เสียงทุบประตูปึงปังจากด้านนอกยังคงดังระรัว ราวกับจะพังบานไม้เนื้อแข็งเข้ามาให้ได้ในเสี้ยววินาทีนี้ น้ำเสียงห้าวห้วนเจือความหงุดหงิดของมาร์คัสดังก้องผ่านผนังห้องพักโรงแรมหรู เข้ามาสั่นประสาทของเพียงขวัญที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง
*“เพียงขวัญ! ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน... เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!”*
ทว่า ก่อนที่หญิงสาวจะได้ตัดสินใจว่าจะก้าวเท้าถอยหลังหรือเอื้อมมือไปบิดกลอน ประตูห้องนอนชั้นในก็ถูกเปิดออกด้วยมือของใครอีกคนอย่างเงียบเชียบ คีย์ก้าวออกมาจากความสลัวในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ไร้รอยยับย่นแม้แต่น้อย ความนิ่งสงบราวยอดภูเขาน้ำแข็งของเขาตัดกับเสียงโวยวายบ้าคลั่งด้านนอกอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเพียงขวัญตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดราตรีผ้าไหมสีแซฟไฟร์ที่เธอสวมใส่แนบเนื้อขับเน้นส่วนโค้งเว้าอย่างงดงาม ทว่ามันกำลังสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก
"กลัวเหรอคะ... หรืองecว่าห่วงว่าเขาจะรู้ว่าคุณอยู่กับฉัน?" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุพนุ่ม แฝงความเย้าแหย่ที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ เขาไม่ได้รีบร้อนไปเปิดประตูตามคำเรียกร้อง แຕ່กลับสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เปลือกตาคมกริมหรี่ลงเล็กน้อยยามที่โน้มใบหน้าลงมาจนกระซิบชิดใบหู "ถ้าคุณไม่อยากให้เสียงสุนัขข้างนอกนั่นเห่ารบกวนความสงบ... มีวิธีง่ายกว่าการไปเปิดประตูเยอะค่ะ"
เพียงขวัญสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมผู้ชายของคีย์โอบล้อมรอบตัวเธอไว้ จนแทบจะหลอมละลายความหวาดกลัวทั้งหมดให้มลายหายไป "คุณคีย์คะ... มาร์คัสกำลังคลั่ง ถ้าเขาเห็นเราอยู่ด้วยกันแบบนี้ แผนที่เราวางไว้..."
"แผนเหรอคะ?" คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนไปถึงแผ่นอกของเธอ นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธออย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่มันกลับทำให้ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "จำไว้นะคะเพียงขวัญ... ในเกมของฉัน ไม่มีคำว่า 'แผนพัง' มีแต่คำว่า 'เกมพลิก' ให้พวกเขาดิ้นรนกันไปเถอะค่ะ ยิ่งดิ้น... ก็ยิ่งติดกับดักที่ฉันขุดไว้ลึกขึ้นเท่านั้น"
พูดจบ เจ้าพ่อหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก็หันหลังเดินตรงไปยังประตูหน้า เขาไม่ได้เปิดในทันที แต่หยุดยืนนิ่งอยู่หลังบานไม้ ปล่อยให้มาร์คัสตะโกนและทุบทำลายความอดทนด้านนอกอยู่อีกเกือบนาทีเต็ม ก่อนที่มือหนาจะกระชากบานประตูเปิดออกอย่างกะทันหัน
ผลลัพธ์คือความเงียบกริบที่เข้าปกคลุมทันที มาร์คัสที่เงื้อมือเตรียมจะทุบซ้ำถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ ใบหน้าหล่อเหลาแบบลูกครึ่งที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความตะลึงงันจนแทบสิ้นฟอร์ม ดวงตาของนักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งเบิกกว้างเมื่อเห็นคีย์ยืนขวางทางเข้าอยู่เต็มกรอบประตู ในชุดสูททางการเต็มยศที่บ่งบอกว่าเขากำลังจะออกงานสำคัญ และที่สำคัญยิ่งกว่า... คือเงาร่างอรชรของเพียงขวัญที่ยืนอยู่เบื้องหลังแผ่นอกกว้างนั้น
"ค... คีย์?" มาร์คัสเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็วจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความระแวงสงสัย "แก... แกมาทำอะไรที่นี่? แล้วเพียงขวัญล่ะ..."
"ฉันก็อยู่กับคู่ควงของฉันน่ะสิคะ มาร์คัส" คีย์เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปกึ่งก้าว ดวงตาคมปลาบกวาดมองมาร์คัสตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเย้ยหยัน "หรือว่าห้องพักส่วนตัวของโรงแรมนี้ มันเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะตัวของนาย ถึงได้เที่ยวมาตะโกนโวยวายไร้มารยาทเหมือนคนขาดการอบรมแบบนี้"
เพียงขวัญก้าวออกมาจากด้านหลังของคีย์ เธอสูดลมหายใจลึก ยืดตัวขึ้นตรงอย่างสง่างาม ไม่หลบสายตาคุกรุ่นของมาร์คัสอีกต่อไป "คุณมาร์คัสคะ กรุณาให้เกียรติสถานที่และตัวฉันด้วยค่ะ เราไม่ได้มีสถานะอะไรที่จะต้องมารายงานความเคลื่อนไหวให้คุณทราบ"
มาร์คัสขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีสนิมคู่นั้นมองสลับระหว่างคีย์และเพียงขวัญด้วยความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสาธารณชน ข้อมูลที่เขามีระบุชัดเจนว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจนตรอกและอยู่ตัวคนเดียว ทำไม... ทำไมถึงกลายมาเป็นผู้หญิงข้างกายของคีย์ ธีรภัทรวณิชย์ ศัตรูตัวฉกาจที่เขาเกลียดชังที่สุดไปได้!
"เธอเล่นเกมนี้สินะ เพียงขวัญ..." มาร์คัสเค้นเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง "คิดว่ามีคีย์หนุนหลังแล้วจะรอดจากการยึดกิจการของครอบครัวเธอรึไง? ฝันไปเถอะ!"
"พอดีว่าฉันชอบทำความฝันให้เป็นจริงค่ะ" คีย์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง แต่กลับเย้ายวนและอันตรายถึงชีวิต มือหนาเลื่อนมาโอบกระชับเอวบางของเพียงขวัญไว้หลวมๆ แรงกดเบาๆ ที่ส่งผ่านเนื้อผ้าทำให้เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะยอมเอนกายแนบชิดตามเกมของเขาอย่างรู้หน้าที่ "และถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวไร้มารยาทแถวนี้... ฉันอาจจะต้องใช้วิธีทางกฎหมาย หรือไม่ก็วิธีของฉันเอง... เพื่อสั่งสอนให้นายรู้จักที่ต่ำที่สูงเสียหน่อย"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ มาร์คัสกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจ รู้ดีว่าในเวลานี้เขายังไม่พร้อมจะเปิดศึกปะทะกับคีย์ตรงๆ บนสังเวียนอำนาจ ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาให้เพียงขวัญเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายไปตามทางเดินพรมหนานุ่มของโรงแรม
เสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไปทำให้ความตึงเครียดในอากาศคลายตัวลงเล็กน้อย ทว่าเพียงขวัญกลับยังไม่กล้าหายใจแรง เมื่อตระหนักว่าอ้อมแขนที่โอบเอวเธออยู่นั้นไม่ได้คลายออกเลยแม้แต่น้อย
"เก่งมากค่ะ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ คีย์ก้มลงมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ประกายไฟบางอย่างในดวงตานั้นทำให้เพียงขวัญต้องรีบเบือนหน้าหนี "แต่เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นนะคะ เพียงขวัญ... คืนนี้ คุณต้องทำให้ทุกคนในงานสังคมคืนนี้เชื่อสนิทใจ ว่าคุณคือผู้หญิงคนเดียวที่เป็นเจ้าของคราณฑ์ ธีรภัทรวณิชย์"
รถยนต์หรูโรลส์-รอยซ์สีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าฮอลล์จัดงานกาล่าการกุศลประจำปี แสงแฟลชจากบรรดาสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตสาดส่องเข้ามาจนแทบแสบตา เสียงชัตเตอร์ดังระรัวราวกับพายุฝน ทว่าไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ภาพที่พวกเขาเฝ้ารอคอยจะสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้นได้มากเพียงใด
ประตูรถฝั่งซ้ายถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดสวมสูท ก่อนที่มือหนาภายใต้ถุงมือสีขาวจะยื่นออกมารับร่างอรชรในชุดราตรีสีแซฟไฟร์ของเพียงขวัญก้าวลงสู่พรมแดง
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีเมื่อคีย์ก้าวตามลงมาเคียงข้าง ร่างสูงสง่าในชุดทักซิโด้เอื้อมแขนออกมารับมือบางของเพียงขวัญให้สอดคล้องเข้ามาในข้อศอกของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ สัมผัสที่แนบแน่นและสายตาที่คีย์ใช้มองเธอมันเต็มไปด้วยความลุ่มหลงจนปิดไม่มิด สื่อมวลชนต่างกดชัตเตอร์กันรัวจนแสงแฟลชวับวาบจนน่าเวียนหัว
ข่าวลือเรื่องนักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชาไร้หัวใจ ปิดตายประตูหัวใจมาหลายปี กลับควงสาวสวยโนเนม (ในสายตาไฮโซ) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานสังคมชั้นสูง ทำเอาบรรดาเซเลบสาวๆ ในงานถึงกับหน้าถอดสี
เพียงขวัญก้าวเดินไปตามแสงแฟลชด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอยิ้มรับและก้มศีรษะให้กล้องตามมารยาทของดีไซเนอร์ที่เคยผ่านงานมาบ้าง แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป... มันคือการเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งอำนาจ ที่มีสายตาของมาร์คัสซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าห้องจัดเลี้ยงกำลังจ้องมองมาด้วยความริษยาและแค้นเคือง
คีย์รับรู้ได้ถึงอาการสั่นน้อยๆ ที่ปลายนิ้วของเธอที่เกาะอยู่บนแขน เขาจึงกระชับมือทับลงไปเบาๆ พร้อมกับโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่
"จำไว้นะคะ... แค่นิ่งและยิ้มไว้ ส่วนเกมที่เหลือ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน"
ทั้งคู่ก้าวผ่านประตูบานใหญ่เข้าสู่โถงจัดเลี้ยงหรูหราอลังการ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ ทว่าสายตานับร้อยคู่ภายในงานกลับพากันหันมาจับจ้องที่พวกเขาเป็นตาเดียว เพียงขวัญกวาดสายตามองไปรอบๆ ฮอลล์ด้วยความรู้สึกระแวดระวัง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะต้องชะงักกึก เมื่อปะทะเข้ากับร่างของหญิงสูงวัยผู้หนึ่งที่ยืนโดดเด่นอยู่ตรงมุมห้อง
สตรีในชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองคำขาว แม้จะมีอายุมากแล้วแต่โครงหน้ายังคงความงดงามและทรงอำนาจ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่เพียงขวัญและคีย์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากของท่านกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันที
เพียงขวัญจำผู้หญิงคนนั้นได้ทันทีจากข่าวสังคม... ท่านคือ "คุณหญิงกานดา" มารดาผู้ทรงอิทธิพลของคีย์ และเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่เคยยื่นคำขาดให้เธอ "ไินไกลจากลูกชายของท่าน" เมื่อสามปีก่อน!
...และในวินาทีนั้นเองที่คุณหญิงกานดาก็ก้าวตรงเข้ามาหาพวกเขาท่ามกลางความเงียบงันของแขกเหรื่อทั้งงาน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเพียงขวัญแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง...
"พาผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้มาเปิดตัว... แกกล้าดียังไง คราณฑ์!"
---
*ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเกมเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - มิดไนท์คิส*
พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 5
เกมที่เริ่มเดาทางไม่ได้
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!