เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกฉีกขาดด้วยแรงอารมณ์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด
"คุณคิดว่ากระดาษแผ่นนี้ มันผูกมัดฉันไว้ได้ตลอดไปจริงๆ หรือคะ คุณคีย์"
เสียงหวานสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวเอ่ยขึ้น เพียงขวัญยืนอยู่ใต้แสงไฟสีส้มสลัวของโคมไฟระย้า ดวงตากลมโตคู่สวยบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก แต่ในวินาทีนี้มันกลับฉายแววแน่วแน่จนน่าใจหาย ในมือเรียวบางของเธอ เอกสารสัญญาฉบับสำคัญ—พันธะสัญญารักแลกหนี้ที่คีย์ใช้กักขังหัวใจและอิสรภาพของเธอไว้—บัดนี้ถูกฉีกทิ้งออกเป็นสองส่วน และร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมทีละชิ้นราวกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย
คีย์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบแก้ววิสกี้ เขานิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬหรี่ลงมองร่างระหงที่สั่นเทาด้วยความโกรธและเสียใจ ความเยือกเย็นและทรงอำนาจที่เคยฉายชัดในทุกย่างก้าวแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันทีเมื่อเห็นเศษกระดาษเหล่านั้น
"เพียงขวัญ... เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังลอดไรฟันออกมา มันไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก
ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างไร้ระเบียบก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งทำให้เพียงขวัญต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกใส บานกระจกสะท้อนภาพเมืองหลวงยามวิกาลที่ระยิบระยับด้วยแสงไฟ แต่ภายในห้องนี้กลับมืดมนและหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่า
"ฉันรู้ดีค่ะ... รู้ดีกว่าครั้งไหนๆ" เพียงขวัญเงยหน้าสบตาเขา แม้หัวใจจะเจ็บแปลบจนแทบแหลกสลายจากภาพบาดตาเมื่อช่วงหัวค่ำ—ภาพที่มาร์คัส เลวิส เดินทางมาหาเขาพร้อมเอกสารลับบางอย่าง และแววตาที่คีย์มองคู่แข่งทางธุรกิจคนนั้นราวกับมีความลับที่เธอไม่มีวันเข้าถึง—แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอตาสว่าง
"คุณไม่เคยไว้ใจฉันเลย" เธอกล่าวต่อ น้ำตาหยดใสเอ่อคลอเบ้าก่อนจะไหลรินลงมาอาบแก้ม "ทุกอย่างที่เรามี... ทุกสัมผัส ทุกคำหวานที่คุณมอบให้ มันเป็นแค่เกมอำนาจที่คุณใช้ควบคุมฉัน เพื่อเอาชนะมาร์คัสใช่ไหมคะ?"
"หยุดความคิดไร้สาระของเธอเดี๋ยวนี้ เพียงขวัญ!" คีย์คำรามต่ำในลำคอ มือหนาคว้าจับข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวว่าแรงบีบนั้นจะทำให้เธอเจ็บขนาดไหน ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาในอกเมื่อถูกปรักำด้วยเรื่องที่เขาไม่เคยคิดจะทำ "ฉันเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าเอาคนอย่างมาร์คัสมาเปรียบเทียบกับเรื่องของเรา!"
"แล้วเรื่องของเรามันคืออะไรล่ะคะ? การเป็นนกน้อยในกรงทองที่คุณจะเปิดประตูให้บินออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ หรือเป็นแค่เครื่องมือแก้แค้นที่คุณเก็บไว้ดูเล่น!" เพียงขวัญตวาดกลับด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน แรงอารมณ์ทำให้เธอสะบัดแขนหลุดจากการพัน
เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนที่เธอรักสุดหัวใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความกลัวและเสียใจระคนกัน "ฉันเหนื่อยแล้วค่ะคุณคีย์... ฉันไม่อยากเป็นคนโง่ที่คอยวิ่งตามเงาของคุณอีกต่อไปแล้ว"
คำว่า 'เงา' กระแทกเข้ากลางใจของคีย์อย่างจัง เขายืนนิ่ง ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความนิ่งเงียบของเขา ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจให้หญิงสาวว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้อง
เพียงขวัญสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ทั้งหมด เธอก้มลงปลดสร้อยข้อมือเพชรราคาแพงลิบลิ่วที่เขาเคยสวมให้ในคืนที่เธอกลายเป็นของเขา วางมันลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง *กริ๊ก*
"นี่คือสิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่หรือคะ อิสรภาพ... ฉันคืนให้คุณแล้ว และตัวฉัน... ก็ขอคืนให้ตัวเองเช่นกัน"
พูดจบ เพียงขวัญก็หันหลังให้ทันที เธอไม่รอให้เขาได้เอ่ยคำใดออกมาอีก ขายาวก้าวฉับๆ ไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่จัดเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนที่เขาน้ำตาร่วงหล่นในความฝัน เสียงฝีเท้าของเธอดังก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง
คีย์ยืนมองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังเดินห่างออกไป สมองของเขาสั่งให้หยุดเธอ สั่งให้ดึงเธอกลับมากอดไว้แนบอกเหมือนทุกครั้ง แต่ทิฐิและปมในอดีตที่ถูกหักหลังกลับตรึงร่างเขาไว้กับที่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับกาลเวลาหยุดเดิน
*ติ๊ง*
เสียงลิฟต์ส่วนตัวที่ชั้นเพนต์เฮาส์เปิดออก เป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังจะก้าวพ้นประตูออกไปจากชีวิตเขาจริงๆ
คีย์ขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอัดอั้น เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะสาวเท้าก้าวตามไปหมายจะกระชากเธอกลับมาอธิบายให้รู้เรื่อง แต่ทว่า...
ทันทีที่ลิฟต์เปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของคีย์ต้องหยุดชะงักลงทันที
ไม่ใช่เพียงขวัญที่กำลังเดินเข้าไป... แต่กลับมีร่างสูงโปรดของชายอีกคนก้าวสวนออกมาจากลิฟต์ ใบหน้าคมคายหยักลึกแบบลูกครึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนมุมปาก และแววตาพราวระยับที่มองตรงมายังเพียงขวัญ ทำให้หัวใจของคีย์กระตุกวูบ
"อ้าว... คุณขวัญตา จะรีบไปไหนล่ะครับ ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้ผู้หญิงตัวคนเดียวมันอันตรายนะ หรือว่า..." มาร์คัส เลวิส ชายผู้เป็นทั้งคู่อริทางธุรกิจและคนที่คีย์เกลียดชังเข้าไส้ เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนระคายหู พร้อมกับยื่นมือไปแตะที่ข้อศอกของเพียงขวัญอย่างสนิทสนมต่อหน้าต่อตาเขา
เพียงขวัญสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ยืนขวางทางอยู่
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น คีย์พุ่งทะยานเข้าไปหมายจะซัดหมัดใส่ใบหน้ากวนประสาทนั้นให้คว่ำ แต่เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของมาร์คัสกลับเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาเสียก่อน—ประโยคที่ทำให้คีย์ต้องแข็งค้าง และทำให้ก้าวของเพียงขวัญต้องหยุดชะงักลงบนปากเหวแห่งความลับที่ดำมืดที่สุด
"ถ้าคุณกำลังจะทิ้งเขา... ทำไมไม่มาลองฟังข้อเสนอของผมดล่ะครับ เพียงขวัญ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่าพ่อของคุณ"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรักที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
มิดไนท์คิส
พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 15
การตัดสินใจของนกน้อยในกรง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!