พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 12

กำแพงใจที่เริ่มพังทลาย

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กระดาษในซองเอกสารสีน้ำตาลถูกดึงออกมา เผยให้เห็นตัวหนังสือพิมพ์ดีดที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แต่มันกลับเป็นอักษรพิพากษาที่พร้อมจะบดขยี้ความสัมพันธ์อันเปราะบางของพวกเขาทั้งคู่ให้แหลกละเอียดในพริบตาเดียว เพียงขวัญแทบไม่กล้าหายใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำจนจุกอยู่ที่ลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกยามมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคีย์ที่นิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นหินสลักจากช่างฝีมือผู้ไร้หัวใจ ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราหลังนั้นยาวนานเสียจนน่าอึดอัด ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา แม้กระทั่งทนายความส่วนตัวของเขาเองก็ยังต้องรีบขอตัวถอยร่นออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียง ปล่อยให้ความกดดันมหาศาลโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ลำพัง "คุณคีย์คะ..." เสียงของเพียงขวัญสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ เรียวปากอิบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนซีดเซียว "ถ้าเอกสารนั่น... มันทำให้คุณคิดว่าฉันกับมาร์คัสร่วมมือกันเพื่อ..." พรึบ! ร่างสูงใหญ่ของคราณฑ์ขยับไวกว่าความคิด เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่กลับคว้าข้อมือเล็กของเธอแล้วออกแรงดึงให้ก้าวตามออกจากห้องทำงานนั้นทันที แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดและไม่อินังขังขอบต่อคำปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น เพียงขวัญเซถลาตามแรงฉุดด้วยความตกใจ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเพราะความกลัว ปะปนกับความสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก รถยนต์สปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากอาคารใจกลางเมืองด้วยความเร็วสูง ทิวทัศน์สองข้างทางเบลอไหวกลายเป็นเส้นสายสีเทายามเมื่อยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงราวกับถูกไฟแผดเผา แต่ภายในห้องโดยสารกลับเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศและบรรยากาศที่เงียบงันจนน่ากลัว เพียงขวัญทำได้เพียงนั่งตัวลีบ มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขากำพวงมาลัยแน่นเสียจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาตลอดการเดินทางเกือบสองชั่วโมง จนกระทั่งรถยนต์คันหรูเบรกตัวลงอย่างนุ่มนวลหน้าทางเข้าเขตพื้นที่ชนบทแถบชานเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยแนวป่าสนและขุนเขา ทัศนียภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนจากความวุ่นวายของเมืองกรุงเป็นความสงบเงียบวังเวง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดสนและกลิ่นอายดินชื้นยามค่ำคืนที่โชยเข้ามาผ่านกระจกที่ลดลงครึ่งหนึ่ง คีย์ดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยพิษสง หากแต่มันคือความเวิ้งว้างที่ซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ "ลงมาสิครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก แววตาคมกริบที่หันมามองเธอนั้นไม่มีร่องรอยของความเกรี้ยวกราดเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนล้าที่ยากจะปิดมิด "ฉันอยากให้เธอเห็น... ที่ที่ฉันไม่เคยพาใครเหยียบย่างเข้ามาเลยสักคนเดียว" เพียงขวัญกะพริบตาปริบๆ ความลังเลฉายชัดบนใบหน้า แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาคู่นั้น เธอก็พบว่าตัวเองปฏิเสธผู้ชายคนนี้ไม่เคยได้เลยสักครั้ง เรียวขาเรียว้าวุ่นก้าวลงจากรถ สัมผัสแรกคือความเย็นเยียบของอากาศที่ปะทะผิวเนื้อจนต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบาๆ คีย์ถอดเสื้อสูทเนื้อดีของตนออกอย่างไร้ความเสียดาย ก่อนจะนำมาคลุมไหล่บางให้กับเธอ ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจที่เคยเต้นรัวระทึกค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด เขาพาเธอเดินลัดเลาะผ่านแนวป่าสนเตี้ยๆ ตามทางเดินดินที่ปกคลุมด้วยใบสนแห้งกรอบ จนกระทั่งทะลุออกไปยังพื้นที่โล่งกว้างริมหน้าผาเตี้ยๆ ที่มองเห็นทัศนียภาพของทะเลสาบขนาดใหญ่สะท้อนแสงดาวระยิบระยับเบื้องล่าง และที่ตรงนั้น... มีซากปรักหักพังของบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ ที่ถูกไฟไหม้เกรียมจนเหลือเพียงโครงสร้างสีดำตะחום ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางกาลเวลา เพียงขวัญชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะอากาศภายนอก แต่เป็นเพราะบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันหนักอึ้ง คีย์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าซากบ้านหลังนั้น แผ่นหลังกว้างไหววูบเล็กน้อยยามที่ดวงตาคมกริบทอดมองเข้าไปในความมืดมิดของโครงสร้างบ้านที่ผุพัง มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ที่นี่..." เสียงของคีย์แหบพร่า ราวกับมันต้องใช้พลังงานมหาศาลในการเปล่งออกมา "คือบ้านหลังแรก... และหลังเดียวที่ฉันเคยสร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อของแม่" เพียงขวัญหันไปมองเขา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความตกใจระคนเห็นอกเห็นใจ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ จะมีอดีตที่แตกสลายซ่อนอยู่ "คุณแม่ของฉันกับฉัน... เราเคยอยู่ที่นี่" คีย์ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ซากปรักหักพังนั้นช้าๆ ราวกับกำลังย้อนเวลากลับไปในอดีต "ในวันที่ฉันอายุสิบขวบ วันที่เป็นวันเกิดของฉัน แม่ทำเค้กช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่ฉันอยากกินมานานให้ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เป่าเทียน... ผู้ชายคนนั้น คนที่ถือสิทธิ์เป็นพ่อผู้ให้กำเนิด ก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารสิทธิ์ที่ถูกโอนย้ายโดยกลโกง และขับไล่เราออกจากที่ดินของตัวเอง" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ไร้ซึ่งน้ำตา ไร้ซึ่งความฟูมฟาย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกที่สะสมมาเนิ่นนานนับสิบปี เพียงขวัญก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายหายไปหากเธอขยับตัวแรงเกินไป "ท่านเผาบ้านหลังนี้... ต่อหน้าต่อตาเราสองแม่ลูก..." คีย์หันกลับมาสบตาเธอดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด แต่มันกลับดูเปราะบางที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต "ท่านบอกว่า... ความรักและความอ่อนแอ มันไม่มีค่าอะไรเลยในโลกธุรกิจ ไม่มีใครปกป้องเราได้ นอกจากอำนาจและเงินตรา นั่นคือวันที่ฉันฆ่าเด็กผู้ชายที่ชื่อคราณฑ์ทิ้งไป และสร้างปีศาจขึ้นมาแทนที่" หัวใจของเพียงขวัญบีบตัวเข้าหากันอย่างรุนแรง ความรู้สึกจุกแน่นแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอเข้าใจแล้ว... เข้าใจทันทีว่าทำไมเขาถึงต้องระแวดระวัง ทำไมเขาถึงต้องเย็นชา และทำไมเขาถึงต้องสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจตัวเอง เพราะอดีตที่โหดร้ายได้สอนให้เขาเรียนรู้ว่า การไว้ใจใครสักคน คือจุดเริ่มต้นของการถูกทำลาย มือเล็กเอื้อมออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะวางลงบนท่อนแขนแกร่งที่เกร็งเครียดของเขา สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้คีย์สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะก้มลงมองมือเรียวที่สั่นเทานั้น "แต่คุณก็ไม่ได้กลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจจริงๆ หรอกนะคะ..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่ามั่นคง ดวงตากลมโตฉายแววความจริงใจไร้การเสแสร้ง "ไม่อย่างนั้น... คุณคงไม่พาฉันมาที่นี่ ที่ซึ่งมีความลับที่เจ็บปวดที่สุดของคุณซ่อนอยู่" คีย์นิ่งงัดไป อึดใจต่อมา มือหนาใหญ่ก็พลิกกลับมาคว้าจับมือเรียวของเธอเอาไว้แน่น แรงบีบนั้นอบอุ่นและสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ คนเดิมในอดีตกำลังเอื้อมมือไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ "เพียงขวัญ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอราวกับคนละเมอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางความหนาบเหน็บของค่ำคืน "ฉันไม่เคยไว้ใจใครแบบนี้... และเอกสารในซองนั้น ที่ฉันรีบดึงมันมา เพราะฉันกลัว... กลัวว่าวันหนึ่งเธอจะทิ้งฉันไปเหมือนที่คนพวกนั้นทำ" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน ทำให้โลกทั้งใบของเพียงขวัญหยุดหมุน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และพบแต่เงาสสะท้อนของตัวเธอเอง ท่ามกลางซากปรักหักพังของอดีต กำแพงน้ำแข็งที่คีย์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอดชีวิต ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย เปิดเปลือยหัวใจที่แท้จริงให้เธอได้สัมผัส เรียวปากหยักลึกโน้มลงมาประทับบนริมฝีปากอิ่มของเธออย่างแผ่วเบາในตอนแรก ก่อนจะทวีความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหยหา มันไม่ใช่จูบแห่งการครอบครอง แต่มันคือจูบแห่งการยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริง ท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่าและซากบ้านเก่า เพียงขวัญหลับตาลงปล่อยให้รสจูบอันแสนหวานและปวดร้าวกลืนกินสติสัมปชัญญะของเธอไปจนหมดสิ้น แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เหยียบลงบนกิ่งไม้แห้งไม่ไกลนัก ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่าหลงใหลนั้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว! คีย์ผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับเป็นประกายเฉียบคมดุจใบมีดโกนในเสี้ยววินาที เขาดึงเพียงขวัญมาหลบไว้ด้านหลังลำตัวทันที ก่อนจะหันขวับไปมองความมืดเบื้องหลังแนวสนทนาที่ปรากฏร่างเงาสูงโปร่งของบุคคลที่ไม่คาดฝันกำลังก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็น "ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีทนะครับ... แต่ดูเหมือนว่าความลับที่คุณซ่อนไว้ตรงนี้ จะน่าสนใจกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะ... คุณคราณฑ์" มาร์คัส เลวิส ยืนกอดอกพิงลำต้นสน พลางโยนซองเอกสารลับอีกฉบับหนึ่งในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ มิดไนท์คิสซึ้งใจในทุกยอดวิวและทุกคอมเมนต์จริงๆ ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนะคะ!
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%