พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 7

พายุอารมณ์

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นอายของแชมเปญชั้นดีและดอกไม้เมืองหนาวที่ประดับประดาอยู่ทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหรา กลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบกายของเพียงขวัญผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ร่างบางในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตแนบเนื้อกำลังยืนตัวเกร็งอยู่ตรงมุมหนึ่งของระเบียงกระจกใส ที่ซึ่งเสียงเพลงบรรเลงบรรยากาศคลาสสิกถูกกลบด้วยเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก เหตุการณ์ในห้องพักรับรองเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด ความร้อนผ่าวจากริมฝีปากของคีย์ และแววตาอำมหิตที่เขามีต่อ ‘ชื่อ’ นั้น ทำให้เธอยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณเพียงขวัญที่นี่... ดูสวยสะดุดตาจนผมเกือบจำไม่ได้เลยทีเดียว" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นใกล้ๆ ทำให้เพียงขวัญสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปมองและพบกับร่างสูงโปรดักชันเนี๊ยบของ มาร์คัส เลวิส ชายหนุ่มลูกครึ่งเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าจัดที่พ่วงตำแหน่งคู่แข่งคนสำคัญทางธุรกิจของคีย์ เขากำลังส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ พร้อมกับแก้วแชมเปญในมือที่ถูกยกขึ้นทักทายอย่างเป็นกันเอง "คุณมาร์คัส..." เพียงขวัญฝืนยิ้มบางๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "ขวัญนึกว่าคุณจะไม่มาร่วมงานการกุศลคืนนี้เสียอีกค่ะ" "งานสำคัญระดับนี้ มีหรือที่ผมจะพลาด... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าผมรู้ล่วงหน้าว่าจะมีโอกาสได้ยืนสนทนากับดีไซเนอร์สาวฝีมือเยี่ยมอย่างคุณ" มาร์คัสขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างที่ลดลงอย่างจงใจทำให้หญิงสาวต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับราวระเบียงกระจกเข้าเสียแล้ว "เรื่องโปรเจกต์รีสอร์ทที่ผมเคยเสนอไป... คุณเพียงขวัญลองเก็บไปพิจารณาใหม่อีกสักรอบดีไหมครับ? ผมมั่นใจว่าข้อเสนอของเราจะช่วยกอบกู้สถานการณ์ของบริษัทคุณได้ในพริบตา" มาร์คัสโน้มตัวลงมาเล็กน้อย มือหนายื่นเข้ามาใกล้เพื่อจะแตะลงบนท่อนแขนเปลือยเปล่าของเธอเพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจ เพล้ง! เสียงแก้วแชมเปญในมือใครบางคนกระทบกันอย่างรุนแรงจนแตกกระจาย ตามมาด้วยเศษแก้วและของเหลวสีอำพันที่กระเด็นลงบนพื้นพรมราคาแพง บรรยากาศรอบข้างที่เคยพูดคุยกันอย่างรื่นรมย์เงียบกริบลงในทันที แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากความมืดสลัวตรงมุมเสา เพียงขวัญหันขวับไปมองด้วยความตกใจ และลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดชะงัก คีย์ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทดูราวกับมัจจุราชที่ก้าวออกมาจากขุมนรก นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าลึก ภายในกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า มือหนาข้างหนึ่งยังคงถือแก้วแชมเปญที่เหลือเพียงก้านแก้วแหลมคม ขณะที่อีกข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ดูเหมือนว่าฉันจะมารบกวนเวลาอันแสนหวานของพวกคุณสินะ" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และกดดันจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว มาร์คัสชักมือกลับช้าๆ เขายืดตัวตรงขึ้นสู้สายตาด้วยรอยยิ้มท้าทายตามประสาคนไม่ยอมแพ้ "อ้าว... ท่านประธานคราณฑ์ ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่มุมนี้ครับ นึกว่ากำลังยุ่งอยู่กับการดูแลแขกเหรื่อคนอื่นเสียอีก" "ฉันจะอยู่ที่ไหน หรือดูแลใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจ... มาร์คัส" คีย์เน้นเสียงหนักหน่วงในคำสุดท้าย ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "แต่ถ้าจำไม่ผิด พื้นที่ตรงนี้มันเป็นเขตรับผิดชอบของทางบริษัทฉัน การที่คุณมารุ่มร่ามกับ ‘คนของฉัน’ แบบนี้ มันดูจะไร้มารยาทไปหน่อยนะ" คำว่า *‘คนของฉัน’* กระแทกเข้ากลางใจของเพียงขวัญอย่างจัง เลือดในกายของเธอสูบฉีดจนร้อนผ่าว ความหวาดหวั่นแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจเมื่อเห็นรังสีแห่งการฆ่าฟันแผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มทั้งสอง มาร์คัสหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีฟ้าคมกริบเหลือบมองเพียงขวัญแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตาคีย์ตรงๆ "คนของคุณเหรอครับ? เท่าที่ผมทราบ คุณเพียงขวัญเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และเธอก็มีอิสระพอที่จะพูดคุยกับใครก็ได้... หรือว่าคุณคีย์กำลังหวาดระแวงอะไรบางอย่างอยู่?" บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบจะใช้มือตัดได้ สายตาของแขกเหรื่อในงานเริ่มเหลือบมองมาที่จุดเกิดเหตุเป็นตาเดียว ไม่มีใครกล้าเข้ามาสอดมือยุ่งกับสงครามประสาทครั้งนี้ คีย์ไม่ตอบคำถามนั้น รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าคมคายหายวับไป แทนที่ด้วยความดุดันและอำมหิต เขาหยุดยืนประชิดตัวเพียงขวัญ รัศมีกดดันจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านจนหญิงสาวแทบจะกลืนกินลมหายใจของตัวเอง มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของเพียงขวัญเอาไว้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เจ็บ แต่กลับนุ่มนวลพอที่จะไม่ให้เธอบาดเจ็บจากการกระชากนั้น "กลับห้องพัก" คีย์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย "แต่... แต่ขวัญยัง..." เพียงขวัญพยายามจะแย้ง เพราะเธอยังมีแขกผู้ใหญ่ที่ต้องไปทักทายตามมารยาท "ฉันบอกให้กลับ!" คีย์หันมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและพายุอารมณ์ที่ปะทุขึ้นจนปิดไม่มิด มันคือความโกรธที่ผสมปนเปกับความหวาดกลัวลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา "อย่าลองดีกับฉันตอนนี้ เพียงขวัญ... เธอรู้อยู่แก่ใจว่าฉันเกลียดการถูกขัดคำสั่งมากแค่ไหน" มาร์คัสขยับตัวทำท่าจะก้าวเข้ามาขวาง "เดี๋ยวก่อนคุณคีย์ อย่าใช้วิธีป่าเถื่อนกับ..." พั๊บ! ก่อนที่มาร์คัสจะพูดจบ คีย์ก็ใช้มือข้างที่ว่างคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายด้วยความเร็วแสง ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่แทบจะระเบิดออกมา "ถ้าแกยังไม่อยากกระดูกหักคาที่นี่ ก็หุบปากแล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ!" เพียงขวัญหวีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ เธอใช้สองมือพยายามย้อมยื้อแขนแกร่งของคีย์ไว้ "คีย์! พอเถอะค่ะ! อย่าทำแบบนี้ในงานเลย ขร้องล่ะ..." เสียงอ้อนวอนสั่นเครือของเธอเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่ราดรดลงบนกองเพลิง แม้คีย์จะยังไม่คลายมือออกจากคอเสื้อของมาร์คัสในทันที แต่เขาก็ยอมผ่อนแรงลงเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มหันกลับมามองใบหน้าหวานที่เปื้อนหยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งหวงแหน และโกรธเกรี้ยว มาร์คัสยิ้มเยาะแม้จะอยู่ในสภาพเสียเปรียบ เขาปัดมือของคีย์ออกเบาๆ จัดคอเสื้อให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของพระเอกหนุ่มด้วยเสียงที่เบาพอจะได้ยินกันแค่สองคน "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะคีย์... ของรักของหวงชิ้นนี้ ถ้าคุณเผลอเมื่อไหร่ มันอาจจะหลุดมือไปอยู่ในกำมือของคนอื่น... เหมือนกับ ‘เรื่องในอดีต’ นั้นยังไงล่ะ" สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงของคีย์ก็แข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความมืดมนระดับขีดสุดจะแผ่ขยายเข้ามาแทนที่ประกายไฟแห่งความหึงหวง เพียงขวัญสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของคีย์ หัวใจของเธอกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจที่เลวร้ายที่สุด มาร์คัสถอยหลังออกไปพร้อมกับรอยยิ้มผู้ชนะทิ้งทวน ก่อนจะหันหลังเดินหายฝูงชนไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้คีย์ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานเกินกว่าจะควบคุม คีย์ค่อยๆ หันกลับมามองเพียงขวัญ ช้าๆ... ทว่าแววตาที่มองมาในเสี้ยววินาทีนั้น ไม่ใช่สายตาของคนที่กำลังหึงหวงอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือแววตาของนักล่าที่เพิ่งค้นพบว่าเหยื่อในกำมือ... กำลังเล่นตลกอะไรบางอย่างลับหลังเขา "มาร์คัส... มันรู้อะไรมา?" คีย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นเยียบยิ่งกว่าลมหนาวในฤดูเหมันต์ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับแก้มเนียนของเธอ "ตอบฉันมา เพียงขวัญ... ว่าเธอกับมัน... มีความลับอะไรที่ฉันยังไม่รู้?!" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%