิริพรกรีดร้องด้วยความโมโห "ไสหัวไป๊! ก่อนที่ฉันจะให้คนเอาไม้กวาดไล่ตีพวกแก!" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นชาเสียจนคนฟังรู้สึกหนาวยะเยือกถึงขั้วหัวกระดูก เขาเอื้อมมือไปกอบกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของลินินขึ้นมา กระชับมันแน่นก่อนจะพาเธอเดินก้าวผ่านร่างของคุณหญิงศิริพรออกไปจากคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ประตูเหล็กดัดบานยักษ์ของคฤหาสน์ตระกูลจิระวัฒน์ปิดลงเบื้องหลัง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของคนข้างในยังคงแว่วตามมา แต่ทว่า ทันทีที่ธันวาพา Linin ก้าวพ้นเขตประตูรั้ว เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ระดับไฮپرคาร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นทำลายความเงียบยามบ่าย รถยนต์ Rolls-Royce Phantom สีดำสนิทรุ่น Limited Edition มูลค่าทะลุร้อยล้านบาทเคลื่อนเข้ามาจอดสนิทเทียบฟุตบาทอย่างไร้เสียง ชายในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตเดินลงมาโค้งคำนับให้ธันวาด้วยความเคารพสูงสุด พร้อมกับเปิดประตูหลังรถด้วยมือข้างหนึ่ง "ท่านประธานครับ... เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมสำหรับการเดินทางกลับสู่เกาะส่วนตัวแล้วครับ และทางธนาคารกลางได้ส่งข้อความยืนยันว่า บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด 'Black Centurion Card' ถูกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบเรียบร้อยแล้วครับ นายท่านต้องการให้จัดการกวาดซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลจิระวัฒน์ในตลาดหลักทรัพย์เลยไหมครับ?"
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%