เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงในห้องประชุมใหญ่ ดังก้องกังวานจนทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดลงได้อย่างราบคาบ
คุณหญิงศิริพรสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวาบด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นอย่างไร้ที่ติบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นราคาแพงตวัดมองผู้กระทำการอุกอาจตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง มือที่สวมแหวนเพชรส่องประกายระยิบระยับสั่นระริกเล็กน้อยด้วยความโกรธ
"นี่คุณกล้าดียังไงถึงทำกิริยาต่ำทรามแบบนี้ใส่ฉัน! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร เป็นถึงใครในบริษัทแห่งนี้!" เสียงแหลมสูงตวัดกรีดแทงบรรยากาศในห้องประชุมจนแทบปริแตก คุณหญิงศิริพรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามใช้บารมีและอำนาจเก่าแกกดดันชายหนุ่มผู้มาใหม่
ทว่า... ธันวาไม่มีแม้แต่รอยยิ้มประจบประแจง หรือท่าทีหงิมๆ เหมือนอดีตลูกเขยที่เธอเคยจิกหัวใช้อย่างสนุกมืออีกต่อไปแล้ว
ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปรับกับเรือนร่างสง่างาม เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังนั่งจิบชาในยามบ่าย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดตามองอดีตแม่ยายที่กำลังดิ้นรนด้วยความตื่นตระหนก ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งที่พยายามจะขวางทางช้างสาร
"คุณเป็นใครในบริษัทนี้อย่างนั้นหรือครับ... อ้อ, ขออภัยค่ะ ดิฉันหมายถึง คุณหญิงศิริพรผู้ทรงเกียรติ" ธันวาจงใจเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเย็นชาบาดลึกจนคนฟังหนสันหลังวาบ "แต่เกรงว่า... นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ตำแหน่ง 'ประธานกรรมการบริหาร' และหุ้นทั้งหมดร้อยละสี่สิบที่คุณถือครองอยู่ จะไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นรอบโต๊ะประชุม บรรดาคณะกรรมการบริหารคนอื่นๆ ที่เคยนั่งนิ่งเป็นหุ่นเชิดต่างหันมามองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก บางคนถึงกับเบือนหน้าหนีไม่อยากสบตา เพราะรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังกวาดล้างทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง
คุณหญิงศิริพรหน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าสูบฉีดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตกใจระคนไม่อยากจะเชื่อ เธอหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างฝืนทอดทิ้งความเย่อหยิ่งไว้ไม่ได้ "เหลวไหล! แกมันก็แค่... ไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ลูกสาวฉันเพิ่งเตะส่งท้ายบ้านไป! หุ้นในมือฉันมีค่ามหาศาล แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกระดาษเช็ดชูในบริษัทนี้ด้วยซ้ำ อย่ามาอวดดีให้มากนักนะ!"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็เปิดผางออกอย่างไร้การเคารพสถานที่
ลินินก้าวเข้ามาในห้องด้วยส้นสูงคู่โปรด ท่าทางมั่นใจและสง่างาม รัศมีของความสำเร็จแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนทุกคนต้องหันไปมอง ในมือเรียวบางถือแท็บเล็ตเครื่องหรูที่หน้าจอกำลังแสดงกราฟตัวเลขและเอกสารทางกฎหมายฉบับล่าสุด
หญิงสาวส่งยิ้มบางๆ ให้ธันวา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความเชื่อมั่นอย่างล้นปรี่ ก่อนจะหันไปสบตากับมารดาบังเกิดเกล้าด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
"คุณแม่คะ..." ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าก้องกังวานฟังชัดเจนทุกถ้อยคำ "สิ่งที่ธันวาพูด... ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยแม้แต่น้อยค่ะ"
คุณหญิงศิริพรหันขวับไปมองลูกสาวแท้ๆ ของตนเอง ดวง เบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวและผิดหวังระคนกัน "ลินิน! นี่แก... แกกล้าเข้าข้างไอ้คนไร้ค่าคนนี้หรอกหรือ แก ลืมไปแล้วหรือไงว่ามันทำให้ตระกูลเราต้องขายหน้าแค่ไหน!"
"คนที่ขายหน้าและกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง... คือคุณแม่ต่างหากล่ะคะ" ลินินเดินเข้าไปยืนเคียงข้างธันวาอย่างสง่างาม มือเรียววางทับลงบนบ่ากว้างของชายหนุ่ม เป็นการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าเธอกับเขาคือเนื้อตัวเดียวกัน "บัญชีส่วนตัวของคุณแม่ถูกอายัดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อสามชั่วโมงก่อน และในส่วนของมติที่ประชุมวาระเร่งด่วนเมื่อเช้านี้..."
หญิงสาวแตะหน้าจอแท็บเล็ต ส่งเอกสารทางการเงินชุดสุดท้ายเข้าสู่ระบบโปรเจคเตอร์กลางห้องประชุมทันที
*พรึบ!*
ภาพบนจอขนาดใหญ่สว่างวาบ เผยให้เห็นรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่เข้าซื้อกิจการในสัดส่วนร้อยละหนึ่งร้อยเต็มอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และชื่อที่ปรากฏอยู่บนยอดพีระมิดแห่งอำนาจนั้น... ไม่ใช่ใครอื่น
'บริษัท โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด'
และผู้ถือหุ้นใหญ่สุดที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว...
คือชื่อของ **ธันวา**
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น สายตากวาดมองไปรอบห้องประชุมด้วยอำนาจที่ล้นเหลือจนไม่มีใครกล้าสบตา ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคุณหญิงศิริพรที่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ขาพาลจะอ่อนแรงลงไปกองกับพื้น
"เกมการแก้แค้นมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองครับ... คุณแม่ยาย" ธันวาโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างหูของหญิงสูงวัย น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก "ของขวัญชิ้นแรกที่ผมมอบให้... หวังว่าจะถูกใจคุณแม่ไม่น้อยนะครับ"
คุณหญิงศิริพรอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ มือที่สั่นเทาพยายามจะคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทว่า... หน้าจอกลับปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานขึ้นมาขัดขวางทุกการเคลื่อนไหว
*[บัญชีหลักทั้งหมดของคุณถูกโอนถ่ายสิทธิ์การควบคุมไปยังผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว - ไม่อนุญาตให้ทำธุรกรรมใดๆ ทั้งสิ้น]*
หญิงสาววัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมองอดีตลูกเขยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เป็นครั้งแรกที่เธอตระหนักว่า... เธอกำลังเล่นอยู่กับปีศาจที่เธอเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ
ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงเข้าสู่ห้องประชุมชั้นบนสุดก็เปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบห้องไว้ทุกด้าน... พร้อมด้วยชายชราท่าทางน่าเกรงขามผู้เป็นเจ้าของธนาคารพาณิชย์อันดับหนึ่งของประเทศ ที่ก้าวเข้ามาโค้งคำนับให้ธันวาอย่างนอบน้อมที่สุด!
"ท่านประธานครับ... ทางเราจัดการอายัดทรัพย์สินสำรองทั้งหมดของตระกูลศิริพรเสร็จสิ้นตามคำสั่งแล้วครับ จะให้เริ่มขั้นตอนการยึดทรัพย์จำนองเลยไหมครับ?"
ขอขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามจากรี้ดเดอร์ทุกคนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ•ตอนที่ 10
การแก้แค้นเพียงเสี้ยวหนึ่ง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ในเมื่อความรวยมันค้ำคอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!