เสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกดัง *คลิก*... ตามด้วยแรงบิดลูกบิดที่มาพร้อมกับความเงียบสงัดของค่ำคืน ทำให้เพียงขวัญที่ยืนอยู่กลางห้องครัวถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบจนแทบจะร่วงลงไปกองที่ตาตุ่ม
ไม่ใช่เสียงของคีย์...
เพราะรหัสผ่านดิจิทัลล๊อกหน้าบ้านเพิ่งถูกกดปลดล็อกด้วยความคุ้นชิน ราวกับเจ้าของนิ้วมือนั้นเป็นผู้สร้างระบบขึ้นมาเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจในยามวิกาลเช่นนี้... กำลังบอกชัดเจนว่า ใครบางคนผู้ไม่ได้รับเชิญกำลังล,ุกล้ำเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของคราณฑ์ ธีรภัทรวณิชย์
เพียงขวัญก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวัง มือเรียวบางกำแก้วน้ำในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกขณะมองไปยังประตูห้องโถงมืดสลัว บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงถนัดตา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยให้เธอหาที่ซ่อนตัว แต่ทว่า... ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มที่เพิ่งเดินเลี้ยวเข้ามา กลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกยิ่งกว่าเดิม
ไม่ใช่คนแปลกหน้า... แต่เป็นบุคคลที่อันตรายยิ่งกว่า
"มาร์คัส..."
เสียงหวานพึมพำลอดไรฟันด้วยความตกใจ เมื่อร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจลูกครึ่งผู้เป็นคู่อริตัวฉกาจของคีย์ปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงไฟสลัวจากโคมไฟทางเดิน ดวงตาสสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องรับแขก ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของเธอในชุดนอนผ้าไหมพลิ้วไหว
มุมปากของมาร์คัสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคลือบด้วยพิษร้ายและความเจ้าเล่ห์ ราวกับห่านป่าที่กำลังมองเหยื่ออันโอชะติดกับดัก
"โอ้... ดูเหมือนผมจะมาเยือนถูกเวลาเสียจริง" มาร์คัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ไม่คิดเลยว่าคนอย่างคีย์ ธีรภัทรวณิชย์ จะซ่อนของล้ำค่าเอาไว้ในรังส่วนตัว... และที่น่าแปลกใจกว่านั้น คือคุณมาเดินลอยชายอยู่ในบ้านเขาได้อย่างไร เพียงขวัญ"
"คุณเข้ามาได้อย่างไร... นี่มันบ้านส่วนตัว ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!" เพียงขวัญเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความกลัวในน้ำเสียง แม้ว่าขาเรียวจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่ไหว เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว
มาร์คัสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าขนลุก เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมกับน้ำหอมผู้ชายลอยปะทะจมูก "รหัสผ่านบ้านหลังนี้... เปลี่ยนมากี่ครั้ง มาร์คัสคนนี้ก็รู้ทันคีย์เสมอแหละน่า ขวัญตา... คุณนี่ช่างอ่อนต่อโลกเสียจริง คิดว่าผู้ชายเย็นชาอย่างมันจะปกป้องคุณได้งั้นเหรอ? หรือว่า... คุณเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องบริษัทใกล้เจ๊งของแม่คุณกันแน่?"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามพุ่งตรงเข้ากระแทกใจกลางความรู้สึกของเพียงขวัญอย่างจัง ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาแทนที่ความกลัว เธอยืดตัวตรง จ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาแข็งกรวด "อย่าเอาความคิดสกปรกของคุณมาตัดสินคนอื่น ถอยไปนะ!"
"ถ้าผมไม่ถอยล่ะ..." มาร์คัสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้มเนียน "มาอยู่กับผมเธอน่าจะได้ผลประโยชน์มากกว่าการเป็นนกน้อยในกรงทองของมันนะ เพียงขวัญ... คีย์มันไม่มีหัวใจหรอก มันมีแต่ความแค้น!"
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวบางฟาดลงบนแก้มสากของมาร์คัสเต็มแรง แรงปะทะทำให้หน้าของเขาหันไปตามแรงเหวี่ยง ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนที่มาร์คัสจะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่น่ากลัวกว่าเดิม มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธอทันที บีบแน่นจนเพียงขวัญนิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ฤทธิ์เยอะนักนะ!" มาร์คัสเค้นเสียงลอดไรฟัน มืออีกข้างเตรียมเอื้อมไปคว้าคางอิ่มเพื่อบังคับให้เธอเงยหน้ามารับจูบลงทัณฑ์
ทว่า...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องนอนใหญ่ชั้นบนถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง ตามด้วยฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งลงบันไดมาด้วยความเร็วสูงราวกับพายุคลั่ง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งคฤหาสน์ในชั่วพริบตา จนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"มาร์คัส!"
เสียงคำรามต่ำต้อยรอดไรฟันของคีย์ดังขึ้น ราวกับราชสีห์หนุ่มที่กำลังถูกล้ำอาณาเขต ดวงตาคมกริบสีดำสนิทวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงความโกรธขั้นขีดสุดที่กำลังระเบิดออก เขาไม่ได้สวมเสื้อสูท แต่สวมเพียงเสื้อเชิร์ตสีดำที่ปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักเลือนราง ดูดิบเถื่อนและอันตรายยิ่งกว่าทุกครั้ง
มาร์คัสชะงักมือที่กำลังจะแตะต้องเนื้อตัวเพียงขวัญ เขายอมปล่อยข้อมือหญิงสาวให้เป็นอิสระช้าๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้านด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้า
"ใจเย็นน่า คีย์... ฉันแค่แวะมาทักทาย 'เด็กใหม่' ของนายเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะหวงออกนอกหน้าขนาดนี้" มาร์คัสเอ่ยเย้าแหย่โดยไม่เกรงกลัวรังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาประชิด
คีย์ไม่พูดพร่ำทำเพลง หมัดหนาหนักราวกับค้อนเหล็กก็พุ่งเข้าเสยเข้าที่คางของมาร์คัสอย่างเต็มแรง จนร่างสูงใหญ่ของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญเซถลาไปชนกับตู้โชว์กระจกด้านข้าง เสียงแก้วแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว
"อย่ามาแตะต้องคนของฉัน!" คีย์ประกาศกร้าว น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก แต่แฝงไปด้วยความเดือดดาลที่พร้อมจะฉีกศัตรูเป็นชิ้นๆ เขากระชากคอเสื้อสูทของมาร์คัสให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง พร้อมกับง้างหมัดเตรียมซัดลงไปซ้ำ
"คีย์! พอเถอะค่ะ!"
เสียงหวานเอ่ยห้ามอย่างตกใจ พร้อมกับมือเรียวบางที่เอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งที่กำลังเกร็งแน่นของชายหนุ่ม สัมผัสอุ่นๆ จากเธอนี่เองที่ทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังครอบงำคีย์ชะงักงันลงชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำด้วยความโกรธหันกลับมามองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเป็นห่วงเป็นใย
ความนุ่มนวลจากปลายนิ้วของเธอ ค่อยๆ หลอมละลายน้ำแข็งในใจของเขาลงอย่างน่าประหลาด คีย์ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก เขายอมปล่อยมือจากคอเสื้อของมาร์คัสช้าๆ แต่สายตายังคงจดจ้องศัตรูคู่อาฆาตด้วยความอาฆาตมาดร้าย
มาร์คัสยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปากเล็กน้อย หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "หึ... หวงขนาดนี้เชียวหรือวะ คีย์? ระวังเถอะ... ของรักที่นายพยายามปกป้องนักหนา อาจจะไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่นายคิดหรอก!"
พูดจบ มาร์คัสก็ก้าวเดินผ่านร่างทั้งสองออกไปทางประตูหน้าบ้านอย่างไม่ยیرหยัน ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่คุกรุ่นและอึดอัดภายในบ้าน
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวอีกครั้ง เพียงขวัญยืนตัวสั่นเทา ก้มหน้ามองพื้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เมื่อครู่ และรู้สึกผิดที่ตนเองกลายเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวาย เธอนิ่งเงียบ รอคอยการระเบิดอารมณ์จากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพราะคิดว่าเขาคงจะโกรธที่เธอปล่อยให้คนนอกเข้ามาในยามวิกาลแบบนี้
แต่ทว่า... ไม่มีเสียงด่าทอ ไม่มีคำต่อว่าใดๆ
คีย์หันกลับมามองร่างบางที่ห่อไหล่ด้วยความหวาดกลัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นลึกในใจ ร่างสูงก้าวเข้าไปหาเธออย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือข้างที่เพิ่งถูกมาร์คัสบีบจนขึ้นรอยแดงมาพลิกดูด้วยความเบามือ
"เจ็บไหม..." น้ำเสียงที่เอמהถามไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่เธอคิด กลับทุ้มนุ่มและเจือความอ่อนโยนเอาไว้อย่างเหลือเชื่อ จนเพียงขวัญต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
ดวงตากลมโตชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ช้อนขึ้นมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา รอยยิ้มบางเบาที่มักจะปรากฏบนใบหน้าหวานในยามที่เธอเริ่มปรับตัวเข้ากับเขาได้ดีในยามปกติ ตอนนี้มันกลับสะท้อนความรู้สึกซาบซึ้งและโล่งอกออกมาอย่างชัดเจน
รอยยิ้มที่คีย์เริ่มเสพติด... รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเริ่มกลับมาเต้นแรงอีกครั้งในรอบหลายปี
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยรอยแดงที่ข้อมือของเธอเบาๆ ราวกับต้องการปลอบประโลม ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาเช็ดหยดน้ำตาที่ปริ่มๆ อยู่ที่หางตาให้อย่างทะนุถนอม สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
"ต่อไปนี้... อย่าอยู่ห่างจากฉันเข้าใจไหม ขวัญตา" เขาเอמהกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก อุณหภูมิรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ
เพียงขวัญพยักหน้ารับเบาๆ หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าของเขาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลงจนแทบไม่มีที่ว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ความหวานล้ำกำลังจะเข้าครอบงำทั้งคู่ในค่ำคืนอันตรายนี้
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะสัมผัสกัน เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคีย์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาอย่างขัดจังหวะ!
คีย์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขายังคงไม่ละสายตาจากริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เพียงแค่เหลือบเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที
ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองหน้าเพียงขวัญด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... แววตาที่เต็มไปด้วยความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกเธอมาก่อนเลยสักครั้ง
"มิดไนท์คิส" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์เสน่หานี้ด้วยกันนะคะ
พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 9
รอยยิ้มที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!