“คุณลินินคะ... ฉันเกรงว่าวันนี้คุณคงต้องเก็บของออกไปจากร้านภายในเย็นนี้ค่ะ”
น้ำเสียงราบเรียบของหัวหน้างานที่เคยดูถูกดูแคลนลินินดังขึ้นกลางร้านอาหารหรูใจกลางเมือง ลินินที่กำลังเช็ดโต๊ะตัวสุดท้ายชะงักมือนิ่ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผู้จัดการร้านที่ยืนกอดอกมองเธอด้วยแววตาเหยียดหยาม ข้างหลังเขายังมีกลุ่มพนักงานบางคนซุบซิบและหัวเราะคิกคักอย่างไม่ปิดบัง
“เหตุผลล่ะคะ?” ลินินถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เธอผ่านการถูกกดดันมามากเกินกว่าจะมานั่งสะอึกสะอื้นกับเรื่องเพียงเท่านี้
“เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เพราะคุณมันตัวซวยน่ะสิ! ตั้งแต่แต่งงานกับไอ้คนกระจอกนั่น ชีวิตคุณก็มีแต่เรื่องให้เสื่อมเสีย ทางผู้บริหารระดับสูงเขาสั่งมา... ร้านของเราไม่ต้องการพนักงานที่มีประวัติด่างพร้อยหรอกนะคะ”
คำว่า ‘ไอ้คนกระจอก’ กระแทกเข้ากลางใจของลินิน ไม่ใช่เพราะเธอโกรธแทนตัวเอง แต่เธอโกรธแทนธันวา คนที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว แต่กลับถูกคนพวกนี้เหยียบย่ำเพียงเพราะเขาไม่มีเงิน
“ได้ค่ะ... ถ้าคุณต้องการแบบนั้น” ลินินวางผ้าขี้ริ้วลง เธอกำลังจะก้าวเดินออกไปจากร้านด้วยความสง่างามโดยไม่โต้เถียง ทว่าทันใดนั้น ประตูกระจกหน้าร้านก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งที่ทุกคนในที่นี้จำได้แม่น
ธันวาเดินเข้ามาด้วยสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสนที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อเช้า ท่าทางการเดินของเขามีอำนาจดึงดูดสายตาอย่างประหลาด ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากดวงตาคมกริบทำให้บรรยากาศภายในร้านกดดันจนแทบหยุดหายใจ
“ใครสั่งให้เธอออก?” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้น
“ธันวา... คุณมาที่นี่ทำไมคะ?” ลินินเบิกตากว้าง เธอรีบเดินเข้าไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ดึงมือลินินมากุมไว้เบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้จัดการร้านที่เริ่มเหงื่อตกโดยไม่มีสาเหตุ
“คุณ... คุณเป็นใคร เข้ามาในเวลาปิดร้านแบบนี้ได้ยังไง!” ผู้จัดการร้านพยายามข่มขวัญ แต่เสียงของเขาสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
ธันวาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วโยนมันลงบนโต๊ะกลางร้านเสียงดัง *ปึก!*
“ฉันชื่อธันวา และนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันคือเจ้าของร้านใหม่ของคุณ”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านทันที ทุกสายตาจับจ้องไปที่ซองเอกสารนั้น ผู้จัดการร้านหน้าถอดสี รีบคว้าเอกสารขึ้นมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเมื่อเห็นตราประทับและลายเซ็นของผู้ถือหุ้นใหญ่คนเดิม
“เป็น... เป็นไปไม่ได้! ร้านนี้มูลค่ามหาศาล คุณ... คุณเอาเงินมาจากไหน!”
ธันวาไม่สนใจคำถามนั้น เขาก้มลงกระซิบข้างหูลินินที่ยังคงยืนตะลึงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง “ของขวัญชิ้นแรก... สำหรับความอดทนที่ผ่านมาทั้งหมดของคุณครับ”
“ธันวา... นี่มัน...”
“ยังไม่จบแค่นี้หรอกลินิน” ธันวากดโทรศัพท์ออกไปเพียงกริ๊งเดียว ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ดังกระหึ่มอยู่บนดาดฟ้าตึกก็ทำให้กระจกทุกบานในร้านสั่นสะเทือน
ชายชุดดำนับสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาในร้าน พวกเขาโค้งคำนับลินินอย่างพร้อมเพรียงจนพนักงานคนอื่นๆ ต่างพากันหวาดกลัวจนต้องถอยร่นไปรวมกันที่มุมห้อง
“คุณธันวาครับ... รถโรลส์-รอยซ์จอดรออยู่ที่ชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องการจัดการไล่คนที่ดูถูกคุณลินินออก... ผมจัดการได้เลยไหมครับ?” บอดี้การ์ดคนสนิทถามความเห็น
ธันวามองไปที่ผู้จัดการร้านที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นด้วยสายตาเย็นเยียบ “ไล่ออกมันง่ายไป... เอาชื่อพวกมันขึ้นบัญชีดำห้ามทำงานในอุตสาหกรรมนี้ตลอดชีวิต แล้วฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการหมิ่นประมาทพนักงานของฉันให้หมดตัว”
ลินินมองสามีของเธอด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการประกาศศักดาว่า ต่อจากนี้จะไม่มีใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอได้อีก
ทว่าในขณะที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากคุณหญิงศิริพร แม่ยายผู้ไม่เคยยอมรับในตัวเขา
*[ถึงเวลาต้องจบเรื่องนี้เสียที แกคิดว่าซื้อร้านกระจอกๆ ได้แล้วฉันจะยอมรับแกงั้นเหรอ? พรุ่งนี้ฉันจะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวทายาทตระกูลดัง ถ้าแกไม่อยากให้ลินินต้องอับอายขายหน้าไปมากกว่านี้ ก็จงหย่ากับลูกสาวฉันซะ แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้า!]*
ธันวาอ่านข้อความนั้นแล้วเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับลินินที่มองดูหน้าจอด้วยมือที่สั่นเทา
“ไม่ต้องกังวลครับลินิน... พรุ่งนี้ฉันจะพาคุณไปร่วมงานเลี้ยงนั่น ในฐานะ ‘เจ้าของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ’ ให้พวกมันได้รู้ว่า... ใครกันแน่ที่สมควรจะต้องคุกเข่าขอร้อง!”
ท่ามกลางความสับสนและตื่นตะลึงของคนในร้าน ธันวาคว้ากุญแจรถจากกระเป๋าออกมา มือของเขาไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย เขากำลังจะก้าวข้ามผ่านกฎเกณฑ์เดิมๆ เพื่อสร้างอาณาจักรใหม่ที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
ขณะที่รถหรูเคลื่อนที่ออกจากหน้าตึก โทรศัพท์ของลินินก็สั่นรัวขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงชื่อ แต่เมื่อเธอกดรับ เสียงที่ปลายสายทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“คุณลินินคะ... ดิฉันคือทนายความของตระกูลคุณธันวา สิ่งที่คุณต้องรู้ในตอนนี้... คือการแต่งงานของคุณสองคนกำลังจะกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตระกูลใหญ่ต้องล่มสลายในคืนพรุ่งนี้ค่ะ”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแค้นที่งดงามของลินินและธันวานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 14
ของขวัญชิ้นแรก
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!