แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมหนานุ่ม เสียงกระดาษกระจายตัวปะปนไปกับความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัวของคีย์ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบเพียงครึ่งใบหน้าของชายหนุ่ม เงาสะท้อนในดวงตาคมกริบนั้นว่างเปล่าจนน่าใจหาย
เพียงขวัญยืนตัวแข็งค้างอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือเรียวที่เพิ่งเอื้อมไปหยิบเอกสารสำหรับเซ็นอนุมัติโครงการยังคงค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจ ไม่ใช่เพราะความเกรี้ยวกราดที่มักพบเจอจากเขา ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเธอกลับเป็นความเปราะบางอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่ทรงอิทธิพลและเยือกเย็นที่สุดคนหนึ่งในวงการ
บนหน้ากระดาษที่หลุดร่วงออกมาจากแฟ้ม เป็นภาพถ่ายเก่าใบหนึ่ง... ภาพของเด็กชายอายุราวสิบขวบยืนอยู่ท่ามกลางกองเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำบ้านไม้หลังใหญ่ ด้านข้างมีเงาร่างของชายวัยกลางคนผู้เป็นบิดากำลังหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ใยดี พร้อมกับตัวเลขจำนวนมหาศาลในเอกสารทางกฎหมายที่ระบุถึงการ ‘ละทิ้ง’ และ ‘การทรยศหักหลัง’ จากคนที่ไว้ใจที่สุด
“คุณคีย์...” เพียงขวัญกระซิบเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะไปสะกิดแผลเป็นที่ยังคงสดใหม่ในใจของชายหนุ่ม
คีย์ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง ไหล่กว้างไหวริกเล็กน้อยก่อนที่ปลายนิ้วหนาจะยกขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างแรง ราวกับพยายามกดความทรงจำอันเจ็บปวดให้กลับลงไปในหลุมพรางแห่งกาลเวลา ทว่าความสั่นเทาเล็กๆ ที่มุมปากของเขานั้น... ไม่สามารถซ่อนเร้นจากสายตาที่อ่อนโยนของหญิงสาวได้เลย
“เก็บมันขึ้นมา แล้วออกไปซะ เพียงขวัญ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งพลังอำนาจดังเช่นทุกครั้ง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้มลงเก็บเอกสารและภาพถ่ายใบนั้นด้วยความทะนุถนอม ราวกับกำลังเก็บเศษแก้วที่แหลกสลาย แทนที่จะถอยหลังเดินหนีออกไปตามคำสั่ง เธอกลับตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวนั้นอีกนิด ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเขา
“บางครั้ง... การแบกรับอดีตไว้คนเดียว มันไม่ได้ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นหรอกนะคะ” น้ำเสียงของเธอหวานละมุนและเจือไปด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง ไม่มีร่องรอยของการเสแสร้งหรือความอยากรู้อยากเห็น
คีย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมดุคู่นั้นตวัดมองเธออย่างไม่พอใจในคราแรก ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความเข้าใจและความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง กำแพงน้ำแข็งที่เขาใช้ปกป้องตัวเองมาตลอดหลายปีกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความโกรธเกรี้ยวที่ควรจะปะทุขึ้นกลับถูกแทนที่ด้วยความโหยหาอันน่าประหลาด
“เธอรู้อะไร เพียงขวัญ...” เขาเค้นเสียงหัวเราะเยาะหยันตัวเอง ทว่ามันช่างน่าเวทนาเหลือเกิน “โลกใบนี้ไม่มีใครรอดพ้นจากการถูกหักหลังได้หรอก... คนที่เรารักที่สุด มักจะเป็นคนที่มีมีดคมที่สุดไว้คอยแทงข้างหลังเสมอ”
“แต่มันก็ไม่ได้แปลว่า ทุกคนบนโลกนี้จะเหมือนกับคนที่ทำร้ายคุณในอดีตเสียหน่อยนี่คะ” เพียงขวัญโต้แย้งเบาๆ แต่หนักแน่น เธอยื่นมือออกไปช้าๆ วางทับลงบนหลังมือหนาที่กำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปーンของเขา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอทำให้คีย์สะดุ้งเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้สะบัดหนี
“คุณอาจจะมองว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตคุณเพราะผลประโยชน์... เป็นคนที่คุณใช้พันธะสัญญาทางธุรกิจมาผูกมัดไว้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณเลยนะคะ คีย์”
คำพูดนั้นราวกับค้อนที่ทุบลงกลางใจของชายหนุ่ม คีย์จ้องมองใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยความจริงใจ หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายกลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายกำลังก่อตัวขึ้นในอก ร้อนรุ่ม ยิ่งใหญ่ และพร้อมจะแผดเผาทุกเหตุผลที่เขามี
เขากระชากมือออกจากการกุมของเธอชั่วขณะ เพียงขวัญใจหายวาบคิดว่าเธอคงล้ำเส้นเกินไปเสียแล้ว ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา คีย์กลับคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรง แรงดึงนั้นทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความกำหนัดเร่าร้อนตามแบบฉบับของเจ้าพ่อหนุ่มโอบล้อมเธอไว้จนแทบสิ้นสột
“เธอชักจะกล้าเกินไปแล้วนะ เพียงขวัญ” คีย์กระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้ว Nuan ของเธอ ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทาน “เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ... และฉันก็ไม่ใช่คนใจดีพอที่จะปล่อยให้ใครมาลูบคมแล้วเดินหนีไปได้ง่ายๆ”
“ฉันไม่ได้ลูบคม... ฉันแค่... อื้อ”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี บดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความโหยหาและอารมณ์ที่พลุ่งพล่านราวกับพายุฝน การจูบครั้งนี้ไม่ใช่การลงทัณฑ์เหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความเว้าวอน ความเจ็บปวดที่ถูกปลดปล่อย และความลึกซึ้งที่ดึงเอาสติสัมปชัญญะของเพียงขวัญให้หลุดลอยไป เธอพยายามจะทท้วงด้วยเรียวแขนที่ดันอกเขาไว้ แต่รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวกันกลับทำให้เข่าของเธอนิ่มยวบ จนต้องโน้มตัวเข้าหาและปล่อยให้เขาเป็นผู้ชี้นำทุกความรู้สึก
มือหนาเลื่อนขึ้นโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น นิ้วเรียวสอดเข้ากับเส้นผมยาวสลวยเพื่อล็อกองศาให้รับรสจูบได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความอบอุ่นจากร่างกายของเขากำลังละลายน้ำแข็งในใจเธอทีละน้อย ความเห็นอกเห็นใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงที่ยากจะถอนตัว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันมหาศาล เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ก็ทำลายภวังค์ความหวานนั้นลงทันที
“คุณคีย์ครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” เสียงร้อนรนของเลขาหนุ่มหน้าห้องดังทะลุบานประตูเข้ามา “ทางด้าน ‘มาร์คัส เลวิส’ ส่งเอกสารด่วนที่สุดมาถึงคุณ... เขาเพิ่งกว้านซื้อหุ้นล็อตใหญ่ที่สุดของบริษัทคุณแม่คุณเพียงขวัญไปได้สำเร็จเมื่อห้านาทีที่แล้วครับ!”
ร่างของเพียงขวัญแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก คีย์ผละริมฝีปากออกจากเธอช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววอำมหิตขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที ทว่ามันไม่ใช่ความโกรธที่มีต่อเธอ แต่เป็นประกายไฟแห่งสงครามที่พร้อมจะเผาผลาญศัตรูให้เป็นจุล
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกและหัวใจของตัวละครด้วยกันนะคะ มิดไนท์คิส
พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 6
รอยร้าวในอดีต
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!