กล่องของขวัญกำมะหยี่สีเลือดหมูใบนั้นยังวางเด่นเป็นสง່າอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใส สะท้อนเงาของความหวาดระแวงที่เกาะกุมหัวใจของเพียงขวัญจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าความกดดันจากภายนอกกลับเทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันทางกายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอในยามวิกาลเช่นนี้
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนระเบียงห้องพักชั้นบนสุด ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ—หนักแน่นและทรงอำนาจ โดยไม่ต้องเอ่ยปาก เพียงขวัญก็รู้ดีว่าเป็นใคร
คีย์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเธอราวกับเจ้าเข้าครองอาณาจักร ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ถอดเนกไทออกแล้ว ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อสีเข้มและแผงอกไหวระริกตามจังหวะหายใจ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนแผ่ซ่านเข้ามาจนอากาศรอบตัวราวกับเบาบางลง เขากวาดสายตานิ่งเรียบมาที่กล่องของขวัญบนโต๊ะ ก่อนจะมุมปากจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ
"ดูเหมือนคุณจะชอบของขวัญต้อนรับชิ้นนั้นนะ... ถึงได้นั่งจ้องมันจนลืมเวลา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนเพียงขวัญต้องขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
"ฉันไม่ได้..." เพียงขวัญพยายามจะปฏิเสธ แต่เสียงของเธอกลับเบาหวิวเกินกว่าจะกลบความสั่นไหวในแววตา
"ชูว์..." คีย์ยกนิ้วเรียวยาวขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม เขาก้าวเข้าประชิดทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "อย่าโกหกฉัน เพียงขวัญ... ฉันไม่ชอบคนโกหก และยิ่งเกลียดคนที่พยายามซ่อนความกลัวไว้ใต้รอยยิ้มจอมปลอม"
ฝ่าเท้าของเพียงขวัญชนเข้ากับขอบชั้นวางหนังสือด้านหลัง ไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มทาบทับลงมาจนพื้นที่รอบตัวแคบลงถนัดตา ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะผิวกายเธอจนร้อนผ่าว ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่เหนือซอกคอทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง
"คุณต้องการอะไรกันแน่คะคุณคีย์... ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องเข้ามาปั่นป่วนชีวิตฉันและครอบครัว" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ตัดสินใจเผชิญหน้าแม้ว่าขาจะสั่นเทาแค่ไหน แววตาคู่สวยฉายความดื้อรั้นที่หาญกล้า ซึ่งแทนที่จะทำให้เขาโกรธ มันกลับจุดประกายไฟบางอย่างในดวงตาสีเข้มคู่นั้นให้ลุกโชนขึ้น
คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธ (หรือความตื่นกลัวกันแน่?) "เพราะฉันเกลียดการถูกหักหลัง... และในอดีต แม่ของคุณก็เคยทำลายสิ่งที่ฉันรักที่สุดไป" เสียงกระซิบนั้นต่ำพร่า ราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกที่เต็มไปด้วยความแค้นฝังหึ"แต่ตอนนี้... สิ่งที่ฉันสนใจไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือตัวคุณ เพียงขวัญ"
จังหวะนั้นเอง ฝนฟ้าที่คะคานอยู่ด้านนอกก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงทำให้ไฟในห้องกระพริบวูบหนึ่งแล้วดับลง ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เหลือเพียงแสงสลัวจากไฟฉุกเฉินภายนอกอาคารที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกเงา
เพียงขวัญสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ร่างบางเซถลาไปชนกับแจกันเซรามิกราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างชั้นหนังสือ มันเอียงวูบและกำลังจะร่วงลงมาแตกกระจาย
"ระวัง!" คีย์คว้าเอวบางของเธอไว้ด้วยความรวดเร็วราวดับสายฟ้า ร่างของทั้งคู่ล้มไถลไปตามแรงเหวี่ยง ชนเข้ากับโซฟาตัวยาวกลางห้อง ร่างหนาตกลงทับร่างบางไว้ภายใต้ความมืดสลัว
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจก เพียงขวัญนอนแนบสนิทอยู่ใต้ร่างของมหาเศรษฐีหนุ่ม ลมหายใจของทั้งสองประสานกันเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่างทำให้รับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร่งของกันและกัน
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอยามที่แนบชิด ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายของคีย์ให้ตื่นขึ้น ฝ่ามือหนาที่เคยจับแต่ปากกาเซ็นเช็คหรือกุมอำนาจทางธุรกิจ บัดนี้กลับตรึงเอวคอดกิ่วของเธอไว้มั่น ราวกับกลัวว่าเหยื่อในอ้อมแขนจะหลุดลอยหายไป
"คุณคีย์... ปล่อยฉันค่ะ" เพียงขวัญกระซิบเสียงสั่น พยายามใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ยิ่งผลัก กลับยิ่งเหมือนเป็นการเชื้อเชิญให้เขายิ่งแนบชิดลงมามากกว่าเดิม
"ในสถานการณ์แบบนี้... คุณยังคิดจะไล่ฉันอีกหรือไง เพียงขวัญ" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้เธอสะท้านเยือกไปทั้งร่าง
คีย์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตาเขาในความมืด ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาววับราวกับสัตว์ป่าในยามล่าเหยื่อ ความเยือกเย็นทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่แผดเผาจนน่ากลัว
ริมฝีปากหยักลึกโน้มต่ำลงมาอย่างช้าๆ เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ ทว่าเพียงขวัญกลับสมองขาวโพลน ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ยามที่ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย มันไม่ใช่ความกลัว... แต่มันคือประกายไฟสวาทที่กำลังลุกโชนขึ้นอย่างยากจะต้านทาน
สัมผัสแรกที่ริมฝีปากหนาแตะลงบนกลีบปากนุ่มช่างอ่อนโยนราวกับจะหยั่งเชิง แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา มันก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและดุดันที่สูบ
วิญญาณและความคิดมีเหตุผลทั้งหมดของเธอให้หลุดลอย เพียงขวัญครางแผ่วในลำคอเมื่อมือใหญ่เริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลัง สัมผัสที่จาบจ้วงแต่เต็มไปด้วยเสน่หาอันชวนหลงใหลทำให้เธอเผลอจิกมือลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
ท่ามกลางไฟที่ดับสนิทและสายฝนที่โปรยปราย พันธะสเน่หาอันมืดมนกำลังถักทอพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันอย่างไร้ทางหลีกหนี
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะผสานเข้าหากันอย่างไร้การควบคุม เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านชั้นล่างก็ดังลั่นขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปังๆ และน้ำเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรน
"เพียงขวัญ! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้! ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน... มาร์คัสเอง!"
คำขอบคุณจากนักเขียน:
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - มิดไนท์คิส
พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 4
สัมผัสแรกแห่งเสน่หา
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!