เสียงหัวเราะเยาะหยันในห้องประชุมคณะกรรมการบริษัทเอสเค กรุ๊ป ดังระคนปะปนไปกับเสียงกระซิบกระซาบที่ตั้งใจให้ดังพอดีเข้าโสตประสาท เมื่อคุณหญิงศิริพร อดีตแม่ยายผู้เย่อหยิ่งและทรงอิทธิพล ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารโครงการพันล้านในมือ แววตาของนางกวาดมองผู้ถือหุ้นทุกคนด้วยความเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด
“โครงการฟื้นฟูย่านการค้าใจกลางเมืองมูลค่าหมื่นล้านนี้... ดิฉันได้เจรจากับกลุ่มทุนลึกลับผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกเรียบร้อยแล้วค่ะ” คุณหญิงศิริพรเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากเผยความกระหายในอำนาจ “พวกเขาคือมหาเศรษฐีตัวจริง เสียงจริง ที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสื่อใดๆ และวันนี้... พวกเขาจะเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในบริษัทของเรา เพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่ที่ใครก็โค่นไม่ลง”
เสียงปรบมือดังเกรียวกราวจากเหล่าผู้บริหารที่พากันเลียแข้งเลียขา หลายคนหันไปมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้นกับข่าวลือเรื่องมหาเศรษฐีลึกลับที่แพร่สะพัดไปทั่วแวดวงธุรกิจตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน รู้เพียงแค่ว่าเงินในบัญชีของเขาสามารถซื้อบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ได้ทั้งกระดานโดยไม่ต้องกู้ยืมเงินแม้แต่บาทเดียว
ทว่า ในมุมมืดของห้องประชุมริมกระจกใสบานใหญ่ ธันวากลับนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ใบหน้าเรียบเฉยราਤกับว่าเรื่องราวความมั่งคั่งระดับโลกที่กำลังพูดถึงอยู่นั้นเป็นเพียงเรื่องลมแล้ง ข้างกายเขามีลินิน หญิงสาวคู่ชีวิตที่คอยเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านพ้นวันเวลาอันยากลำบากมาด้วยกัน มือเรียวบางของเธอกำลังรินชาให้เขาอย่างนิ่งสงบ ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นออร่าความสง่างามและความมั่นใจที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาในอดีต
“ดูเหมือนอดีตแม่ยายของคุณจะมั่นใจมากเลยนะคะ ว่ามหาเศรษฐีลึกลับคนนั้นจะมาช่วยกอบกู้หน้าให้เธอ” ลินินเอ่ยขึ้นเสียงเบา ริมฝีปากบางยกยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังร่างของคุณหญิงศิริพรด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
“ปล่อยให้เธอกรุยทางไปก่อนเถอะค่ะ” ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่สั่นประสาทคนฟังได้โดยไม่ต้องตะโกน “เพราะในตอนจบ... ประตูทุกบานของอาณาจักรนี้ จะเปิดต้อนรับก็ต่อเมื่อฉันเป็นคนอนุญาตเท่านั้น”
คุณหญิงศิริพรหันมาเห็นธันวาและลินินเข้าพอดี รอยยิ้มเยาะเย้ยพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดี นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีคุกคาม พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจให้คนทั้งห้องได้ยิน
“โอ้... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้ลูกเขยอกตัญญูที่ฉันเพิ่งเขี่ยทิ้งไปนี่เอง หน้าด้านเสียจริงนะ ถึงกล้าโผล่มาเหยียบสถานที่ระดับนี้ได้ แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามานั่งหายใจร่วมกับผู้บริหารระดับสูงฮะ?”
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากพวกพ้องของคุณหญิงศิริพร สายตานับสิบคู่มองมาที่ธันวาด้วยความสมเพชและดูแคลน ลินินขยับตัวจะลุกขึ้นเพื่อตอบโต้ แต่ธันวากลับยกมือขึ้นห้ามด้วยแววตาที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
“คุณหญิงศิริพรคะ...” ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับทำให้บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันที “ระวังคำพูดหน่อยนะคะ เพราะคนที่คุณกำลังเหยียดหยามอยู่ตอนนี้ อาจจะเป็นคนเดียวที่มีอำนาจเซ็นอนุมัติไล่พวกคุณออกจากตึกนี้ภายในสามวินาที”
“สามวินาทีงั้นรึ? ฮхаха! แกมันก็แค่ไอ้กระจอกที่เกาะลูกสาวฉันกิน!” คุณหญิงศิริพรตบโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว “แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟราคาหลักร้อยด้วยซ้ำ! อย่ามาทำเป็นปากดีแถวนี้ ผู้สนับสนุนหลักของฉันกำลังจะเดินทางมาถึงแล้ว เขาคือมหาเศรษฐีระดับโลกที่แกไม่มีวันได้แม้แต่จะกราบชายเสื้อ!”
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหญิงศิริพรก็ดังขึ้น เลขาคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องด้วยอาการหอบสะท้าน มือไม้สั่นเทาจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่
“คะ... คุณหญิงคะ! ท่านประธานใหญ่... มหาเศรษฐีลึกลับคนนั้น... เขาเดินทางมาถึงหน้าตึกแล้วค่ะ!”
คุณหญิงศิริพรได้ยินดังนั้นก็หน้าบานทันที นางสะบัดหน้าใส่ธันวาด้วยความเย่อหยิ่ง ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยความตื่นเต้น “รีบจัดแถวต้อนรับท่านประธานเร็วเข้า! ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้เสียชื่อเสียงของเอสเค กรุ๊ปเด็ดขาด!”
เหล่าคณะกรรมการและผู้บริหารต่างพากันวิ่งกรูไปที่หน้าต่างและประตูทางเข้าเพื่อต้อนรับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบทศวรรษ คุณหญิงศิริพรยืนอยู่แถวหน้าสุดด้วยความภาคภูมิใจ นางเตรียมคำพูดและรอยยิ้มที่งดงามที่สุดไว้เพื่อต้อนรับผู้ที่จะมาเปลี่ยนเกมธุรกิจทั้งหมดให้อยู่ในมือของนาง
ประตูห้องประชุมบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงัดที่เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ ทว่า... คนที่ก้าวเข้ามาหาใช่ชายชราผู้ทรงอำนาจอย่างที่ทุกคนคาดคิดไม่
แต่กลับเป็นบอดี้ชายฉกรรจ์ในชุดสูทดำสี่คนที่เดินเรียงแถวเข้ามาเพื่อเคลียร์เส้นทาง ก่อนจะยืนโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม
และผู้ที่ก้าวผ่านแถวนั้นเข้ามา... คือธันวา ผู้ชายคนที่คุณหญิงศิริพรเพิ่งด่าทอและเหยียดหยามไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้!
รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณหญิงศิริพรแข็งค้างในทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกจากเบ้า สมองของนางขาวโพลนราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เมื่อเห็นธันวาเดินตรงไปยังเก้าอี้ประธานกรรมการสูงสุด—เก้าอี้ตัวที่ทรงอำนาจที่สุดในบริษัท ซึ่งไม่มีใครเคยได้ครอบครองมานานนับปี
ธันวานั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองทุกคนในห้องด้วยความเย็นชา ก่อนที่เขาจะประสานมือไว้บนโต๊ะแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงก้องกังวานที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“ยินดีต้อนรับสู่บริษัทของผมครับ... คุณแม่ยาย”
คุณหญิงศิริพรเข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ข่าวลือมหาเศรษฐีลึกลับมูลค่าหมื่นล้านที่ทุกคนตามหา... แท้จริงแล้วคือนายธันวา อดีตลูกเขยที่นางเหยียบย่ำมาตลอดหลายปีนั่นเอง!
ต้นไม้ริมระเบียงหวังว่ารี้ดทุกท่านจะได้รับอรรถรสแห่งความสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ
หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 18
เปิดเผยความมั่งคั่ง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!